จดหมายถึงครู l 

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กราบสวัสดีค่ะครู

  วันนี้ตื่นขึ้นมาบนพื้นโรงแรม หลังจากที่ก่อนหลับหนูถามตนเองว่า

“ศีลมันรักษาเรา แต่ทำไมเราไม่ค่อยรักษา”

ไม่ต้องดูใครที่ไหน หนูเองนี่แหละ ศีล 5 ก็ยังขาดแหว่ง ด้วยขาดสติ ข้อวัตรก็ปฏิบัติไม่เต็ม

ข้อที่เพิ่มมาอีก 3 ข้อ ก็ยังกระพร่องกระแพร่ง ประคองแบบหยาบ ๆ

เป็นเหตุให้รู้สึกละอายกับตนเองที่จะ “โกนหัวด้วยเจ้าค่ะ”

ลึก ๆ รู้อยู่ข้างในว่า ศีลไม่สะอาด

ใจมักจะเหม่อ พอมารู้ตัวบางทีเหมือนหนูเกร็งทั้งร่างกายและกลั้นหายใจด้วยเจ้าค่ะ

แล้วที่สำคัญศีล 8 ก็กระพร่องกระแพร่งเหลือเกินเจ้าค่ะครู

หากโกนแล้วข้างนอกมันก็จะเลยข้างในใจไปมาก

ที่จะไม่โกน หนูอายรึ

เหมือนคำว่า อายไม่ปรากฏให้เห็นกับตนเองเจ้าค่ะ

รู้สึกว่าการตัดผมเองทุกวันโกน แล้วแหว่างหน้าแหว่งหลัง รู้สึกอาย จนเข้าใจกับตนเองเจ้าค่ะ

ข้อดีหากจะโกนคือ สบาย ไม่ต้องลำบากมาคิดว่าจะทรงไหน

โกนแล้วก็ได้พิจารณากับตนเองด้วยเจ้าค่ะ

การโกนผมเองซึ่งเป็นการโกนครั้งที่ 3 ทำให้ข้างในหนูได้เรียนรู้เรื่อง “การเช็คความเรียบร้อยว่า เกลี้ยงรึยัง”

แล้วข้างในมันก็เอาเข้ามาเช็คกับตนเองในการพิจารณา เหมือนกับเรื่องน้องภัส ว่า เกลี้ยงจากใจรึยังเจ้าค่ะ

แต่ยังไม่ขยายไปทุกเรื่อง รู้สึกกับตนเองว่า ตอนที่ย้อนถอดบทเรียนกับตนเอง ข้างในมันทำเช่นนี้ ทำแบบเดียวกันกับตอนโกนผมเองแล้วเช็คเองเจ้าค่ะ

  แต่ทำไมเขียนมาถึงตรงนี้ข้างในหนูเป็นหนัก ๆ มันคงมีความอยากโกนแต่ไม่สมอยาก กระมังเจ้าค่ะ

โกนไปก็คงทำได้แค่เลียนแบบครู แต่ยังไม่ใช่จากข้างในตนเอง

โกนผมแล้วดีกับหนูยังไง

หัวโล้น ๆ ทำให้ข้างในหนูระวังในการออกข้างนอกมากขึ้น ใจระวังมากขึ้น

ถ้าไม่โกนหล่ะ?

ก็เหมาะถนอมใจตนเองที่ยังไม่เด็ดขาด

ถนอมใจคนมอง

แต่ก็เสี่ยงกับกิเลสตัวราคะของตนเองเจ้าค่ะ

เพราะมันก็ยังจะมาหลง ทรงนั้นทรงนี้

คำตอบ ณ ตอนเขียนจึงยังก่อน ปัญญา ณ ตอนนี้ห่วงหลงมากว่าอื่นใดเจ้าค่ะ

วันนี้ตลอดวันเป็นการประชุม หลายเรื่องที่เห็นข้างในดันออกมา แทบต้องเหยียบความถือดีของตนเองไม่ให้แหลมหน้าออกมา

หลายเรื่องเป็นความไม่ใส่ใจของตนเอง หลายเรื่องเห็นแววความไม่ชอบมาพากลและขัดแย้ง รวมถึงหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เห็นแต่ความไม่สำเร็จ

หนูถามตนเองหนูเหลืออะไร อ้างอะไรที่จะทำให้ไม่ลุยหน้า ก็ความขี้เกียจนั่นแหละเจ้าค่ะครู

ที่ชัดเจน จึงลองกับตนเอง ลุยทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ และก็ไม่มีใครทำ

แม้จะมีเสียงบ่นตนเองว่า “เอาอีกละ ไหนว่าจะทำไปเรื่อย ๆ ไม่แปลกแยกไง”

เอาเข้าจริง ๆ ข้างในมันก็ คือ เหมือนเก่าเจ้าค่ะครู

แต่เอาก็เอา

บางทีก็มีคำถามย้ำกับตนเอง เหมือนเรื่องศีล 8 และ ศีล 5

ใจนี้มันก็แปลก ศีลสูง ๆ สมบัติล้ำค่ามันก็หาเรื่องจะถอยจนต้องกดข่ม มาเอาอะไรที่ต่ำลง ๆ

นี่แหละหนอ หนูบอกตนเองภูมิรู้ภูมิธรรมของปุถุชน ลูบคลำศีล

ไม่ต้องไปแล หรือ มองใครที่ไหน หันมองเข้าข้างในใจตนเองนี่แหละที่มีความบีบคั้น แต่ก็ทานแรงกิเลสไม่ได้ในความอยากต่าง ๆ มันแรงจนทำได้แค่เหยียบมันไว้ก่อนเจ้าค่ะ

ตกเย็นว่าจะไปซื้อเสื้อแม่ชีไว้เผื่อให้ป้า ระหว่างนั้นครูโทรเข้ามาพอดี ทำให้ได้ทบทวนกับตนเองแล้วก็หยุดไว้ก่อน

เรื่องป้า ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่า มีอะไรควรจะบอกครูทั้งหมด ไม่บอกทั้งหมดทำให้เรื่องมันยากขึ้น

กลับจากตลาดแวะดูเสื้อคลุมอาบน้ำไม่มีแบบที่ตั้งใจ มักจะมีลายปักที่หน้าอกใจหนูรู้สึกว่า “ยังไม่ใช่เจ้าค่ะ”

จึงยังไม่อะไรอย่างไร

ตลอดการเดินทางก็เหมือนในหัวคอยพิจารณาเรื่อง ผม และเรื่องที่วัด

แต่อย่างไรก็ทำเช่นเดิมต่อไป สาธุเจ้าค่ะ