จดหมายถึงครู l เต็มที่ในหนึ่งวัน

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กราบสวัสดีค่ะครู

  ชีวิตในวัดที่ได้อยู่กับครูเป็นช่วงเวลาที่เต็มอิ่มด้วยการเรียนรู้

ครูเรียกปลุกตั้งแต่ตีสี่ ได้ยินเสียงครูใจหายเพราะแทนที่จะเป็นผู้ไปเรียกแม่ออกน้อย กลายเป็นว่า ตื่นทีหลัง

เช้านี้ครัวคึกครื้นเพราะครู พาเตรียมอาหารถวายพระแบบชุดใหญ่

ครูทำหมี่กะทิ กระเพราะไก่ ข้าวผัด

หนูทำสมุนไพรทอดกับไข่ตุ๋น

แม่ออกน้อยครีมและมดแดงทำแซนวิชและปิ้งขนมปังทาเนย

เป็นครีมที่เต็มไปด้วยความสว่างของใจที่ครูพาทำ กำลังพลน้อยแต่ผลผลิตมาก โดยส่วนใหญ่ก็คือฝีมือของแม่ครู

เป็นสิ่งที่ครูทำให้เห็นเสมอ ๆ แล้วก็ชี้ให้เป็น ให้พวกหนูลงมือทำและเรียนรู้ด้วยตัวของตัวเอง

ครูเป็นในทุกสิ่งทุกอย่างที่งดงาม

หนูรู้สึกกับตนเองว่า ร่างกายครูจะเพลียหากออกแรงมาก ๆ

วันนี้ครูใช้แรงตั้งแต่ทำอาหาร รวมถึงนำพาพวกหนูไปรับน้องบอยที่หนองพอก แล้วครูก็เมตตาขับรถขากลับ

หนูรู้สึกว่า ครูเมตตามาก ๆ ด้วยหัวใจที่แคร์มาก ๆ

ครูเสียสละเอาใจใส่ ยอมเหนื่อยเอง กลับมาพาพวกหนูทานมะม่วง กว่าครูจะได้พัก กิเลสหนูก็ทำให้ครูเข้ากุฏิไม่ได้

ครูเตือนสติ ความผิดปกติการมาศาลา 4 ของหนู ให้รู้ทันราคะตนเอง

ข้างในหนูเข้าล๊อคเดิมอาการมึนงง

เลี่ยงออกมาคลุมแคร่ที่ครูมอบหมาย แล้วครูก็พาแม่ออกน้อยพัก

หนูถามตนเอง เฮ้ย งานหนูไม่ได้รีบขนาดที่ต้องรบกวนคนอื่น หนูเลี่ยงขึ้นกุฏิกะจะนอน กำลังจะง่วงหลับ รู้สึกกับตนเองว่า

“วิถีการพักของหนูแบบนี้ไม่เหมาะ เคยนอนแล้วงัวเงีย”

แต่จะนั่งอยู่แบบนี้ไม่ได้ นึกขึ้นได้ว่า ครูให้ฟื้นฟูสวน เหมือนจิตหนูปั่นป่วนมากกว่าคะครู

พยายามทำความเข้าใจกับตนเอง แต่มันก็ไม่ใช่ปัญญาเจ้าค่ะ แค่ทำแปลงผักไว้ ข้างในก็ไม่เงียบ

แต่ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นอาการ อยากเข้าใจ

ตัวหนูเหม็นมาก

ครูเมตตาชี้ว่า “พอจิตหนูขุ่นมัว ตัวจะเหม็น”

ชัดมากเลยเจ้าค่ะกับตนเอง

จึงอาบน้ำทำดีท๊อก ค่อยรู้สึกผ่อนคลายกับตนเอง

พอครูออกมา หนูจึงหาจังหวะการคลุมแคร่ แบบกะไว้กับตนเองคร่าว ๆ แล้วว่าจะทำยังไง

ผลงานก็ออกมาโอเคกับตนเองเจ้าค่ะ ตั้งใจไม่ลอกของเดิมเพราะรู้สึกว่าแม้จะมีรอยขาดแต่ก็พอเรียบอยู่คลุมได้อยู่

พอเสร็จก็ได้นวดให้ครูก่อนกลับบ้าน

ครูเมตตาให้โอกาสหนูแก้ไข เย็บคลุมถุงนอน

อาทิตย์นี้ครูเมตตาย้ำชัดว่า

“หนูมีปัญหาเรื่องการจัดลำดับ” ข้างในหนูคิดถึงคำว่า “ผิด order of mixing”

คำที่ครูบอกประมาณว่า “ครูมีอะไรมากที่อยากสอน”

ใจหนูออกอาการอึ้ง เพราะหนูห่วยแตกที่เรียนรู้ไม่ได้

แต่ก็ปฏิเสธได้ว่า จริง

หนูเรียนไม่ได้เพราะมัวแต่ “ลังเลสงสัย”

อยากเข้าใจ แล้วไปติดล็อค

หนูไม่ได้โง่ แต่จิตหนูมันดื้อด้าน

แล้วหนูก็อยากจะหายเจ้าค่ะ

อยากจะเรียนรู้ให้ได้

พอกลับบ้านลืมโทรศัพท์ที่ชาร์ทไว้อีก

ขอร้องให้ทุ่งช่วยไปเอากุญแจแล้วพาไปเอาแล้วหนูค่อยมาส่งน้อง

จิตหนูมันชั่ว สิ่งที่พึ่งระวัง คือ ตั้งสติแล้วรู้ให้ทัน

ครูชี้แสดงว่า “เป็นสิ่งที่พึงแก้ไข”

เหมือนเขียนเตือนตนเองเจ้าค่ะครู

กลับมาบ้าน พ่อแม่กลับจากตลาดพอดี วันนี้ไม่มีอาหารเย็น

หนูกับน้องน้ำตาลจึงช่วยกัน หนูทำตาลชิม

ตำแตง ทอดปลานิล (หนูแวะจ่ายตลาดที่กุฉินารายณ์ก่อนเข้าบ้าน)

น้องตาลทำไข่เจียวแต่ได้ ไข่กวนเจ้าค่ะ

พ่อ แม่ทานอย่างอิ่มใจเจ้าค่ะ

เป็นวันที่เรื่องเยอะแต่กลับรู้สึกกับตนเองทำไมหนูเขียนได้ไม่เต็มที่นะ

บอกไม่ถูกเจ้าค่ะกับบันทึกนี้