ตอนที่ 3 เขียดขาคำ แมงกุดจี่ อาหารดีหาได้ง่ายๆ

"กองนั้นกูจองแล้วนะ" เด็กชายผอมสูง วัย 5 ขวบ นุ่งกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อร้องตวาด
"ไหนจอง" เด็กชายตัวเล็ก วัย 3 ขวบ แต่งตัวเหมือนพี่ มองเห็นซี่โครงแทบทุกซี่สงสัย
"ก็...ไม้ปักอยู่นั่นไง ไปหากองอื่นไป"


ผู้น้อง เดินจากกองขี้ควายด้วยความเสียดาย เพราะกองนั้นใหญ่มาก น่าจะมีกุดจี่หลายตัว หรือบางทีอาจจะมีเบ้าด้วย


"ไหวมานี่ ช่วยพี่จับเขียดขาคำดีกว่า" เด็กหญิงวัย 9 ขวบ ร้องเรียก ในมือเธอมีเสียมเล็กๆ อันหนึ่ง และข้างๆ เธอมีครุทีทำด้วยไม้ไผ่สาน แล้วเอายางไม้ยากันรั่ว


ถัดจากเธอไป มีเด็กหญิงอีกคน อายุ 7 ขวบ มือถือเสียมกำลังขุดดินทรายข้างทาง พลันเธอก็ร้องขึ้น
"ช่วยจับเร็ว มันกระโดดไปนู่นแล้ว"
พี่น้อง หญิงสองชายหนึ่ง ต่างตะครุบเจ้าเขียดขาคำตัวนั้น จนหัวแทบจะชนกัน



แต่..เด็กชายผอมสูงไม่สนใจ มองดูแว็บเดียวแล้วเดินหากองขี้ควายกองใหม่ต่อไป


บ้านนาเมื่อฝนเริ่มโปรยมา ชาวนาต่างตื่นแต่เช้า ต้อนควายไปนา ซึ่งมีควายถูกต้อนผ่านหน้าบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลายตัว ไปยังทุ่งนาของตน ทางนี้เป็นทางใหญ่ที่ชาวบ้านใช้เดินทางไปหมู่บ้านอื่นๆ ตลอดจนไปถึงอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี แต่ละวันมีเกวียนเทียมวัวผ่านมาหลายเล่ม ทางใช้มานานและเป็นดินทราย จึงทำให้เป็นร่องลึก เมื่อฝนตกดินทรายจะดูดซับน้ำ ประกอบกับสองข้างทางมีต้นไม้ขึ้นร่มครึ้ม ทางทรายจึงเย็น ร่มรื่น เขียดต่างๆ จึงชอบมาอาศัย โดยเฉพาะเขียดขาคำ


สามคนพี่น้องช่วยกันหาเขียดได้หลายตัว ตะวันคล้อยต่ำ พี่ใหญ่ถือครุเดินนำน้องกลับบ้าน เด็กหญิงคนรองถือเสียมของตัวเองเดินตาม เด็กชายช่วยถือเจียมอันเล็กของพี่ แต่ไม่เดินตาม กลับเดินไปที่กองขึ้ควายกองหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ


เด็กน้อยขุดลงไปที่กองขี้ควาย ทันใดนั้นเองเสียงตวาดก็ดังขึ้น

"ทำอะไรวะ ขุดทำไม" เด็กชายผอมสูงนั่นเอง


"หากุดจี่" เด็กตัวเล็กตอบแบบกลัวๆ
"โธ่..เอ้ย..ควายมันเพิ่งขี้เมื่อเช้านี้เอง มันจะมีกุดจี่ได้อย่างไร พรุ่งนี้นู้นมันถึงจะมี" พี่บอกพร้อมกับรอยยิ้มหายโมโห


หลังอาหารเย็นความมืดแผ่เข้ามาปกคลุมบ้านนา หากไม่ใช่ฤดูทำนาจะได้ยินเสียงเด็กๆ อ่านหนังสือบ้าง ท่องสูตรคูณบ้างเสียงดังแข่งกัน แต่คืนนี้บ้านหลายหลังหอบลูกไปนอนเถียงนา บริเวณรอบบ้านไม้ใต้ถุนสูงจึงเงียบ
"ทุกคนนอนได้แล้วนะ" แม่ปูที่นอนเสร็จแล้วและเร่งลูกให้นอน ส่วนแม่นั่งข้างๆ อู่ผ้าขาวม้า ซึ่งมีลูกคนเล็ก อายุเพิ่งได้ 1 ขวบ นอนอยู่


ลูกๆ ทุกคนล้มตัวลงนอน ไม่ช้าก็หลับ มีเพียงคนเดียวที่ยังพลิกตัวหันมามองแม่
"แม่..ทำไมขี้ควายมีกุดจี่"


"ไหวเอ้ย..ก็กุดจี่มันมากินขี้ควาย หลับเถอะลูก"
เด็กชายตัวเล็กยังมองแม่ตาแป๋ว

"นอนนะ แม่จะเล่านิทานให้ฟัง" เด็กน้อยได้ฟังก็หลับตาลง
"ขี้ควายนะ เซียงเมี่ยงเรียกว่า ตั่งเป่" แม่เริ่มเล่านิทาน


"สมัยก่อนนานมาแล้ว สัตว์ทุกตัวและคนเป็นเพื่อนกัน เซี่ยงเมี่ยงก็มีเพื่อนสามตัว เป็นเสือ นกและไก่"

นิทานเพิ่งจะเริ่ม เด็กน้อยก็หลับแล้ว หลับด้วยความสุข

อ่านตอนที่ 4 เจ็บ อบอุ่นและประทับใจ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าไม่มีชื่อ



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วเห็นบรรยากาศแห่งท้องทุ่งยามแล้งเลยจ้ะ

เขียนเมื่อ 
Ico48

ขอบคุณครับ คุณมะเดื่อเคยทานกุดจี่ไหมครับ สุดยอดอาหารนะครับ