เรื่องมีอยู่ว่าได้ไปเป็นล่ามให้ลูกชาย  ไปขอรับบริการตรวจวัดความได้ยินจากโรงพยาบาลใหญ่ที่อยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ  เพื่อยืนยันว่าหูหนวกสำหรับนำไปเป็นหลักฐานการสอบ TOEFL  ที่ขอยกเว้นการสอบพูดและฟังตามระเบียบของ TOEFL เมื่อวันที่ 5  มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา

ก่อนหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2  ก็ไปโรงพยาบาลเอกชนย่านปิ่นเกล้ามาแล้ว  หมอบอกว่าควรจะไปตรวจที่โรงพยาบาลเดิมซึ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล  ที่เคยตรวจมาเพราะน่าเชื่อถือกว่าโรงพยาบาลเอกชน  ก็จำใจทำตามเพราะยังไง ๆ หมอก็ไม่ยอมตรวจให้ 

วันที่ 5  จึงตั้งต้นใหม่ไปออกจากบ้านศาลายาตั้งแต่ 6.30 น.  แต่ก็ไม่ทันการยื่นบัตรตั้งแต่  06.30 น.  และตอนที่ไปถึงประมาณ 08.15 น. และคนไข้เต็มโควตาการตรวจแล้ว จึงต้องรอรอบห้าโมงเย็น  ยื่นบัตรบ่าย 3 โมง  แล้วก็ตรงไปยังห้องตรวจ บอกหมอว่าขอใบรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมหลักฐานการตรวจวัด เพื่อนำไปเป็นหลักฐานการสอบ TOEFL ที่ยกเว้นการสอบพูด และฟัง   หมอบอกทันทีว่า ออกเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ (งงกันใหญ่ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร โรงพยาบาลออกเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ หรือว่า หมอไม่ได้ใส่ใจที่จะทำให้กันแน่…คิดกันในใจ)  จึงต้องออกจากห้องหมอไป  มาพบกับพยาบาลหน้าห้อง  พยาบาลเสนอให้ตรวจวัดความได้ยิน  ก็บอกว่าเป็นความตั้งใจที่จะได้พร้อมกับใบรับรองแพทย์อยู่แล้ว  พยาบาลบอกว่าจะบอกหมอให้อีกครั้ง  แล้วก็นั่งรอสักพักใหญ่  พยาบาลก็ให้ไปพบหมออีกท่าน  กำลังจะเข้าไปพบหมอ  หมอบอกว่าไม่ต้อง  ๆ  ขอให้รอ  นั่งรอสักพักใหญ่ พยาบาลนำใบรับรองแพทย์มาให้   จบการให้บริการของหมอ  เอาใบรับรองแพทย์มาดู  อ่านดูที่หมอเขียนให้ หมอใช้ผลการตรวจวัดจากเครื่องวัดความได้ยินจากประวัติการตรวจวัด เมื่อ 5 ปีที่แล้ว  ซึ่งไม่เป็นปัจจุบันตามที่ต้องการ  

เวลาประมาณ 18.30 น. ได้เวลากลับบ้าน จ่าย 100 บาทค่าใบรับรองแพทย์ ที่ใช้ไม่ได้  ลาก่อนโรงพยาบาลรัฐบาล  กลับบ้านดีกว่า  มาทั้งที ใช้เวลาทั้งวัน  เจอคุณหมอท่านที่ไม่สามารถทำให้ได้ดังใจ  ก็ต้องไปหาโรงพยาลใหม่กันอีกครา 

โอ!!!  โรงพยาบาลรัฐบาล หมอไทย (หรือออกนอกระบบไปแล้ว ไม่แน่ใจ) ที่เป็นอย่างนี้มีอีกสักกี่โรงพยาบาล มีหมออีกสักกี่คน

วันศุกร์ที่  7 มิถุนายน 2556  ช่วยกันค้นหาโรงพยาบาลจากอินเตอร์เน็ต  ที่บริการตรวจวัดความได้ยิน  แล้วก็โทรไปหาศูนย์ฯที่อยู่ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ย่านบางแค เสียงที่มาตามสายบอกได้ว่าจะพึ่งได้ อบอุ่นใจ  แต่เธอขอให้รอสักครู่เพื่อไปปรึกษาหมอว่าจะทำได้หรือไม่ สักพักก็โทรกลับมาว่า ไปพบหมอได้เลย  ทั้งคนที่จะตรวจวัดและล่าม ก็เดินทางไปโรงพยาบาล   ทำบัตร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที   อีกประมาณ 20 นาที่ต่อมาได้พบหมอ  หมอสั่งศูนย์ตรวจวัด ให้ไปวัดความได้ยินที่ใช้เวลาอีกประมาณ 15 นาที แล้วกลับมาพบหมอ  ท่านออกใบรับรองแพทย์ให้ พร้อมใบแสดงผลการตรวจวัด จ่ายค่าบริการตามใบเสร็จรับเงิน 1190  บาท  จำแนกเป็น ค่าอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ 640 บาท  ค่าพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีการพยาบาล 100 บาท ค่าบริการทางการแพทย์อื่นๆ 100 บาท ค่าตรวจรักษากรณีผู้ป่วยนอก 350  บาท แล้วกลับบ้าน 

โอ!!! โรงพยาบาลเอกชน ทำให้เราได้ตามต้องการ

เรื่องเล่าครั้งนี้ต้องการชี้ให้เห็นคุณภาพของโรงพยาบาล  ที่อยู่ที่จิตสำนึกการให้บริการของทรัพยากรบุคคลของโรงพยาบาล  แต่ยังไง ๆ  หากเราไปบอกผู้อำนวยการโรงพยาบาล  ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ คงต้องไปทบทวนระบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD) ว่าหย่อนยาน หรือ หรือตึงดี  แล้วรักษา หรือพัฒนาตรงที่ทรัพยากรบุคคล  ประชาชนก็จะได้รับบริการที่ดี  ซึ่งเป็นตัวชี้คุณภาพของโรงพยาบาล  แต่เราก็ไม่ได้ไปพบใคร นำมาบอกให้ชาวโกทูโนรับทราบจะดีกว่า จึงเล่ามาสู่กันอ่านในเรื่องจิตสำนึกการให้บริการของโรงพยาบาลรัฐ เอกชน ที่ไปพบเห็นมา