ผมยอมรับตัวเองว่า ผม"หลอกเด็ก" แต่ผมว่าเขาโตแล้ว อย่างน้อยก็อายุเกินกว่า ๑๘ ปีแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง เป็นการเรียนเรื่อง "การรู้เท่าทันความคิด" ผมตั้งเป้าว่า วันนี้จะให้เด็กๆเขาลองปฏิบัติใช้สติสัมปชัญญะดู เมื่อไปถึงหัวข้อนี้ ผมจึงบอกเขาว่า "เดี๋ยวเราจะมานั่งสมาธิกัน" เสียงเด็กดัง "ฮืออออออออออออออ" ประมาณว่า เบื่อ ไม่อยากนั่ง นั่งสมาธิอีกแล้วหรือ ผมจึงถามว่า "ทำไมละ สมาธิไม่ดีหรือ งั้นไม่นั่งก็ได้" พอพูดอย่างนี้ปุ๊ป ตาของเด็กๆเป็นประกาย ประมาณว่า "รอดตัวแล้ว" แต่ผมก็บอกเด็กๆว่า "เอางี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องนี้ เราไม่ต้องนั่งสมาธิ เพราะมันน่าเบื่อจริงๆ (ผมเสแสร้งทำหน้าตาแบบเบื่อๆ เพื่อเห็นด้วยกับเด็กๆ ซึ่งคือหลอกลวง) เรานั่งหลับตาเฉยๆ แล้วนับหนึ่งถึงร้อย (ผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่าผมกำลังหลอกเด็ก) แล้วมาดูกันว่า ระหว่างที่นับหนึงถึงร้อยนั้น เราคิดถึงเรื่องอื่นช่วงเลขใด พอพูดอย่างนี้ เด็กๆแสดงอาการเห็นด้วย ตาวาวคล้ายกับจะได้เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ผมจึงพูดต่อว่า แต่ว่า ระหว่างนั่งนับนั้น ขอให้เรารู้ตัวว่าเรากำลังนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยนะ จะได้ดูง่ายว่า เราคิดถึงเรื่องอื่นๆตอนไหน เมื่อตกลงพร้อมใจกันเป็นที่เรียบร้อย ผมนับหนึ่งสองสาม ทุกคนหลับตา (ก่อนนั้นให้นั่งตัวตรง โดยหลอกว่า จะได้หายใจคล่องๆ และมองเห็นตัวเองในขณะหลับตาง่ายๆ) ผมก็ยืนปฏิบัติเหมือนเด็กๆด้วย ประมาณว่า ไม่อยากเอาเปรียบเด็กๆ ภายในห้องเรียนกว่า ๔๐ ชีวิต เงียบสงบ ผ่านไประยะหนึ่ง ผมจึงให้เด็กๆ ลืมตา ทุกคนยิ้ม ผมถามเขาว่า เป็นอย่างไรบ้าง ใครไม่ได้คิดอื่นเลยนอกจากเห็นว่าตัวนั่งอยู่ตลอด ๑-๑๐๐ ปรากฏว่า ไม่มีใครเลย ใครคิดเรื่องอื่นระหว่างที่นับได้ ๕๐-๑๐๐ พบว่า มีหลายคนยกมือขึ้น (ผมแสดงอาการยิ้มเพื่อจะบอกว่า สุดยอดๆ) จากนั้นจึงถามต่อว่า ใครเผลอคิดเรื่องอื่นเมื่อดับได้ระหว่าง ๓๐-๕๐ มีคนยกมือมากสุด และถามอีกว่า ใครเผลอคิดเรื่องอื่นนอกจากคิดเรื่องนั่งระหว่างนับ ๑๐-๓๐ พบว่ามีจำนวนสองสามคน ผมจึงสรุปว่า นี่คือการรู้เท่าทันความคิด (แท้จริงคือ การอยู่กับปัจจุบัน) เพราะเรารู้ว่าเรากำลังนั่ง เรารู้ว่าเราเผลอไปคิดเรื่องอื่นตอนไหน แล้วผมก็เหมาเอาว่า ๑๐-๓๐ แสดงว่า ต้องฝึกอีกสักระยะ ก็จะดีขึ้น ๓๐-๕๐ แสดงว่า อยู่กลางๆ ใช้ได้ ส่วน ๕๐-๑๐๐ นั้น สุดยอดเลย ไม่ใช่ธรรมดาเลยนะเนี่ย การหลอกพูดแบบนี้ ทำให้เด็กกลุ่มนี้ยิ้มปลื้มใจที่ทำได้
ข้อเสียของเรื่องนี้คือ (๑) เรารู้ว่าเราหลอก ซึ่งไม่ควร การหลอกคือการโกหก แม้เป้าหมายเราจะคิดว่าดีก็ตาม (๒) ถ้าเด็กไม่เคยมั่นใจในตัวเอง แล้วมาอยู่ในกลุ่มท้ายๆคือ ๑๐-๓๐ อาจส่งผลให้เด็กยิ่งโทษตัวเองว่าไม่ดี ไม่มีความสามารถ (๓) เกิดชนชั้นทางความรู้ ข้อดีคือ เด็กได้รู้ว่า วิธีการหนึ่งของการรู้เท่าทันความคิดคืออะไร การแก้ปัญหาคือ การทำความเข้าใจในเรื่องนั้นๆร่วมกัน
ไม่เรียกว่าหลอกหรอครับ เป็นกุสโลบาย
..ยายธี..นับหนึ่ง..ถึงสิบ..ยังไม่ได้เลย..อ้ะะๆๆ...(ไม่หลอก..ตัวเอง..อ้ะะะๆๆๆ)...ยายธี
สวัสดีครับ บีเวอร์
สวัสดีครับคุณยายธี