จงเจริญสมาธิ จักรู้อริยสัจตามเป็นจริง/

            สมาธิ คือการรักษาใจมั่น  ในทุกขณะจิต การปฏิับัติสมาธิ เป็นการเจริญกัมมัฏฐาน ซึ่งมี ๒ อย่าง คือ  ๑. สมถกรรมฐาน คือกรรมฐานเป็นอุบายสงใจ  ๒.วิปัสสนากรรมฐาน คือกรรมฐานเป็นอุบายเรืองปัญญา 

             วิปัสสนาภูมิ หมายถึง พื้นที่กระทำวิปัสสนา หรือกรรมฐานของวิปัสสนา หรืออารมณ์ของวิปัสสนาคือการเจริญวิปัสสนานั้นต้องกำหนดรู้อยู่ที่วิปัสสนาภูมิ ธรรมที่เป็นที่ตั้ง เป็นที่เกิด เป็นพื้นที่ เป็นอารมณ์ หรือกรรมฐานเป็นกรรมฐานของวิปัสสนานั้น

              พระพุทธโฆสาจารย์ ได้แสดงไว้ในคัมภีร์ปกรณ์อรรถกถาวิสุทธิมรรค จำแนกออกเป็น ๖ หมวด เรียกว่า วิปัสสนาภูมิ ๖  แต่ถ้ากล่าวโดยย่อเหลือเพียง ๒ คือ รูปธรรม   นามธรรม หรือเรียกว่า รูป  นาม หรือกาย  ใจ  ฉะนั้น การกำหนดรูปนามจึงเท่ากับการปฏิบัติตามภูมิทั้ง ๖ นั้นเอง

พระพุทธเจ้า ตรัสว่า  ภิกษุทั้งหลาย  พวกเธอทั้งหลาย จงเจริญสมาธิเถิด  ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตเป็นสมาธิแล้ว ย่อมรู้ได้ตามเป็นจริง รู้ได้ตามเป็นจริงซึ่งอะไรเล่า  รู้ได้ตามเป็นจริง ซึ่งความจริงอันประเสริว่า  นี้ทุกข์  นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์  และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์ ดังนี้

              ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลาย จงเจริญสมาธิเถิด  ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตเป็นสมาธิแล้วย่อมรู้ได้ตามเป็นจริง. ตามอริยสัจ ๔นั้นเอง