เรียนพระว่า
“ทุกวันมันลำบาก
ทำตัวยากมากเรื่องการเมืองยุ่ง
คอยยุแยงแบ่งฝั่งให้นังนุง
ทั้งชาวบ้านชาวกรุงมุ่งเข้ามา”
พระถามพลัน “มันเป็นเช่นใดเล่า”
ฉันบอกกล่าวเล่าความตามประสา
ท่านนิ่งตรองมองเหตุด้วยเมตตา
เทศนากัณฑ์ใหญ่ให้ฉันฟัง
“มันเป็นเรืองชั่วดีใช่สีเสื้อ
จงอย่าเบื่อเรื่องนี้เป็นที่หวัง
การเมืองดีไม่ได้บ้านใกล้พัง”
ฉันก็ยังเหมือนเมาไม่เข้าใจ
“เขาว่าผมบ่ายเบี่ยงลำเอียงนัก”
พระท่านทักมาว่า “น่าสงสัย
เอาดีชั่วมาวัดขจัดภัย
จึงห่างไปไกลคำว่าลำเอียง”
“เขาว่าผมนั่นหนาบ้าการเมือง”
“มันเป็นเรื่องสาธกควรถกเถียง
เงินของเราเราล้วนควรไล่เรียง
ให้พอเพียงพอดีมีคุณจริง
วางการเมืองบ่นบ่าพวกห้าร้อย
พวกเขาคอยซ่อนซุกไปทุกสิ่ง
ยุงให้คนแยกฝั่งให้ชังชิง
แล้วก็ยิ่งแยบยลหากลโกง”
ยุงให้คนแยกฝั่งให้ชังชิง
แล้วก็ยิ่งแยบยลหากลโกง
…….ลึกซึ่งจังเลยค่ะ …. ท่านอจ.โสภณ
ถ้าเราไม่สนใจเรื่องบ้านเมือง แล้วใครจะสน
ตายไป.. คงตอบคำถาม "บรรพบุรุษที่เสียเลือดเนื้อและชีวิต" เพื่อบ้านเมืองในอดีตไม่ได้
มองเห็นความเป็นไป
เราเขาใครทำไว้ให้จำจด
ภายหน้าจะได้เลิกละลด
ให้หมดจากไทยในสันดาน...
..............
ประทับใจบทกลอนสอนใจค่ะ
เมื่อก่อนไม่ชอบอ่านข่าวการเมืองค่ะ ตอนนี้ต้องติดตามประเด็นที่ร้อนๆ ค่ะ เพื่อให้ทันโลก