ทิ้งบันทึก คำขวัญ วันสิ่งแวดล้อมโลก กิน อยู่ รู้คิด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก่อน
ออกจากบ้านมาประชุม อาสาสมัครทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่จังหวัดนครนายก เดินทาง
ด้วยรถตู้ ออกจากสำนักงานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุงก่อนเที่ยงวันที่ 12 มิย.
นำทีมโดย น้อง เจ้า สาวสวยนักทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุง เดินทางรวด
เดียวท่ามกลางสายฝนที่ตกตลอดทาง
ถึงที่หมายคือ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท เมื่อยามสอง เข้าห้องแบบไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อ
นอนรวดเดียวตื่นมาเข้าประชุมพองาม แต่หาห้องประชุมไม่พบ เพราะวันนี้มีประชุมที่
แห่งนี้หลายหน่วยงาน เช่น กรมอนามัย กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริม
คุณภาพสิ่งแวดล้อม เดินไป เดินมา มีคนมาบอกทาง ไปห้องต้นคูณ 4 มารู้ภายหลังว่า
เป็นอาจารย์ นักรบนั้นเอง
อาจารย์ นัก รบ อาจารย์ วศิน จาก ศาลายา
ถึงเวลาเป็นทางการน้องคนปู ปากนังมานำคุยแนะนำแล้วนำ
เข้าสู่การเปิดประชุมกล่าวรายงานโดยผอ.สำนักอาสาสมัครและเครือข่าย คุณ วีรวัฒน์
ปภุสสโร มีท่าน ชัยรัตน์ หินทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อมจังหวัด นครนายก กล่าวเปิด แล้วยกเวทีให้ 3 อาจารย์ ศาลายา มหิดล เป็น
คนให้ความรู้คู่การฝึกปฎิบัติ กับการเรียนรู้Team Learning โดยมีแบบสอบถามความรู้
ความเข้าใจก่อการฝึกอบรม ลองมาทำแบบสอบถามกันดู ว่าท่านมีความเข้าใจใน
ทรัพยากรแค่ไหน โดยตอบคำว่าถูกหรือผิด
1. ขั้นตอนแรกของการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมคือการระบุ ปัญหาอย่างหลากหลาย
2. การทำโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต้องเริ่มจากการตั้งโจทย์ เพื่อแก้ปัญหา
3. การบริโครงการสิ่งแวดล้อมจะประสบความสำเร็จต้องอาศัยบุคคลที่มีจิตรอาสา ต่อ
ชุมชน
4. การคิดและดำเนินงานอย่างเป็นระบบคือการนำองค์ประกอบของระบบต่างๆมา
เชื่อมโยงปฎิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
5. สาเหตุที่มนุษย์ต้องคิดเป็นระบบ เพราะมนุษย์ต้องอยู่กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง
6. การคิดเชิงระบบคือการนำองค์ประกอบของระบบต่างๆมาเชื่อมโยงปฎิสัมพันธ์ ซึ่ง
กันและกัน
7. มนุษย์มีความเกิดขึ้นทุกขณะ จากการสัมผัสสิ่งแวดล้อม ส่งกระแสไปที่สมอง
เพื่อรับรู้ คิด ตัดสินใจ และสั่งการออกมาเป็นพฤติกรรม
8. บทบาทของอาสาสมัครทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ คือต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยน
แปลง
9. ทสม. จะงานได้สำเร็จ ต่อเมื่อตัวเองเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน ที่จะสอนผู้อื่น
10. หลักการของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือการยึดคน
เป็นศูนย์กลาง การพัฒนา
11. ปรัชญาพื้นฐานในการดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมคือ
รัฐต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน
12.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการ
ดำรงชีวิตของมนุษย์
13. การมีคุณภาพชีวิตที่ดี การกินดี อยู่ดี จะพัฒนาควบคู่กันไป กับเทคโนโลยี่ ที่ทัน
สมัย
14.เป้าหมายสุดท้ายของสิ่งแวดล้อมศึกษา คือ เข้าใจ เข้าถึง และนำไปปฎิบัติได้
ทรัพยากรธรรมชาติสามารถปรับสมดุลย์ ในตัวของมันเองให้เข้ากับมนุษย์ได้ .........
(ลองตอบทดสอบความรู้เรื่องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมกันดู รู้ไว้ใช่ว่า)
ลงทะเบียน บอกกันก่อนเป็นไครมาจากไหน
ทีมพัทลุง อาจารย์ วีรวัฒน์ อมราพิทักษ์ บังหละ๊ จิระ ชูช่วย ช่วยกันดูข้อมูล
น้องปู ปากพนัง นำสันทนาการ
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ นีละโยธิน แนะนำ ประธาน ทสม.จังหวัด
ประธาน ทสม.จังหวัดที่เข้าร่วมประชุม
ลุงวอสัญจรอีกแล้วเนาะ
มาให้กำลังใจค่ะท่าน
ผมเป็น ทสม.ของเชียงใหม่เช่นกันครับ
แต่จำรุ่นของตัวเองไม่ได้เลย 555
ชื่นชมค่ะ
ท่านวอ สุดยอดของการเดินทางไกลๆๆ
เรียนน้องมะเดื่อ สัญจรเที่ยวนี้มีเวที ประชุม สองที่ครับ
tuknarak ขอบคุณครับ ที่ให้กำลังใจคนสัญจรอาสา
เรียนน้องเพลิน ทสม.ภาคเหนือ อบรมก่อนภาคใต้ มี แปดรุ่น รุ่นผมสุดท้ายของปีนี้
น้องเพลินอีกอาสาหนึ่งที่เราเข้ามาทำงานร่วมกันคือ ทสม.
ขอบคุณ ครับคุณระพี ที่มาเติมกำลังใจให้ตลอด
ขอบคุณ นายหัวตุ้ม
พงศา ชูแนม
หลังจากขึ้นจากเรือไม้ ทวนสายน้ำไปถึงชุมชนคนอยู่ป่ายัง บ้านหลางตาง
นักศีกษา ป.โท พร้อมอาจารย์ ป.เอก คณะใหญ่ เดินตามหลังผม เข้ามาศึกษาในพื้นที่เกษตร สี่ชั้น อันอลังการงานสร้างของชาวบ้าน
"นี่ดอกอะไรค้า...พี่พงศา"
สำเนียงเสียงหวานนัก ถามความ ผมหวามหวั่น เพราะยุคนั้นวัยผมกับนักศืกษายังไม่กระชากกันมากนัก
"ดอกกาแฟ ครับ มันหอมเหมือนมะลิ เย้ายวนเหมือนราตรี กรุ่นไกลเหมือนจันทร์กระพ้อ"
ฟังสำนวนลิเกของผมสมัยนั้น แล้ว ทุกคนก็สูดดมชื่นชมดอกกาแฟ นึกกยาวไกลไปถึงกลิ่นเม็ดกาแฟ
ใกล้ ๆ กลุ่มต้นกาแฟ มีต้นมังคุดน้อย ๆ อยู่ต้นหนื่งอายุราว สามสี่ปี
"แล้วนี่ต้นอะไรคะ..พี่พงศา"
เธอคนเดิมฉอเลาะถาม และแอบโอบกอดต้นมังคุดนั้นพร้อมถ่านรูปกับยิ้มหวานกว้าง
"อ๋อ..นี่ต้นคอฟฟี่เมต ครับ"
ผมตอบหน้าตาเรียบ แฝงความรอบรู้ไว้ในแววตาอันเยือกเย็น
"จริงเหลอ...อุ๊ยไม่เคยเห็นต้น คอฟฟี่เมต..จริงเหลอ ไม่เชื่ออ่ะ"
เธอแย้งแบบไม่มั่นใจ จึงเข้าทางโจรอย่างผม ฉวยโอกาสหาทางสอนคนเรียนป.โท แบบสอนเซ็น อยู่พอดี
"จริงครับ...ประเทศเราผลิตกาแฟ ปีละหกหมื่นตัน ปลูกที่ชุมพรมากที่สุด
แต่เราไม่มีคอฟฟี่เมต เราต้องนำเข้าปีละ เกือบหกหมื่นตัน"
"เหลอ"
"น้องรู้ไหม เราดื่มกาแฟ หนึ่งช้อน คอฟฟี่เมต สอง สามช้อน "
"อืม..ค่ะ แล้วไงคะ"
"ที่นี่โครงการตามพระราชดำรี เราพยายามนำพืชบางตัวมาทดลองปลูก เรานำพันธุ์ คอฟฟี่เมต มาจาก เอกวาดอร์ อเมริกาใต้ มาปลูกเป็นที่แรกของประเทศ หากสำเร็จ จะลดการนำเข้า คอฟฟี่เมต ได้ในอนาคตครับ"
ผมเพิ่มดีกรีน่าเชื่อไปกับ ตรรกะ เหตุผลและแววตาท่าทางนักวิชาการผู้เคร่งวิชา
แล้ววันนั้ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ จึงหันมาทำความเข้าใจเรื่องต้นคอฟฟี่เมตอย่างจริงจัง จนขั้น นำเสนอยามค่ำที่ต้นน้ำพะโต๊ะ บนความเงียบงันบนใบหน้าของผมและลูกน้อง
"บทสรุปนะคะ..ต่อจากนี้ไป มหาลัยของเราน่าจะหาทางส่งเสริมการปลูกคอฟฟี่เมตกันอย่างจริงจัง เพื่อเศรษฐกิจชองประเทศ"
เป็นบทสรุปของการนำเสนอค่ำนั้น
แล้วซาตานพงศา ก็เริ่มงานสอนเซ็นโดยขออนุญาตสรุปผลการศึกษา
"ผมต้องขอโทษทุกคนที่เชื่อแบบนั้น..ขอโทษจริง ๆ นั่นไม่ใช่ต้นคอฟฟี่เมต..มันเป็นต้นมังคุด"
ได้เรื่องครับคราวนี้ ทุกคนโกรธเคืองผมอย่างแรง เพราะทำให้เกิดการเสียหน้าครั้งใหญ่ทั้งสถาบัน
"คุณโกหกอย่างนี้ได้อย่างไร คุณพงศา คุณ เป็นคนน่าเชื่อถือ ทำไมใช้นิสัยอย่างนี้ หลอกกันทำไม.......(สารพัดจะด่า) "
"ผมไม่ได้โกหกนะ พวกคุณรู้ไหม คุณจะเป็นมหาบัณฑิต อีกไม่กี่วัน คุณกำลังจะบอกสังคมด้วยความเขื่ืองว่าคุณคือผู้รู้ กว่าคนอื่น ๆ ........โดยบอกว่าคุณสืบค้นความรู้เป็นองค์ความรู้...คุณเป็นคนกรุงเทพ คุณไม่ถามผิดหรอกที่ไม่รู้จักต้นกาแฟ ไม่รู้จักต้นมังคุด..แต่ฐานะนักสืบค้น คุณดื่มกาแฟ คุณกินคอฟฟี่เมตทุกวัน คุณไม่เคยสืบค้นเลยหรือว่ามันทำมาจากอะไร"
...................... ทุกคนเงียบด้วยความโกรธที่คลายลง...
แล้วผมก็ตอกย้ำอีกว่า....ตกลงคอฟฟี่เมต ทำมาจากอะไร.....(ฮา)