อีกความสุขหนึ่งที่เคยนึกขึ้นได้และตั้งใจจะเขียนแต่ไม่ได้จดไว้จึงลืมไปเพราะมีเหตุอื่นให้ต้องรีบทำคือเรื่องความสะอาดคือความสุข โดยหลายคนได้ทำลงไปแล้วกับตัวเองคือการรักษาความสะอาด ยกตัวอย่าง พี่ประสาทชาวบ้านในไร่ ตำบลท่ายาง เป็นคนรักษาความสะอาดมาก ปัจจุบันนี้พี่ประสาทอายุเกือบ ๖๐ แล้ว เหตุผลที่บอกว่าพี่ประสาทเป็นคนรักษาความสะอาดเพราะ หากไปนั่งที่บ้านพี่ประสาทนั้น แล้วเอานิ้วเรียดกับพื้นปูนที่เดินไปมา เราจะไม่พบเม็ดทรายเลย ทั้งที่รอบบ้านเป็นทราย บ้านพี่ประสาทจะมีการปัดกวาดเช็ดถูกทุกวัน สิ่งที่เราพบคือ บ้านสะอาดเราอยู่เป็นสุข แตกต่างจากบ้านที่รก สกปรก เราจะนั่ง จะนอนตรงไหน เราจะรู้กลัวว่าที่ที่เรานอน-นั่งนั้นสะอาดจริงหรือไม่ นี้กรณีที่เราเคยชินกับความสะอาด
เคยทำให้บ้านของเราสกปรกหรือไม่ หลายคนเคยทำให้บ้านสกปรก จึงต้องรีบเก็บกวาดเช็ดถูให้สะอาดเหมือนเดิม เพราะถ้าสกปรกอยู่อย่างนั้นเราจะไม่มีความสุขเลย ที่ผ่านมาหลายคนเคยทำชีวิตให้พลาดอาจจะเผลอ ตั้งใจ หรือจำเป็นอะไรก็ตาม หลายคนเคยทำสิ่งสกปรกให้กับชีวิตของตนเอง ทั้งที่ความสกปรกเหล่านั้นผ่านมาแล้วหลายปี แต่ดูเหมือนยังจมลึกอยู่ในใจของเราตลอดมา ความสกปรกแบบนี้มันซักออกยากเสียเหลือเกิน เกาะกินใจเราอยู่ตลอดเวลา นี้คือผลของความสกปรก ทำให้เราไม่มีความสุขเลย แม้ปัดกวาดเช็ดถูกด้วยใจแล้วก็ยังไม่หายสกปรก ล้วนแต่นำมาซึ่งความทุกข์ทั้งสิ้น ดังนั้น มารักษาความสะอาดใจกันเถอะ ความสะอาดทางใจจะทำให้เราเป็นสุขอย่างยิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่า ความสะอาดทางใจทำได้อย่างไรหรือโดยวิธีการอะไร
เมื่อวานเพื่อนเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ ครั้งหนึ่งนั่งรอรถอยู่ป้ายรถเมล์ มีนายคนหนึ่งมายืนชี้หน้าด่าเสียงดังและรุนแรง คนอื่นๆ รีบหลบไปหลังป้ายรถเมล์ คงจะเกรงว่าจะกลัวถูกด่า เพื่อนบอกว่า "ผมนั่งเฉยไม่ได้โกรธเขา" หลังจากด่าเสร็จ นายคนนี้จึงเดินไปที่ถังขยะ คุ้ยเขี่ยหาอะไรบางอย่าง แท้จริงเขาคือคนที่เราคิดว่าเขาเป็นคนบ้า สิ่งที่น่าคิดคือ "ทำไมเราไม่โกรธคนบ้า" เพราะคนบ้ามีความผิดปกติ นี่หากทางออกของเพื่อนคือ การด่าตอบไป ก็แสดงว่า เพื่อนเป็นคนผิดปกติยิ่งกว่าคนบ้า ข้อคิดที่ได้จากการฟังเพื่อนเล่าคือ เรามาทำความเป็นปกติให้กับตัวเราเองกันเถิด อย่าทำตัวผิดปกติ
หลวงพ่อพุทธทาสบอกว่า ปกติใจของเรานั้นนิ่ง สงบ (จิตประภัสสร) แต่เพราะเราเอาสิ่งอื่นเข้าไป ใจจึงติดและเต้นไปกับสิ่งอื่น กลายเป็นผิดปกติไป ดังนั้น เราต้องหาวิธีการทำให้ใจปกติ วิธีการอย่างหนึ่งคือ .....
เราไม่จำเป็นต้องเชื่อที่ท่านกล่าว เพราะท่านอาจบอกเราว่า ผีซ่อนอยู่ที่ซุ้มประตู ถ้าเรายังไม่เคยเห็นว่าผีที่บอกนั้นอยู่ที่ซุ้มประตู การเชื่อท่านง่ายๆนั่น น่าเสียดายใบปริญญา แต่เมื่อเราพบผีตัวจริง และไม่เหมือนอย่างที่ท่านบอก เราจะได้บอกกับตัวเราเองว่า "ไม่จริง" ผีที่ท่านว่าคือเงาของพระพุทธรูปต่างหาก ท่านจะได้ตรวจสอบอีกทีว่าผีหรือเงาพระพุทธรูป แต่ถ้าตรงกับที่ท่านกล่าว เราจึงคอยเชื่อ (ขออภัย ช่วงนี้อ่านแต่งานของหลวงพ่อพุทธทาส ความคิดแบบนี้จึงครอบงำเอา)
ในชีวิตของผมได้ทำความผิดพลาดไว้พอสมควร ทั้งต่อครูบาอาจารย์ พ่อแม่ เพื่อน พี่ คนในครอบครัว ต่องาน ต่อองค์กร สิ่งที่ผมตั้งใจว่าจะไม่ทำ แต่เมื่อทำลงไปแล้ว สิ่งนั้นจะหนักหนากับผมมาก กัดกินใจเป็นทุกข์มาจนทุกวันนี้ ทั้งที่บางอย่างมันผ่านมาแล้วหลายปี แต่ในสิ่งเหล่านั้น มีบางอย่างที่ผมยังปลาบปลืื้ม ยินดี สิ่งนี้หล่อเลี้ยงใจได้ดี มันเป็นความสะอาดกายสะอาดใจของผมเอง มันเป็นความสุขที่สัมผัสได้ แม้มันจะเล็กนิดเดียวสำหรับหลายๆคนก็ตาม บัวตามคติที่เราเรียนรู้กันนั้นมีอยู่ ๔ เหล่า วันนี้ผมอาจจะแค่โผล่ขึ้นมาจากโคลนตกได้เพียงปลายเล็บ แต่ผมก็เชื่อว่า เราพัฒนาได้ หลายคนถึงเส้นชัยแล้วคือเสมอน้ำ รอเพียงรักษาสภาพความสะอาดไว้เท่านั้น
ความสะอาดทางกายและใจเป็นความสุขจริง...ไม่เชื่อลองดู ฟังเพลงนี้เสริมนะครับ