เพียงสองสามปีที่ผ่านมา คอนโดสูงๆ มีก่อสร้างขึ้นหลายหลังในถนนที่บ้านผมอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้รถติดมากขึ้นสังเกตเห็นได้ชัดทั้งเช้าและเย็น ประชากรก็อยู่หนาแน่นขึ้นในแถวบ้านผม ผมว่า ถ้าเอากฎหมายแคลิฟอร์เนียมาใช้ พวกนั้นไม่ได้สร้างแน่ และคุณภาพคนกรุงก็คงดีกว่านี้ ผมออกจะประหลาดใจ (ความจริงไม่ควรจะประหลาดใจ) ที่พวกนักกฎหมายไทยไม่เคยคิดถึงเรื่อง flux ของการจราจร และ density ของประชาชน และ อัตราการผลิตมลภาวะและขยะ ว่ามันล้นระบบของเมืองแค่ไหนแล้ว (แล้วเมื่อไรจะมีกฎหมายบังคับแยะขยะ และบังคับรีไซเคิลสักทีก็ไม่ทราบ)

แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่กฏหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้มขวดมาก

มีประเด็นน่าสนใจในทางกฎหมายจำนวนมากที่เมืองไทยคงไม่มี (หรือหากมีก็คงบังคับใช้แบบเลือกปฏิบัติ) 


ผมคิดว่า ถ้าเมืองไทยเรามีกฎหมายเช้มอย่างเขาบ้าง สภาพของกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่อื่นๆ ที่จะตามมา คงจะไม่ รถติด วุ่นวาย สกปรก อึดอัด และร้อน จนเราแทบทนไม่ได้อย่างนี้

ผมอ่านเจอข่าวว่า แอปเปิลเจอปัญหาอะไรบ้างกับการจะสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ขนาดยักษ์ในเมืองที่บริษัทตั้งอยู่ ตอนนี้กำลังจะต้องทำประชาพิจารณ์ ตามข่าวนี้


ประเด็นทางสภาพแวดล้อมที่เขาควบคุม (พูดถึงในข่าว) ได้แก่

(สัดส่วน)การใช้พื้นที่ การออกแบบประชาคม การหมุนเวียนถ่ายเท(อากาศ) ทรัพยากร และ ปัจจัยเรื่องความยั่งยืน ที่เกี่ยวกับ การใช้จักรยาน และ การเข้าถึงด้วยการเดินเท้า

การส่งมลภาวะออกมาสู่อากาศในช่วงก่อสร้างโดยโครงการขนาดใหญ่ 

การส่งผลให้การจราจรโดยรอบติดขัด ฯลฯ


อย่างในเมืองไทย ก่อนสร้างคอนโดแถวบ้านผม ดูเหมือนเขาจะเคยส่งแบบสอบถามมาให้คนบ้านใกล้เรือนเคียงตอบคำถาม ซึ่งก็มีการชี้นำคำตอบเหลือเกิน ดูได้จากการถามนำ และคนตอบไม่สามารถดิ้นได้นักในเรื่องคำตอบ ต้องกาเครื่องหมายตามคำตอบที่โดนกำหนดไว้ มันก็เลยสร้างได้เป็นแถว เพราะผ่าน"ประชาพิจารณ์" แบบไทยๆ แล้ว

ผมไม่มีทางเลือก ในเวลาอีกไม่นาน ผมก็จะหนีเมืองออกไปอยู่ชนบทที่ต่างจังหวัดแล้ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า