๕. สร้างเสริมศักยภาพทีมอาจารย์
ทีมบริหารจัดการ และพัฒนาบุคลากร
รุ่นบุกเบิกของมหาวิทยาลัยมหิดล
วิทยาเขตอำนาจเจริญ
ทีมอาจารย์และบุคลากร ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกระดับทั้งจากมหาวิทยาลัยมหิดลและจากภายนอก ที่ผู้เขียนได้เข้าไปสัมผัสผ่านการทำงานให้ในวาระต่างๆ รวมทั้งในการสัมมนาครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนนึกถึงประสบการณ์ในการร่วมเป็นกลุ่มคนรุ่นบุกเบิกของการก่อตั้งหน่วยงานต่างๆหลายครั้งในชีวิตการทำงานของตนเอง อันได้แก่ การก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน ซึ่งปัจจุบันได้แก่สถาบันสุขภาพอาเซียน หน่วยงานระดับคณะและสถาบันหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อกว่า ๓๐ ปีมาแล้วในขณะที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ยังมีสภาพเป็นทุ่งนาและที่ลุ่มน้ำขังชายขอบจังหวัดนครปฐมและกรุงเทพมหานคร ซึ่งในตอนกลางวัน กลุ่มคนทำงานเพียงไม่กี่คนจะต้องทำหน้าที่ทุกอย่างมากกว่าทำงานเพียงตำแหน่งของตน นอกเวลาก็ต้องเป็นยามและนักการภารโรง ไม่มีที่พัก ไม่มีร้านอาหาร ไม่มีที่ซื้อสิ่งของเครื่องใช้ประจำวัน ก่อนที่ในกาลต่อมา มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จะมีสภาพเป็นชุมชนการศึกษาที่น่าอยู่และน่าใช้ชีวิตการศึกษามากที่สุดของประเทศและของโลก รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในยุคบุกเบิกของวิทยาเขตกาญจนบุรีและวิทยาเขตนครสวรรค์
การทำงานในครั้งนี้สำหรับผู้เขียน จึงมีความหมายมากกว่าเป็นผู้ไปช่วยทำงานข้อมูล ออกแบบกระบวนการ และเป็นผู้ดำเนินการหลักให้ แต่เห็นโอกาสที่จะช่วยย่นย่อประสบการณ์ของสังคมและประสบการณ์ของคนทำงานในมหาวิทยาลัย แทนที่จะต้องผ่านไปเป็น ๒๐-๓๐ ปีจึงจะสามารถมีบทเรียนและเกิดภาวะผู้นำเพียงพอที่จะทำงานให้คบถ้วนรอบด้านและครอบคลุมสิ่งที่จะต้องทำเองหลายระดับนับแต่งานประจำส่วนตน กระทั่งต้องเดินออกไปทำกับสังคมในท้องถิ่น ไปจนถึงการได้มีประสบการณ์ตรง ที่ต้องได้ทำด้วยตนเอง ในการทำงานระดับชาติ
นอกจากพาทั้งหมดให้มีประสบการณ์ผ่านการทำงานจริงของตนเองไปด้วยในหลายระดับ เป็นต้นว่า การทำให้ได้ทักษะวิชาการในการเดินเข้าหาชุมชนในสภาพที่เราต้องทำหน้าที่วิชาการ เป็นครู และได้ใช้ความเชี่ยวชาญในสาขาของตนเองไปด้วย พร้อมกับต้องเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ ขยายความมีบทบาทให้ครอบคลุมสิ่งใหม่อีกหลายด้านที่ไม่เคยรู้ การทำงานวิจัยและถอดบทเรียน เพื่อข้ามศาสตร์และบูรณาการการวิจัย ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ การพัฒนากระบวนการศึกษารเรียนรู้เป็นชุมชนไปบนการวิจัย ตลอดจนการพัฒนาประเด็นและปฏิบัติการเชิงสังคม เชื่อมโยงและสะท้อนไปกับการวิจัยที่ดำเนินการอย่างคู่ขนาน การเป็นทีมสังเคราะห์ข้อมูลบนเวทีชุมชน การบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมในบทบาทใหม่ๆของนักวิจัยและนักวิชาการเพื่อทำให้หน่วยทางสังคมต่างๆเป็นหน่วยทางปัญญาปฏิบัติ เหล่านี้แล้ว
ในการสัมมนานี้ ผู้เขียนได้ขอให้ทีมจัดอาจารย์และนักวิจัย กระจายออกไปนั่งอยู่ในกลุ่มย่อยทุกกลุ่มๆละ ๒-๓ คน อีกทั้ง ขอจัดประชุมทีมและเรียนรู้สิ่งต่างๆไปด้วยเป็นระยะๆ โดยมุ่งหวังให้อาจารย์รุ่นใหม่และบุคลากรรุ่นบุกเบิก ได้ปฏิสัมพันธ์กับเครือข่ายวิชาการ เครือข่ายผู้บริหาร และผู้นำหลายสาขาในสังคมของประเทศ เป็นทักษะการได้ทำงานเป็นทีมและเป็นเครือข่ายข้ามศาสตร์ มีความเป็นสหสาขา ได้เรียนรู้สังคมจากคนต้นเรื่องหลากหลาย กลับไปเป็นกลุ่มคนที่แม้จะเป็นกลุ่มเล็กน้อยซึ่งทำให้มีข้อจำกัดและมีความยากลำบากที่ต้องอดทนและมีความเสียสละหลายด้าน แต่มีจิตสาธารณะ มีน้ำใจต่อส่วนรวม
กล้าคิดริเริ่มและนำการปฏิบัติสิ่งต่างๆด้วยตนเองด้วยความเชื่อมั่น ได้ทุนประสบการณ์ ได้เครือข่ายสนับสนุนทุกระดับนับแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติการในท้องถิ่น ด้วยความเชื่อมั่น อุ่นใจ มีพลังใจ และได้โอกาสบ่มเพาะด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หาได้ยากที่สุด
(มีต่อตอน ๗)
........................................................................................................................................................................
Field note : โอกาสสร้างคนรุ่นบุกเบิก
Case : เวทีสัมมนาแผนยุทธศาสตร์สร้างความเป็น'มหาวิทยาลัยวิจัยของท้องถิ่น' มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
Date : ๓๐ มิถุนายน - ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖
Place : โรงแรมรอยัลเจมส์ จังหวัดนครปฐม
Proponent and Implementator : มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ และจังหวัดอำนาจเจริญ
Conceptual Design and Process Facilitator : ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์ นักวิชาการอิสระ
Project Director : ผู้ช่วยศาสตราจารย์นคร เหมะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
Coordinator : ดร.จตุรงค์ จันทร์สี่ทิศ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
ขอขอบพระคุณทุกท่านครับที่เข้ามาเยือน อาจารย์ ดร.โอ๋-อโณ อาจารย์ Wasawat Dr.Ple คุณ chaipanha อาจารย์ ดร.พจนา และคุณอักขณิช