สิ่งพิเศษเกิดมาได้เมื่อเราคิดจะสร้างมัน

เย้ยยุทธจักรมนุษย์

     อาทิตย์นี้ต้องบอกว่าเป็นการพักผ่อนล้วนหยิบหนังสือมาอื่นบ้าง 2 เล่มแต่เก็บแก่นบ้าง ไม่ได้เก็บแก่นบ้าง แต่ก็มีความสุขที่ได้อ่านมันครับ และทำให้ผมมีความสุขมากมายพอสมควร และอ่านไปอ่านมากก็นึกถึงหนังเรื่องหนึ่่งตอนเป็นเด็กบ้าเอามากประเภทหนังกำลังภายใน "คือเย้ยยุทธจักร" และก็ไม่นึกว่าตัวเองก็เป็นดังนั้นไม่นึกว่าจะออกมาทำงานต่างที่ทางเช่นนี้ ...แต่ฟังไปแล้วมันฮึกเหิมและเตื่อนใจไม่น้อย พลังของเพลงและเนื้อหามันผสมผสานไปจริงๆ เนื้อหาของเพลงมีการแปลหลายอย่างแต่ผมชอบสำนวนการแปลนี้ ถึง 3 เฒ่า ลองอ่านดูนะครับ และลองฟังเพลงไปด้วย 


เฒ่ากิมหยง

   ได้ไปเป็นขุนนาง และไต่เต้าตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อย­ๆ เส้นทางของเขาเต็มไปด้วยเล่ห์เห­ลี่ยม การทรยศหักหลัง ให้ร้ายป้ายสี บิดเบือนเหยียบหัวคนอื่นๆขึ้นไป แต่สุดท้ายก็แพ้ภัยตัวเองถูกปลด­เป็นคนสามัญธรรมดา ที่สร้างมาทั้งชีวิตก็สลายหายหม­ดเหมือนภาพลวงตา

เฒ่าเหล่าหยี

     เป็นพ่อค้าเร่ เอาของจากที่หนึ่งไปขายอีกที่หน­่ึง เดินทางบ่อยแอบมีเมียหลายคน เมื่อความแดงครอบครัวก็วุ่นวาย เหล่าหยีหนีความยุ่งเหยิงไปพึ่งเหล้าและเปล­ี่ยนนารีไม่ซ้ำหน้าในหอแดงแต่ละ­ถิ่น หมกมุ่นจนไม่เป็นอันทำงาน เมื่อสมบัติหมดตัวลูกเมียก็ตีจา­กกลายเป็นตาเฒ่าขี้เมายาจก

เฒ่าเป๋าเป่า

     เกิดมาในตระกูลมั่งคั่ง ไม่ต้องทำอะไร วันวันได้แต่เที่ยวเล่นการพนัน ทำมาหากินอะไรก็ไม่เป็น เป็นแต่เล่นการพนันร่ำไป เล่นหนักมือมากขึ้นๆทุกวัน ท้ายที่สุดมรดกสักชิ้นก็ไม่มีเห­ลือ ไม่มีเหลือก็ไปกู้หนี้ยืมสินจนเ­ป็นหนี้สินล้นตัวต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆกลัวเจ้า­หนี้จะตามทวง

ทั้งสามได้มาพบกันอีกที่หมู่บ้า­นเก่า จึงมีเรื่องเล่าหลงยุทธจักรเป็น­บทเพลง 

     ดั่งดอกไม้หลากสีมนุษย์นั้นมีหลากหลายรูปแบบกระบวนการและวิธีการแต่ทั้งหมดย่อมมีจุดหมาย และผมก็ชวนมาดูดอกไม้และเข้าหนังสือที่ผมอ่าน ชื่อ No MORE NO LOSS เพราะคนเราก็เป็นในรูปแบบนั้น 



อ่านความคิด No MORE NO LOSS <div>
<div>
<div>
<div>     สำหรับผมหนังสือเล่มนี้ผมลองอ่านมันมากกว่าหนังสือเหตุผลหรือครับ  มันแฝงไปด้วยข้อคิดตลอดที่เล่าออกมาง่ายผ่านเรื่องเล่าของพี่โหน่ง aday ที่เลือกเรื่องเล่ามาผ่านกิจวัตรตัวเอง เช่นในตอนเล่าตอนเป็นเป็นเด็กเรื่องแพ้เป็นพระชนะเป็นมากก็เอาประสบการตัวเองเล่าประกอบประโยคคำคมเหล่านั้น หรือประกอบคำคมคติพจน์ต่างๆที่เขานั้นเล่าออกมา </div>

     ความหมายของเขานั้นจากหนังสือมันไร้กฏเกณฑ์แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้และไม่สิ้นสุด เพราะตอนหนึ่งเล่าว่า เวลาที่เขาคิดอะไรได้จะรีบเขียน เพราะผ่านแป๊บเดียวที่เข้ามามันคือสิ่งที่คิด ณ ตอนนั้นและเป็นสิ่งที่ใช่ การบอกเล่าต่างของหนังสือบอกว่า "ไม่มากไปไม่น้อยไป  ในแบบโหน่ง aday" เพราะทุกขั้นตอนเขาไม่ได้หยุดคิดเลยแม้เพียงนิดเดียว เด็กธรรมดาที่อ่านหนังสือเวลาเที่ยวของเขาก็คือการตะเวนอ่านหนังสือในห้องสมุดประชาชนทั่วๆ กรุงเทพ... นั่นเลยทำให้นายโหน่งการเรียนก็ไม่ได้ขี้เหล่ 
      เขาเล่าว่าเขามักจะเอาสมุดบันทึกเขามาอ่าน มันเต็มไปด้วยประโยคและคำคมต่างๆที่เขาบันทึกมาแต่ละที่ โดยเขาจะเอามารวมเรื่องราวต่างๆ  พอผมอ่านเท่านั้นความคิดหลายอย่างที่เป็นคำคมแล้วกันผมขอเรียกแบบนั้น ไหลเขามาทางความคิดผม กระตุ้นความคิดผมซะไม่หยุดจริงๆ ผมยกตัวอย่างสัก 3 ประโยคนะครับ 
  1. ความรู้เกิดขึ้นได้ก็จากความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ ความรู้แบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เทน้ำร้อนใส่แล้วกินได้เลย มันไม่มีหรอกไอ้นั่นมันแค่การได้รู้อะไร เล็กๆ น้อย
  2. ความฝันที่มีความหมายไม่ควรจะง่ายเกินไป
  3. อย่ามีชีวิตอยู่ไปวันๆจงมีชีวิตอยู่เพื่อทุกวัน  และมีประโยคอื่นๆอีกมากมาย ฯลฯ 
     ผมมองที่พี่โหน่งสะท้อนมุมของตัวเอง ทำไมประโยคทุกประโยคเขาเลือกมาเป็นประโยคทอง ก็เพราะว่าแต่ละประโยคหรือคำนั้นมันมีพลังมากมายมหาศาลเหลือเกินเพราะมันสร้างพลังและความหวังให้คนบางคน หรือเตือนคนบางคนได้ ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ No MORE NO LOSS พิมพ์ครั้งที่ 6 แล้วครับ จากบันทึก เด็กชายโหน่ง นายโหน่ง พี่โหน่ง และคุณโหน่ง บก. aday จนเป็นพลังทางความคิดและพลังประโยคที่คนเอามาให้เป็น /หรือ The power of world ครับ 




อย่างรูปนี้มองว่าอะไรครับเรารู้มากแค่ไหนลองมองนะครับเป็นอะไรหนอ
  1. เป็นหมวก
  2. ไม่ไม่งูกำลังกลืนช้าง  
   นี่ก็มาจาก le petite prince ไม่ได้แปลว่าอะไรผิดทีเดียวหรือถูกทีเดียวประสบการณ์การมอง ความเชื่อและวิธีการมองต่าง พลังของคำหรือการพูดการเขียนจึงเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เหลือเกินครับ ราตรีสวัสดิ์ครับผม













                               สิ่งพิเศษเกิดมาได้เมื่อเราคิดจะสร้างมัน


</div> </div> </div>