เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น......เป็นระยะจึงต้องรีบไปรับเพราะกำลังจะอาบน้ำ...เหลือบดูนาฬิกาเวลา ประมาณ ๒ ทุ่ม

เบอร์โทร...ของสามีนี่นา....มีอะไรค่ะโทรมาตอนนี้กำลังอาบน้ำพอดี

สามี...วันที่ ๒๖ และ ๒๗ นี้ ทั้งสองคนไม่ต้องไปใหนให้อยู่ในที่ทำงานนะ...หมายถึงฉันและลูกสาวที่เป็นครูสอนนักศึกษาปวช.

ฉัน...ก็ไม่ได้ไปใหนเพราะวันพุร่งนี้คือ ๒๖ มิถุนายน ผู้เข้ารับการอบรมงานประกันภายในจะมาฝึกงาน แต่วันที่ ๒๗ เค้าลงพื้นที่กัน และเรานั้นในทุกวันพฤหัสและศุกร์ไปทำกิจกรรมการลืมหนังสือ

สามี.....ก็ผอ.โทรมาสั่ง...แล้วลูกเกี่ยวอะไรด้วยไม่ได้พาไปใหน...ไม่ได้พูดถึงเลยว่าจะพาไปด้วย

นึกในใจ....ทำไมไม่โทรหาเราเอง และท่านก็ไปอบรมที่กรุงเทพฯแล้วท่านทราบได้ยังไง

...เมื่อวานนี้ได้คุยกับรักษาการณ์ว่าวันที่เค้าลงไปดูพื้นที่กัน ฉันขออนุญาตลงพื้นที่เพราะไม่อยากเลื่อนนัดเดี๋ยวหายไปนานๆกลุ่มที่นัดไว้จะหายไปหมดและไม่ต่อเนื่อง...

....และฉันไม่ได้ลงไปกับคณะด้วยเพราะไม่ได้รับมองหมายในเรื่องนั้น..กว่าจะเสร็จภารกิจก็เป็นเวลาบ่าย ๓ คิดว่าเราไปแค่ครึ่งวันก็กลับมาทัน....

....จึงโทรศัพท์ไปหาท่านผอ.เพื่อสอบถามว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น....ท่านบอกว่าอย่าไปเลยมีคนชื่อ.....โทรไปฟ้องท่านว่าจะไม่อยู่ไปพื้นที่ไม่อยากรำคาญอย่าไปเลย

ก็เลยย้อนถามไปว่าผอ.อยากได้คนทำงานหรือคนที่นั่งคอยรายงานและไม่ทำอะไรเลย...แล้วคนที่ผอ.บอกนั้นเค้ากลับบ้านไปก่อนแล้ว....ทำไมเค้าถึงรู้ได้...ผอ.บอกก็มีคนโทรไปฟ้อง....แล้วใครกันละ

....ก็เมื่อวานตอนที่เข้าไปคุยกับรักษาการณ์นั้นมีคนซึ่งคอยจับผิดทุกคนนั่งอยู่ด้วย...และว่าเราว่าจะพาคณะที่มาฝึกประสบการณ์ลงไปดูการสอนด้วย...ฉันก็ย้อนกลับไปว่ายินดีเสมอเพราะคนทำงานจะไปดูเมื่อไหร่ก็ได้

เมื่อมีคนช่วยด้วยการเช็คเบอร์โทรศัพท์.....ก็ปรากฏว่าเป็นไปตามที่คิดจริงๆ....คนที่โทรไปหาผอ.มีสายเข้าจากคนที่ชอบฟ้อง....และมีสายจากเค้าไปยังผอ.

เช้ามาจึงรีบโทรไปแจ้งทางกลุ่มว่าไปไม่ได้....แล้วไว้พบกันอาทิตย์หน้า....ยายบอกว่ากำลังเตรียมตัวจะไปที่นัดหมาย....จึงขอโทษไปค่ะ


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..............