ความจริงภาษาที่พยาบาลคุยกับคนไข้วันนี้เป็นภาษาอิสานล้วนๆ แต่เพื่อความคล่องตัวจึงขอแปลงสารเพื่อความเข้าใจง่ายๆ และพิมพ์ง่ายๆ


"เป็นโรคหัวใจมาเกือบ 10 ปี แล้ว............กินยาที่ ร.พ...............(แถวๆ ภาคกลาง)

กินได้ประมาณ 5 ปี อาการดีขึ้น ทำงานได้ เลยหยุดกิน................

หยุดกินได้ 2 ปี มีอาการเหนื่อยอีก............เลยต้องกลับไปกินยา

คราวนี้เอาไม่ไหว  ทรุดลง จนต้องมานอนโรงพยาบาล"


พยาบาล......ทำไมถึงหยุดกินยาละ....หมอให้หยุด???

คนไข้ตอบว่า.....หยุดเอง  เห็นอาการดีขึ้น เลยไม่ไปเอายา.............

                       ไม่รู้ว่าห้ามหยุดยา หมอก็ไม่บอก  ไม่เห็นมีใครบอกเลย..........

พยาบาล..........แล้วทำไมถึงทรุดลง ขาบวมมาหละ   กินอาหารกินน้ำยังไง กินเค็มเยอะมั้ย??? (ปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการแย่ลงคือ การกินอาหารที่มีเกลือโซเดียมมาก : รสเค็ม  )

คนไข้ตอบว่า......ก็กินตามปกตินี่แหละ เขาทำอะไรมาให้ก็กิน จืดบ้าง เค็มบ้าง

                         ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าต้องกินจืด


ข้อเตือนจิต..........อย่าคิดว่าคนไข้รู้แล้ว

                  ............หากคาดหวังให้เขาปฏิบัติตัวอย่างไร ต้องย้ำเตือนบ่อยๆ ให้เขาตระหนัก

                  ...............พูดครั้งเดียว 2 ครั้ง อาจไม่ได้ผล.....(จำไม่ได้ว่าเคยบอก เคยคุยแล้ว).....

                                  พูดซ้ำ ย้ำเตือน



ขณะที่พูดไป  พยาบาลก็ใช้นิ้วกดบริเวณขาของคนไข้ไปพลาง  เพื่อประเมินอาการบวม

                 

คนไข้...........รักษาที่โน่น มันไม่ค่อยอุ่นใจ หมอ (หมายรวมถึงเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ??) ไม่มาจับมาบาย

เวลาตรวจก็ถาม ๆๆแล้วก็พิมพ์ ๆๆๆ แล้วก็บอกว่าให้ไปรับยา คุยกันอยู่ 2 นาที

พยาบาล........แล้วป้าอยากให้ทำยังไง

คนไข้......ก็ไม่ยังไงหรอก ขอแค่มาจับมาบายแบบนี้ ก็อุ่นใจแล้ว


ข้อคิด..... สัมผัสวันละนิด  ช่วยให้จิตคนไข้สดใส