ทริปภาคสนาม เมื่อตอนปี2 เป็นช่วงเวลากำลังปิดเทอม ซึ่งเป็นรายวิชาประวัติศาสตร์ภาคใต้ พวกเราจึงได้ออกเดินทางกันตั้งแต่ตี 5 ซึ่งเป็นเวลาที่ง่วงนอนมากๆ ฉันต้องตื่นตั้งแต่ตี2 กว่าจะอาบน้ำ แต่งตัว ก็ถึงที่มหาลัยตี5 แต่กว่าจะถึงกระบี่เป็นที่แรกก็เล่นเอานั่งรถเหนื่อยเลย
สถานที่ที่1 คือ พิพิธภัณฑ์ลูกปัดโบราณ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งจะเก็บของเกี่ยวกับสิ่งของที่ถูกค้นพบตั้้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งที่นี้ไม่ใช่มีแต่ลูกปัดอย่างเดียวเท่านั้นแต่จะมีจำพวกหินแปลกๆ เครื่งปั่นดินเผา โครงกระดูก ให้ได้ชมกัน

หินสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่แกะสลักเป็นรูปหน้ามนุษย์ แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นของใคร

ดิฉันมาเป็นครั้งแรก คงจะตื่นเต้นไปหน่อย555 (ลูกปัดที่นี่สวยๆทั้งนั้น อยากได้กลับบ้านบ้าง)

ยืนบนสุสานหอย แต่ยังสงสัยทำไมถึงไม่มีหอยสักตัว มีแต่หินเท่านั้น
หยุดพักเที่ยงกันก่อน ที่อ่าวนพรัตน์ ที่นี้อาหารอร่อยมาก นั่งชิวๆๆ รับลมเล ที่โดนที่สุดคือยำไข่แมงดาแซ่บเว่อ แต่อาหารก็แพงมากโดนไป 1000 บาท แต่ทานกันหลายคน ไม่เป็นไรหารกัน

นางแบบ ลูกน้ำ มารีซ่า แห่งอ่าวนพรัตน์ธารา 5555

เพื่อนชายค่ะ เป็นคนกระบี่ มิตรภาพดีๆที่มีต่อกัน
สถานที่ที่3 คือถ่ำผีหัวโต กว่าจะมาถึงที่นี้ได้ก็ใช้เวลานานเหมือนกัน ทั้งนั่ง นอน กิน อยู่ในรถ เป็นเวลานาน แต่กว่าจะไปถึงถ่ำผีหัวโตก้ต้องเดินทางไปกับเรือหางยาว ซึ่งดิฉันเป็นคนกลัวการนั่งเรือมากๆๆ เพราะกลัวว่าเรือจะล่ม แต่สำหรับที่นี้แล้วก็เป็นสถานที่ทางประวัติาสตร์ช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีความสำคัญต่อภาคใต้เป็นอย่างยิ่งเนื่องจากพบพบเศษกระดูกมนุษย์ กองเปลือกหอยแครง และภาพเขียนสี

เดินทางด้วยเรือหางยาวไปถ่ำผีหัวโต กับเพื่อนรัก "อำพร บัวงาม"

มิตรภาพดีๆเพื่อนชายของดิฉัน ซ้ายเป็นคนกระบี่ กลางคนนครศรีธรรมราช ขวาคนชุมพร

ภาพเขียนภายในถ่ำผีหัวโต สงสัยเหมือนกันว่าไปเขียนบนผนังถ่ำสูงๆได้อย่างไร แล้วนี้มันรูปอะไรล่ะ บางคนบอกว่ารูปควาย บางคนก็บอกว่าหมอผี 555 แล้วแต่จะคิดกันน่ะ
เมื่อเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว เราก็ไปพักกันที่ โรงแรมกระบี่ โฮลเทล ที่พักสบายมากๆ อยู่แถบกลางเมืองกระบี่ จึงมีโอกาศได้ไปเดินหาของกินและชมเมืองกระบี่ในยามคำคืน และตบท้ายด้วยการไปเที่ยวผับ แต่ที่ไหนได้กลับเข้าผิดไปเข้าบาร์แทน เลยโดนค่าสั่งน้ำโค้กมากิน 600กว่าบาท

ภาพถ่ายจากมุมสูง เมืองกระบี่ยามค่ำคืน
สถานที่ที่4 วัดถ้ำเสือ วัดถ้ำเสือเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่และมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง บอกเลยว่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเยอะมาก เค้าบอกว่าถ้าไปไม่ถึงบนยอดเจดีย์แสดงว่ามาไม่ถึงกระบี่ เอาไงดีล่ะมาเที่ยวตอนเช้าด้วยจะขึ้นไปดีมั้ยน่ะ ตั้ง1237 ขั้น
ในที่สุดฉันก็มาถึงบนยอดเจดีย์จนได้ บอกเลยว่าเหนื่อยมาก ขึ้นมาถึงสลบเลยพร้อมทั้งเพื่อนๆในเอกที่ขึ้นมาด้วย แต่ก็รู้สึกคุ้มค่าน่ะที่ได้เห็นบรรยากาศของจังหวัดกระบี่ที่สวยงาม
กว่าจะสื่อภาษากันได้ว่าขอถ่ายรูปหน่อย 5555 รู้สึกเขิน
ต่อไปก็เดินทางสู่จังหวัดสุราษฏร์ธานีกันต่อ คงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึง เด็กวัยรุ่นนิก็ใช้ช่วงนี้หลับยาวเลยละกัน
นักศึกษาเอกระวัติศาสตร์โดนวางยาสลบหมดแล้ว (คงจะเหนื่อยมาก)
สถานที่ที่5 เราไปกันที่เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฏร์ธานี ที่นี้ก็เป็นสถานที่กักเก็บน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยหรือเปล่านั้นยังไม่แน่ใจ แต่ที่รู้ๆที่นี้วิวสวยมาก เวลามองอกกไปนั้นรู้สึกสงบ สดชื่น สบาย ลมเย็น อากาศดี ถ้าได้นั่งเล่าความทรงจำกับเพื่อนเก่าๆก็คงจะได้บรรยากาศมาก
มาถึงก็ถ่ายรูปกันก่อนเลย กลัวว่าไม่มีภาพมายืนยัน
ถ่ายภาพหมู่ ถือว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
สถานที่ที่6 เราจะไปตามหาอาณาจักรตามพรลิงค์ที่ จ.นครศรีธรรมราช บอกได้เลยว่าต้องใช้เวลาเดินทางย้อนกลับมา กว่าจะถึงก็ใช้เวลา 2 ชม.กว่า แต่พอไปถึงน่ะสิประตูเข้ามันร้างไปแล้ว ไม่มีพนักงานอยู่เลย แต่ต่อให้ร้างอาจารย์ของเราก็นำทัพพาขึ้นจนได้ แต่บอกเลยว่าเหมือนกับเดินทางในป่า ในหุบเขา เหมือนหนังเรื่องอังกอร์ที่ต้องมาตามหากริต แต่เรามาตามหาอาณาจักรตามพรลิงค์ เดินป่าอยู่นานกวาจะถึง มีแต่ซากหินที่พังไปแล้วเท่านั้น แต่ก็แปลกนะทำไมคนสมัยก่อนชอบอยู่ตามยอดเขา ร้อนก็ร้อน เดินทางก็ลำบาก ไม่รู้ว่ามีน้ำป่าว
อาณาจักรตามพรลิงค์ อันยิ่งใหญ่ เหลือให้เห็นแค่นี้เอง แต่คุ้มน่ะที่ได้มาเหยียบบนพื้นแผ่นดินบรรพบุรุษ






ยินดีต้อนรับสู่ชุมชนแห่งนี้ครับ ;)...
ขอบคุณค่ะ เป็นครั้งแรกเลยที่เข้ามาเขียนประสบการณ์ที่ผ่านมา