ในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่  25  พ.ค.  2556  ที่ผ่านพ้นไปแล้ว  ผมและครอบครัวเครือญาติได้เดินทางไปร่วมบำเพ็ญกุศลศพคุณแม่เทียบ  เสนขวัญแก้ว อายุ  85 ปี จัดงาน ณ บ้านเขาพังไกร  อ. หัวไทร  จ. นครศรีธรรมราช( วันนี้ทำพิธีเผาศพที่วัดใกล้บ้าน ) คุณแม่เทียบถือว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเราด้วย  เพราะเป็นคุณแม่ของลูก ๆ จำนวน 9 คน ( ถ้าจำไม่ผิด )มีคุณละม้าย  เสนขวัญแก้ว  เป็น  รองนายก  อบจ. นศ. และคุณชวลิต  เสนขวัญแก้ว แต่งงานกับพี่สาวภรรยาผมเอง


 

<p>พอเดินทางไปถึงงานก็ได้รับฟังเทศน์งานศพ  1 กัณฑ์  ผู้เทศน์คือ  พระครูสุขันติธารารักษ์  เจ้าคณะตำบลบางจาก  เขตจังหวัดนครศรีธรรมราช  สำหรับเรื่องเล่านี้จึงได้นำเนื้อหาแห่งธรรมพอจับประเด็นได้ว่ามี 4 คำถาม  ดังนี้</p>

1 . อะไรเอ่ย  ยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าถึงชรา..?

2 . อะไรเอ่ย  เมื่อตั้งมั่นดีแล้วยังประโยชน์ให้สำเร็จ..?

3 . อะไรเอ่ย  ที่โจรลักขโมยไปไม่ได้..?

4 . อะไรเอ่ย  เป็นรัตนะของนรชน..?

</span><p>
</p> <p>คำตอบก็มีโดยย่อว่าดังนี้</p>

ข้อ 1  ตอบว่า  การรักษาศีลธรรมจรรยา  คนที่มีศีลมีธรรมจะมีความสงบกายวาจา มีชีวิตอยู่เป็นปกติสุข

ข้อ  2  ตอบว่า  ความมีศรัทธาที่ประกอบไปด้วยปัญญาไม่ใช่ความเชื่อที่งมงาย

ข้อ  3  ตอบว่า  บุญอันโจรนำไปไม่ได้  ใครทำบุญได้บุญเอง

ข้อ  4  ตอบว่า  ปัญญาเป็นที่พึ่งของนรชน

</span><p>
</p>

 

<p>คนเราเมื่อยังมีชีวิตอยู่ต้องการมีคนเลี้ยงกาย  พอตัวตายไปให้ต้องการคนเลี้ยงวิญญาณ  </p>

  อันพ่อแม่ต้องเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูก  เพื่อให้ลูกได้อาศัยร่มเย็น

พ่อแม่เป็นศาลยุติธรรม  เป็นศาลพระภูมิที่คอยให้พรลูก ๆ หลาน ๆ

พ่อแม่ต้องการลูกเป็นคนดี  เพราะลูกที่เป็นคนดีนี้พึ่งพาได้

</span><p>
</p>

 

<p> แง่คิดที่ได้จากข้อหนึ่งคือ  คนถือศีลกินเจเป็นคนมีความสุข  เพราะจิตใจสงบ ทำดี  ละชั่ว  มีจิตใจผ่องใสได้แน่ถ้ามีศีลธรรม</p>

  แง่คิดข้อที่สองคือ คนมีความเชื่อสิ่งใดแล้วต้องมีสติปัญญากำกับความเชื่อนั้นด้วยไม่อย่างนั้นมักจะโดนคนหลอกคนเอาง่าย ๆ  เพราะผีหลอกไม่ค่อยเจอแต่คนหลอกคนนั้นมีเกลื่อนไป

</span><p>
</p>

 

<p> แง่คิดข้อที่สามคือ คนทำความดีไม่หวังผลตอบแทน  เขาเรียกว่าปิดทองหลังพระหรือปิดทองก้นพระก็ตามแต่ล้วนก่อเกิดความสุขใจทั้งนั้น</p>

  แง่คิดข้อที่สี่คือ  การแสวงหาสิ่งใด ๆ ไม่เท่ากับการแสวงหาดวงปัญญา  คนมีปัญญาพาตัวรอดได้  เขาจึงมักเรียกว่านักปราชญ์เพราะเป็นคนมีปัญญานี่เองแล.

</span>