นาม พยัญชนะการานต์
พยัญชนะการานต์ รฺ, นฺ และ สฺ
- อิรฺ, อุรฺ
- อินฺ
- อสฺ, อิสฺ, อุสฺ
1. พยัญชนะ รฺ การานต์ มีไม่กี่คำที่ลงท้ายด้วย รฺ ในที่นี้ขอเสนอคำที่ลงท้ายด้วย อิรฺ และ อุรฺ
การแจกนามเหล่านี้มีหลักง่ายๆ ว่า ถ้าวิภักติเป็นพยัญชนะ ให้ยืดเสียงสระก่อน ส่วนกรรตุการก เอกพจน์นั้น ยืดเสียงสระแล้ว สฺ ที่เป็นวิภักติก็หายไปด้วย ส่วนอื่นๆ ก็แค่นำการานต์ (รฺ) ไปสนธิกับตัววิภักติเท่านั้นเอง
ตัวอย่างการแจกนาม รฺ การานต์ คำว่า คิรฺ (สตรี) เสียง และ ปุรฺ (สตรี) เมือง ดังนี้
|
.. |
.. |
คิรฺ (गिर्) |
.. |
... |
.. |
ปุรฺ (पुर्) |
.. |
|
.. |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
... |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
กรรตฤ |
คีรฺ |
คิเรา |
คิรสฺ |
... |
ปูรฺ |
ปุเรา |
ปุรสฺ |
|
อาลปนะ |
คีรฺ |
คิเรา |
คิรสฺ |
... |
ปูรฺ |
ปุเรา |
ปุรสฺ |
|
กรรม |
คิรมฺ |
คิเรา |
คิรสฺ |
... |
ปุรมฺ |
ปุเรา |
ปุรสฺ |
|
กรรณ |
คิรา |
คีรฺภฺยามฺ |
คีรฺภิสฺ |
... |
ปุรา |
ปูรฺภฺยาม |
ปูรฺภิสฺ |
|
สัมประทาน |
คิเร |
คีรฺภฺยามฺ |
คีรฺภฺยสฺ |
... |
ปุเร |
ปูรฺภฺยาม |
ปูรุภฺยสฺ |
|
อปาทาน |
คิรสฺ |
คีรฺภฺยามฺ |
คีรฺภฺยสฺ |
... |
ปุรสฺ |
ปูรฺภฺยาม |
ปูรุภฺยสฺ |
|
สัมพันธ |
คิรสฺ |
คีโรสฺ |
คีรามฺ |
... |
ปุรสฺ |
ปุโรสฺ |
ปุรามฺ |
|
อธิกรณ |
คิริ |
คีโรสฺ |
คีรฺษุ |
... |
ปุริ |
ปุโรสฺ |
ปูรฺษุ |
กลุ่มนี้ไม่มีอะไรยาก แต่โปรดสังเกตว่า มี คิรสฺ, ปุรสฺ ในหลายการก เมื่อต้องแปลให้ระวังให้ดี อาจแปลออกมาผิดความหมายได้ง่ายๆ
ส่วน คีรฺ และ ปูรฺ นั้น เมื่อนำไปใช้ อาจสนธิกับพยัญชนะเสียงไม่ก้อง รฺ ก็จะกลายเป็น สฺ ตามระเบียบนะครับ
2. นามที่ลงท้ายด้วย นฺ ในรูปที่ลงท้าย อินฺ ซึ่งมักเป็นคำที่ลงปัจจัยตัทธิต (เพื่อบอกว่า ผู้มี..) เช่น โภค+อินฺ = โภคินฺ, ภาคฺ + อินฺ = ภาคินฺ, ปกฺษ + อินฺ = ปกฺษินฺ ฯลฯ คำเหล่านี้มีมาก. นอกจากนี้ยังมีคำที่ลงท้ายด้วยปัจจัย วินฺ และ มินฺ ในความหมายเดียวกัน (พบได้น้อย). พบเฉพาะนามเพศชาย และเพศกลาง. ส่วนเพศหญิงไม่ปรากฏคำลงท้ายอินฺ เพราะจะลงท้าย อินี แทน (คือ อินฺ + อี นั่นเอง) เช่น ธนินฺ (ปุ.) ธนินี (ส.)
การแจกรูป มีกติกานิดหน่อย คือ
- ก. ลบ นฺ หน้าวิภักติที่เป็นพยัญชนะ
- ข. การกที่ 1 เอกพจน์ เพศชาย ให้ยืดเสียงสระท้ายเพื่อชดเชยเสียง นฺ ที่ลบไป
- ค. อาลปนะ ไม่ยืดเสียง ไม่ลบ นฺ . ลงวิภักติ สฺ แล้วลบ สฺ ทิ้ง
ตัวอย่าง ธนินฺ เพศชาย และเพศกลาง แปลว่า ผู้ร่ำรวย (เมื่อใช้เป็นนาม) หรือ ร่ำรวย (เมื่อใช้เป็นคุณศัพท์ หรือคำขยายนาม)
|
.. |
.. |
ธนินฺ (ปุ.) |
.. |
.. |
ธนินฺ (นปุ.) |
.. |
|
.. |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
กรรตฤ |
ธนี |
ธนิเนา |
ธนินสฺ |
ธนิ |
ธนินี |
ธนีนิ |
|
อาลปนะ |
ธนินฺ |
ธนิเนา |
ธนินสฺ |
ธนิ |
ธนินี |
ธนีนิ |
|
กรรม |
ธนินมฺ |
ธนิเนา |
ธนินสฺ |
ธนิ |
ธนินี |
ธนีนิ |
|
กรรณ |
ธนินา |
ธนิภฺยามฺ |
ธนิภิสฺ |
-- |
-- เหมือนกัน-- |
-- |
|
สัมประทาน |
ธนิเน |
ธนิภฺยามฺ |
ธนิภฺยสฺ |
-- |
-- เหมือนกัน-- |
-- |
|
อปาทาน |
ธนินสฺ |
ธนิภฺยามฺ |
ธนิภฺยสฺ |
-- |
-- เหมือนกัน-- |
-- |
|
สัมพันธ |
ธนินสฺ |
ธนิโนสฺ |
ธนินามฺ |
-- |
-- เหมือนกัน-- |
-- |
|
อธิกรณ |
ธนินิ |
ธนิโนสฺ |
ธนิษุ |
-- |
-- เหมือนกัน-- |
-- |
* อย่าลืมว่า เฉพาะ 2 การกแรก และอาลปนะ ของเพศกลางเท่านั้นที่วิภักติ (-มฺ -อี -อิ) ต่างจากเพศชาย ที่เหลือเหมือนกันหมด
3. นาม ลงท้ายด้วย อสฺ อิสฺ และ อุสฺ คำเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเพศกลาง การแจกมีหลักดังนี้
ก. ถ้าเป็นเพศชาย หรือหญิง (ซึ่งพบมีน้อยมาก และแจกเหมือนกัน) การกที่ 1 เอกพจน์ ให้ยืดเสียงสระท้าย จาก อะเป็นอา
ข. เพศกลาง กรรตุการก กรรมการก พหุ ให้ยืดเสียงสระท้าย แล้วแทรกอนุสวาระ
ตัวอย่าง การแจกนาม มนสฺ (นปุ.) ใจ, หวิสฺ นปุ.) เครื่องสังเวย, ธนุสฺ (นปุ.) คันธนู
|
.. |
.. |
มนสฺ |
.. |
.. |
หวิสฺ |
.. |
.. |
ธนุสฺ |
.. |
|
.. |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
กรรตฤ |
มนสฺ |
มนสี |
มนำสิ |
หวิสฺ |
หวิษี |
หวีºษิ |
ธนุสฺ |
ธนุษี |
ธนูºษิ |
|
อาลปนะ |
มนสฺ |
มนสี |
มนำสิ |
หวิสฺ |
หวิษี |
หวีºษิ |
ธนุสฺ |
ธนุษี |
ธนูºษิ |
|
กรรม |
มนสฺ |
มนสี |
มนำสิ |
หวิสฺ |
หวิษี |
หวีºษิ |
ธนุสฺ |
ธนุษี |
ธนูºษิ |
|
กรรณ |
มนสา |
มโนภฺยามฺ |
มโนภิสฺ |
หวิษา |
หวิรฺภฺยาม |
หวิรฺภิสฺ |
ธนุสา |
ธนุรฺภฺยามฺ |
ธนุรฺภิสฺ |
|
สัมประทาน |
มนเส |
มโนภฺยามฺ |
มโนภฺยสฺ |
หวิเษ |
หวิรฺภฺยาม |
หวิรฺภฺยสฺ |
ธนุเส |
ธนุรฺภฺยามฺ |
ธนุรฺภฺยสฺ |
|
อปาทาน |
มนสสฺ |
มโนภฺยามฺ |
มโนภฺยสฺ |
หวิษสฺ |
หวิรฺภฺยาม |
หวิรฺภฺยสฺ |
ธนุสสฺ |
ธนุรฺภฺยามฺ |
ธนุรฺภฺยสฺ |
|
สัมพันธ |
มนสสฺ |
มนโสสฺ |
มนสามฺ |
หวิษสฺ |
หวิโษสฺ |
หวิษามฺ |
ธนุสสฺ |
ธนุโษสฺ |
ธนุสฺามฺ |
|
อธิกรณ |
มนสิ |
มนโสสฺ |
มนะสุ, มนสฺสุ |
หวิษิ |
หวิโษสฺ |
หวิะษุ, หวิษฺษุ |
ธนุสิ |
ธนุโษสฺ |
ธนุะษุ, ธนุษฺษุ, |
ง. คำนามเพศชาย องฺคิรสฺ (ชื่อฤษี) แจกดังนี้(นามเพศหญิงก็แจกแบบนี้)
|
.. |
.. |
มนสฺ |
.. |
|
.. |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
กรรตฤ |
องฺคิราสฺ |
องฺคิรเสา |
องฺคิรสสฺ |
|
อาลปนะ |
องฺคิรสฺ |
องฺคิรเสา |
องฺคิรสสฺ |
|
กรรม |
องฺคิรสมฺ |
องฺคิรเสา |
องฺคิรสสฺ |
|
กรรณ |
องฺคิรสา |
องฺคิโรภฺยามฺ |
องฺคิโรภิสฺ |
|
สัมประทาน |
องฺคิรเส |
องฺคิโรภฺยามฺ |
องฺคิโรภฺยสฺ |
|
อปาทาน |
องฺคิรสสฺ |
องฺคิโรภฺยามฺ |
องฺคิโรภฺยสฺ |
|
สัมพันธ |
องฺคิรสสฺ |
องฺคิรโสสฺ |
องฺคิรสามฺ |
|
อธิกรณ |
องฺคิรสิ |
องฺคิรโสสฺ |
องฺคิรสฺสุ, องฺคิระสุ |
จ. คุณศัพท์ที่ลงท้ายแบบนี้ ได้แก่ สุมนสฺ (ผู้มีใจดี) ทีรฺฆายุสฺ (ผู้มีอายุยืน) แจกตามเพศในแบบที่ให้ไว้
ศัพท์<p>
</p><p>ธาตุ</p><p>√สญฺชฺ (สชติ, มักใช้ สชฺชเต เป็นกรรมวาจก แทนที่ สชฺยเต) ยึดติด แขวน (เมื่อใช้เกี่ยวกับความคิด จะใช้กับการกที่ 7)</p><p>นาม</p><p>
</span></p>
|
|
คุณศัพท์
|
|
*หมายความว่า ปุ. และ นปุ ใช้แบบคำแรก, ส่วน สตรี. ให้เติมสระอาท้ายคำ (= ปุ.นปุ. อากฺฤษฺฏ, ส. อากฺฤษฺฏา) ต่อไปจะใช้แบบนี้ตลอด
** โปรดสังเกต อินฺ, วินฺ, มินฺ เป็นปัจจัย
ศัพท์ไม่แจกรูป
-
ไว จริงๆ, แน่แท้
<hr><p>แบบฝึก</p><p>1. แปลสันสกฤตเป็นไทย</p><p>
</p>2. แปลไทยเป็นสันสกฤต
<ol>
</ol>
ง่ายแล้วใช่มั้ยคะ
ง่ายครับ ;)
ถ้าตามตั้งแต่บทแรก มีปัญหาสงสัยก็ถามได้ไม่อั้น ง่ายที่ซู้ดดดแล้วครับ ...
Thanks again for this lesson.
ภาษาที่มีพิธีการมาก การแยกแยะละเอียด ช่วยให้ คนใช้ภาษานั้น ต้องครองสติให้ดี จึงจะใช้ภาษา ให้ชัดเจน ตรงความหมายได้ คนที่เรียนรู้ใช้ภาษาเช่นนี้ ย่อมเป็นคนมีสติสูงตามระดับการแยกแยะ
;-)
ต้องอ่านอยู่เรื่อยๆ ครับ ไม่งั้นลืมหมด ;)
คำว่า अंशुमालिन् ก็เข้ากฎข้อสองใช่ไหมค่ะ ?
จดเสร็จหมดแล้วค่ะ อิอิ ช่วงนี้บ้านหนูฝนตกทุกวัน แถวบ้านอาจารย์ตกไหมค่ะ
อาจารย์หมูลองอ่านนี่ดูค่ะ เขามีเปิดอบรมภาษาทมิฬประจำปี ๒๕๕๖ นี้ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ดูรายละเอียดแล้วน่าสนใจมากๆ แต่เขารับเพียงแค่ 20 คนเท่านั้น
หนูก็สนนิดหน่อย แต่คิดว่ายังดีกว่า เราไม่ได้หลงใหลภาษาทมิฬอะไรขนาดนั้น เดี๋ยวจะเข้าไปกันที่เขาเปล่าๆ
ให้คนที่เขาชอบจริงๆได้เรียนดีกว่า อิอิ
http://www.archae.su.ac.th/news/032556.pdf
ข้อ 1. วิภักตินามของการกที่ 7 คือ -ษุ ใช่ไหมค่ะ มิใช่ -สุ
ข้อ 1. ''ส่วน คีรฺ และ ปูรฺ นั้น เมื่อนำไปใช้ อาจสนธิกับพยัญชนะเสียงไม่ต้อง รฺ ก็จะกลายเป็น สฺ ตามระเบียบนะครับ ''
- อันนี้ไม่เข้าใจค่ะ ขอตัวอย่างด้วย และรู้สึกอาจารย์จะพิมพ์ผิดไปนะค่ะ ต้องเสียงไม่ต้อง
ธนินฺ (นปุ.) ขอวิภักตินามด่วนค่ะ หนูไม่เข้าใจเลย การก 1/2/8 3 พจน์
ฝนตกเยอะครับ ค่อยหายร้อนหน่อย
"เสียงไม่ก้อง" เขียนผิดครับ ;)
ธนินฺ > วิภักติคือ เอก. ทวิ. พหุ. คือ มฺ, อี, อิ (อันนี้จะเขียนเพิ่มเติมในคำอธิบาย)
1. ธนินฺ+มฺ = ธนินฺมฺ > ลบ มฺ ตัวนอก > ธนินฺ, ลบ นฺ หน้าวิภักติพยัญชนะ > ธนิ
2. ธนินฺ+อี = ธนินี
3. ธนินฺ+อิ = ธนินิ
การก 7 พหุ คือ -สุ แต่เมื่อสนธิแล้ว อาจเป็น สุ หรือ ษุ แล้วแต่กรณี
คีรฺ (ประธาน เอก.) เมื่อตามด้วย ก ก็จะเป็น คีสฺ > คีะ เป็นต้น
อํศุมาลินฺ เข้าข่ายนี้ครับ (อํศุ+มาล+อินฺ> อํศุมาลฺ+อินฺ > อํศุมาลินฺ) ประธาน เอก. คือ อํศุมาลี
อาจารย์ค่ะ ถ้าว่ากันตามทฤษฎีจากบ้านเดิมของอารยันแถวเอเซียใต้ ที่อพยพไปทางกรีก
คือหนูอยากทราบว่า ภาษากรีกที่มาเป็นตระกูลเดียวกันกับกลุ่มอินโดอารยันแล้วนั้นคือช่วงไหนค่ะ
หลังจากพวกอีเจียนมาบุกกรีกแล้วช่วงนั้นหรือเปล่าค่ะ เพราะแถบกรีกดั้งเดิมสมัยวัฒนธรรมไซคลาดิสอะไรนั่น
น่าจะใช้ภาษาถิ่นกัน นี่ก็หมายรวมด้วยหรือเปล่าว่าแท้ที่จริงแล้วภาษากรีก (เฮลเลนิค- อารยัน) นั้น
ก็ต้องผสมปนเปกับภาษาเดิมท้องถิ่นของกรีกแต่เดิมด้วย
ขอบคุณค่ะ..
- ถ้าเช่นนั้นสำหรับคำว่า คิรฺ และ ปุรฺ (การกที่ 7 - พหู ) ก็เป็นตามนี้ใช่ไหมค่ะ
คีรฺ + สุ = คีรฺษุ (เปลี่ยน สฺ เป็น ษฺ เพราะ ข้างหน้ามีพยัญชนะ รฺ อยู่ )
- (เตชสฺ+วิน) = ผู้มีเดช ?
- (ตปสฺ+วินฺ) = ผู้มีตบะ ?
ถูกไหมค่ะ อยากเรียนปัจจัยตัทธิตเร็วๆจัง ว่าแต่พวกปัจจัยกฤตที่อาจารย์เคยเขียนเปรยๆไว้นิดหน่อยนี่
ไม่มีต่อแล้วเหรอค่ะ เห็นว่าไม่ค่อยได้ใช้เลย
(สฺวามินฺ ปุ. เจ้า เจ้าของ) คำนี้เคยเจอในนิทานเวตาล มีตัวละครหนึ่งชื่อ ''หริสวามิน'' มันจะแปลว่าอะไรอะคะ ?
หนูอยากทราบว่าพวกที่เรียนเรียนสันสกฤตในระดับสูง ( advanced sanskrit ) แล้วเขาเรียนอะไรกันบ้าง อาจารย์พอจะทราบไหมค่ะหรือไปเน้นเรื่องที่มาที่ไปของเสียงตามหลักภาษาศาสตร์มากขึ้น
ขอบคุณค่ะ ..
- ทำไม มนสฺ {นปุ} อธิกรณ - พหูพจน์ วิภักตินามไม่เปลี่ยน สฺ เป็น ษฺ ละค่ะ แล้ว มนะสุ กับ มนสฺสุ อันนี้มีสองแบบเหรอค่ะ ?
หวิสฺ ก. 3 - ทวิพจน์ = หวิรฺคฺภฺยามฺ
คฺ มาจากไหนค่ะ ?
หวิสฺ + โอสฺ = หวิโษสฺ ษ มาจากไหนค่ะ งง จัง ?
havis + os, สฺ ตามหลังสระอื่น (อิ) ที่ไม่ใช่อะอา จะกลายเป็น ษ
manas+su ไม่เปลี่ยนเป็น ษ เพราะ หน้า ส ไม่ใช่สระอื่น (แต่เป็น สฺ สีเขียว) ใช้ มนะสุ หรือ มนสฺสุ ก็ได้
หวิรฺคฺ เขียนผิดครับ แก้แล้ว
หริสฺวามินฺ = ควรแปลว่า ผู้มีพระหริเป็นเจ้า หรือ ผู้มีเจ้าคือพระหริ
ปัจจัยกฤตก็เรียนหลังการานต์นี่แหละครับ มีน้อย แต่ใช้เยอะ
สันสกฤตระดับสูงจะเน้นความหลากหลายที่แตกต่างไปจากไวยากรณ์หลักๆ
พวกข้อยกเว้น หรือกรณีที่พบน้อย การเปลี่ยนแปลงทางไวยากรณ์ในแต่ละสมัย
รวมทั้งลักษณะไวยากรณ์เฉพาะสมัย เช่น ไวยากรณ์พระเวท
ไวยากรณ์คัมภีร์พุทธศาสนา
จากเอเชียใต้ไปกรีกคงจะไม่ถูกต้อง
จากเอเชียกลางแล้วขยายออกไปสองทางจะใกล้เคียงกว่า
การแบ่งกันคงเก่ากว่านั้น หรือใกล้เคียงนั้นครับ
หวิสฺ พิมพ์ผิดไปหลายตัว แก้ไขแล้ว, ดูใหม่นะครับ (เปลี่ยนจาก ส เป็น ษ)
- คุณศัพท์ 3 คำนี้ก็ใช้ได้ทั้งสามเพศหมดเลยใช่ไหมค่ะ ?
แอบสงสัยว่าทำไมจะต้องมี อา มาอยู่ข้างหน้าทั้งเพศชายและเพศกลางด้วย
มฺฤต เพศชายกับกลางคือ อามฺฤต หรือ มฺฤต เฉยๆค่ะ
ส่วนเพศหญิงคือ อามฺฤตา ใช่ไหมค่ะ
สฺถิต เพศกลางและชายคือ สฺถิต หรือ อาสฺถิต เพศหญิงก็คงเป็น อาสฺถิตาหรือเปล่าค่ะ
'' เตชสฺวินฺ กล้าหาญ (เตชสฺ+วิน) ''
- อันนี้เพศชายหรือเปล่าค่ะ ในตัวอย่างไม่ได้ระบุเพศ ?