ถ้าไม่ปล่อยวาง ความพอเพียงจะทำยากมากครับ

เท่าที่ผมศึกษาธรรมะมาเพราะพ่อบังคับให้อ่านหนังสือธรรมะแทนการบวชเป็นพระในวัด

 

ผมก็พอรู้นิดๆหน่อยๆ พอประคองตัวให้ลอยคออยู่ในกองทุกข์ได้บ้าง
ไม่ถึงกับหลุดพ้นอย่างที่พระท่านสอน หรือ "จมในกองทุกข์" อย่างที่คนจำนวนมากเป็น

พอมองไปดูคนในกลุ่มที่จมในกองทุกข์
ผมพบว่า คนส่วนใหญ่ที่ยัง "ทุกข์" เพราะไม่รู้ว่า อะไรคือทุกข์ อะไรคือ สุข

และไปวนเวียนดำผุด แหวกว่ายอยู่กับกองทุกข์ เหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ เพราะคิดว่า "เปลวไฟนั้นมันสวยงาม" ตามเพลงที่เขาร้องเยาะเย้ยถากถางเอาไว้

แต่คนเหล่านี้ก็ยังไม่รู้สึกอะไร
ดังนั้น คำพระ ที่ท่านว่าไว้

"คนที่ยังไม่เห็นทุกข์ ย่อมเข้าไม่ถึงความสุขที่แท้จริง"
ยังเป็นคำชี้นำที่สำคัญมากๆ

ทั้งนี้ "ทุกข์" รวมความถึงทั้ง
ก. ทุกข์หยาบๆ ทุกข์ยาก ลำบากต่างๆ ฯลฯ ที่ใครก็มองเห็น แต่ก็ไม่ยอมหนี มีแต่หาเพิ่มแบบไม่รู้ตัว

และ
ข. ทุกข์ละเอียด เช่นความมั่งมี ร่ำรวย ฯลฯ ที่ปุถุชนทั่วไป "หลงคิด" มองเห็นว่าเป็นความสุข และยกย่องกันว่าเป็นสิ่งดี

ถ้าคิดได้แค่นี้ ก็ยากที่จะได้สัมผัสความสุขที่แท้จริงครับ

เพราะความสุขที่แท้จริงนั้นคือ
1. การปล่อยวาง ไม่ยึดมั่น ถือมั่น ในเรื่อง "ตัวกู ของกู" และ
2. ความพอเพียง พอเหมาะ พอดี และพอใจ กับสิ่งที่ตัวเองมี 

ที่ต้องทำ ตามลำดับเลยครับ ย้อนศรจะลำบากครับ

เพราะถ้าไม่ปล่อยวาง ความพอเพียงจะทำยากมากครับ

และถ้าใครทำได้ ก็จะเป็น "มนุษย์ที่มีความสุขที่แท้จริง" จะมีอะไร ไม่มีอะไร สภาพไหนๆ ก็มีความสุขครับ

และ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมครับ

(และ กรรม ก็คือ การกระทำของเราเอง ที่เป็น "กรรมภายใน" ที่มีผลต่อชีวิตเรามากๆๆๆๆๆ  ไม่ใช่คนอื่นทำให้ที่จะเป็นเพียง "กรรมภายนอก" ที่มีผลน้อยกว่า หรือแทบไม่มีเลย ถ้าเราไม่รับเข้ามา)

 อิอิอิอิอิอิ