ไม้ค้อมมีลูกน้อม    นวยงาม
คือสัปบุรุษสอนตาม    ง่ายแท้
ไม้ผุดังคนทราม    สอนยาก
ดัดก็หักแหลกแล้    ห่อนรื้อโดยตาม

นาคีมีพิษเพี้ยง  สุริโย
เลื้อยบ่ทำเดโช  แช่มช้า
พิษน้อยหยิ่งโยโส  แมงป่อง
ชูแต่หางเองอ้า  อวดอ้าง ฤทธี

ห้ามเพลิงไว้อย่าให้  มีควัน
ห้ามสุริยแสงจันทร์  ส่องไซร้
ห้ามอายุให้หัน  คืนเล่า
ห้ามดังนี้ไว้ได้  จึ่งห้ามนินทา

เว้นวิจารณ์ว่างเว้น    สดับฟัง
เว้นที่ถามอันยัง    ไป่รู้
เว้นเล่าลิขิตสัง-    เกตว่าง เว้นนา
เว้นดั่งกล่าวว่าผู้    ปราชญ์ได้ฤามี

น้ำเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว    ยูงตาม
ทรายเหลือบหางยูงงาม    ว่าหญ้า
ตาทรายยิ่งนิลวาน    พรายเพริศ
ลิงว่าหวัวหวังหว้า    หว่าดิ้นโดดตาม

พระสมุทรสุดลึกล้น  คณนา
สายดิ่งทิ้งทอดมา  หยั่งได้
เขาสูงอาจวัดวา  กำหนด
จิตมนุษย์นี้ไซร้  ยากแท้หยั่งถึง

แม้นมีความรู้ดั่ง  สัพพัญญู
ผิบ่มีคนชู                  ห่อนขึ้น
หัวแหวนค่าเมืองตรู  ตาโลก
ทองบ่รองรับพื้น  ห่อนแก้วมีศรี

 เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม  ดนตรี
อักขระห้าวันหนี  เนิ่นช้า
สามวันจากนารี  เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า  อับเศร้าศรีหมอง

 ก้านบัวบอกลึกตื้น  ชลธาร
มารยาทส่อสันดาน  ชาติเชื้อ
โฉดฉลาดเพราะคำขาน  ควรทราบ
หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ  บอกร้ายแสลงดิน

เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว  แหนงหนี
หาง่าย หลายหมื่นมี  มากได้
เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี-  วาอาตม์
หากยาก ฝากผีไข้  ยากแท้จักหา

วิชาควรรักรู้  ฤๅขาด
อย่าหมิ่นศิลปศาสตร์  ว่าน้อย
รู้จริงสิ่งเดียวอาจ  มีมั่ง
เลี้ยงชีพช้าอยู่ร้อย  ชั่วลื้อเหลนหลา

พฤษภกาสร        อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง  สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย    มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี   ประดับไว้ในโลกา