สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง "เลิกบุหรี่ก่อนผ่าตัดนานเท่าไรปลอดภัยขึ้น", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ภาพที่ 1: ธรรมชาติของข่าวร้าย คือ มักจะมาคู่กับข่าวดี... เรื่องบุหรี่ก็เช่นกัน
- ข่าวร้าย คือ คนที่สูบบุหรี่อายุสั้นกว่าคนไม่สูบเฉลี่ย = 10 ปี
- ข่าวดี คือ คนที่เลิกสูบบุหรี่ได้ตอนอายุ 40 ปี (หรือน้อยกว่านั้น) ลดโอกาสตายด้วยโรคจากบุหรี่ = 90%

ภาพที่ 2: ข้อมูลจากสมาคมมะเร็งอเมริกา (ACR) พบว่า หลังเลิกบุหรี่...
- 2 สัปดาห์ - 3 เดือน > สมรรถภาพปอดเพิ่ม 30%
- 1 ปี > ความเสี่ยงโรคหัวใจที่เพิ่มจากบุหรี่ลดลง = 1/2
- 5 ปี > ความเสี่ยงมะเร็งปอดจากบุหรี่ลดลงเกือบ = 1/2 (กรณีสูบ 1 ซอง/วัน, สูบมากเสี่ยงมาก, สูบน้อยเสี่ยงน้อย)
- 5 ปี > ความเสี่ยงมะเร็งช่องปาก-ลำคอ-หลอดอาหารจากบุหรี่ลดลง = 1/2
ข่าวดี คือ ถ้าเลิกได้นานขึ้น
- 5-15 ปี > ความเสี่ยงอัมพฤษ์ อัมพาตลดลง = คนไม่สูบ
- 10 ปี > โอกาสเสียชีวิตจากมะเร็งปอดจากบุหรี่ลดลง = คนไม่สูบ
- 10 ปี > ความเสี่ยงมะเร็งช่องปาก-ลำคอ-หลอดอาหาร-กระเพาะปัสสาวะ-ไต-ตับอ่อนจากบุหรี่ลดลงไปเรื่อยๆ
- 15 ปี > ความเสี่ยงโรคหัวใจ = คนไม่สูบ
การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า คนที่กำลังสูบบุหรี่ (current smokers) เพิ่มเสี่ยง...
- โรคหัวใจ
- หลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตัน ส่วนใหญ่เริ่มที่น่องหรือขาท่อนล่าง ทำให้ขาบวม-ปวด หรือไม่มีอาการ แต่ลิ่มเลือดลอยไปอุดอวัยวะต่างๆ เช่น หลอดเลือดปอด ซึ่งอาจทำให้ตายได้ ฯลฯ
- โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไซนัสหรือโพรงอากาศรอบจมูกอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม วัณโรค ฯลฯ
- โอกาสเสียชีวิตหลังผ่าตัด (เพิ่ม)
การศึกษาใหม่ (ตีพิมพ์ใน JAMA Surgery) ทำโดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากคนไข้ผ่าตัดที่เป็น
- คนสูบบุหรี่ (current smokers) 125,000 ราย
- คนที่เลิกบุหรี่แล้ว (former smokers) = 78,000 ราย
- คนไม่สูบ (nonsmokers) 400,000 ราย
กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดเข้ารับการผ่าตัด ติดตามไป 30 วันหลังผ่าตัด
ผลการศึกษาพบว่า คนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสียชีวิตหลังผ่าตัดมากกว่าคนไม่สูบ = 17% + มีโอกาสป่วยหนักจากโรคหัวใจ-ปอดหลังผ่าตัดมากกว่าคนไม่สูบ = 53%
คนที่เลิกบุหรี่ 1 ปี มีโอกาสเสียชีวิตหลังผ่าตัด = คนไม่สูบ
จุดตัดสำคัญ คือ ความเสี่ยงจะเพิ่มชัดเจน...
- ถ้าสูบบุหรี่ = 20 มวน/วัน = 1 ซอง/วัน x 10 ปี
- สูบหนัก > เสี่ยงมากกว่าสูบน้อย
- สูบนาน > เสี่ยงมากกว่าสูบไม่นาน
โอกาสเป็นโรคหัวใจ (หลอดเลือดหัวใจอุดตัน / heart attack) ใน 30 วันแรกหลังผ่าตัด (เทียบกับคนไม่เคยสูบบุหรี่ / never smokers)
- คนสูบบุหรี่ หรือยังไม่เลิกบุหรี่ (current smokers) เพิ่ม = 77%
- คนที่เลิกบุหรี่แล้ว (former smokers) เพิ่ม = 28%
โอกาสเป็นโรคปอดบวม (ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ / pneumonia) ใน 30 วันแรกหลังผ่าตัด (เทียบกับคนไม่เคยสูบบุหรี่ / never smokers)
- คนสูบบุหรี่ หรือยังไม่เลิกบุหรี่ (current smokers) เพิ่ม = 50%
- คนที่เลิกบุหรี่แล้ว (former smokers) เพิ่ม = 16%
โอกาสต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ (ventilator / ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือเจาะคอ แล้วต่อเครื่องช่วยหายใจ) หลังผ่าตัดนานกว่า 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน
- คนสูบบุหรี่ หรือยังไม่เลิกบุหรี่ (current smokers) = 3%
- คนที่เลิกบุหรี่แล้ว (former smokers) = 2.8%
- คนที่ไม่เคยสูบ (never-smokers) = 1.8%
ผู้เชี่ยวชาญแนะว่า จริงๆ แล้วคนที่สูบบุหรี่เกือบทุกคนอยากจะเลิกบุหรี่ทั้งนั้น
การถือโอกาสช่วงก่อนผ่าตัดใหญ่ (major surgery) เช่น ผ่าตัดเข้าช่องท้อง ฯลฯ เป็นโอกาสทองของชีวิตที่ช่วยเพิ่มโอกาสเลิกบุหรี่สำเร็จ (ให้นึกถึงการคาท่อช่วยหายใจเข้าไว้)
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
Thank [ Reuter ] > source: JAMA Surgery, online June 19, 2013.
ขอเอาไปแชร์ให้คนที่ office อ่านนะครับ สูบกันไม่เลิกสักที