ผลการวิจัยบอกว่า เด็กที่ออกเดทมาก โอกาสเสียคนมากกว่าเด็กที่ออกเดทน้อย คือโอกาสออกจาก ม. ปลายสูงกว่า ๔ เท่า โอกาสติดยาเสพติดสูงกว่า ๒ เท่า


          นิตยสาร นิวสวีก ฉบับวันที่ ๒๒ มี.ค. ๕๖ มีเรื่อง Wait Before You Date : Is middle school too early for kids to couple up? เขียนโดย Trevor Butterworth  เล่าผลงานวิจัยพฤติกรรมทางเพศของเด็กนักเรียนชั้น ป. ๖ - ม. ๖ (เกรด ๖ - ๑๒) ของสหรัฐอเมริกา น่าสนใจมาก  ทำให้ผมคิดว่า น่าจะมีคนทำวิจัยในสถานการณ์ไทยบ้าง

          เขาเล่าผลงานวิจัยของศาสตราจารย์ Pamela Orpinas นักวิจัยด้านพฤติกรรมแห่งมหาวิทยาลัย จอร์เจีย  ซึ่งพบว่า พฤติกรรมการออกเดทของเด็กอเมริกันแตกต่างกันมาก   บางคนไม่ออกเดทเลย  บางคนไม่ออกเดทช่วง ม. ต้น แต่ออกเดทช่วง ม. ปลาย  บางคนออกเดทตลอด  บางคนออกเดทในช่วง ป. ๖ แล้วลดลง หลังจากนั้นจึงออกเดทเพิ่มขึ้นอีก 

          ผลการวิจัยบอกว่า เด็กที่ออกเดทมาก โอกาสเสียคนมากกว่าเด็กที่ออกเดทน้อย  คือโอกาสออกจาก ม. ปลายสูงกว่า ๔ เท่า  โอกาสติดยาเสพติดสูงกว่า ๒ เท่า 

          ศ. Orpinas บอกว่า การออกเดทในผู้ใหญ่ หรือคนวัยหนุ่มสาวที่มีวุฒิภาวะแล้วเป็นของดี เพราะทำให้เป็นคนมีความสุข จิตใจมั่นคง และโอกาสติดยาเสพติดมีน้อย  แต่มีผลตรงกันข้าม ต่อเด็กวัยรุ่นที่ยังบังคับตัวเองไม่ได้ 

          เขาอ้างถึงหนังสือ The Sex Lives of Teenagers  : Revealing the Secret World of Adolescent Boys and Girls ซึ่งบอกว่าการออกเดทเร็วเกินไป เป็นสัญญาณบอกเหตุอันตรายต่อชีวิตเด็ก  และเด็กม. ๑  ม. ๒ เหล่านี้เปิดเผยชีวิตทางเพศเรื่องอกหักรักคุด ทาง social media อย่างโจ่งแจ้งน่าตกใจมาก

          ทำให้ผมตีความว่า เด็กเหล่านี้เป็นคนน่าสงสาร  ที่ระบบการเลี้ยงดู และระบบการศึกษาไม่ช่วยสร้างการพัฒนา EF ให้มั่นคง  รู้จักอดกลั้นต่อสู้กับแรงกดดันที่เป็นสัญชาตญาณการสืบพันธุ์  เพื่ออนาคตที่ดีของตนเอง


วิจารณ์ พานิช

๒๓ มี.ค. ๕๖