ปัจจุบันมีนกหลายพันธุ์ที่สมัยเด็กๆ เราไม่เคยเห็น เข้ามาทำรังหรือหากิน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2556 ดิฉันและสามีไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายก เราออกเดินทางเมื่อสายแล้วคือเวลาประมาณ 08:30 น. ใช้เส้นทางเดิมๆ คือจากเกษตรนวมินทร์ เข้าสู่กาญจนาภิเษก และไปตามถนนเลียบคลองรังสิต-นครนายก เดือนนี้สีสันของต้นไม้ดอกไม้บนเกาะกลางถนนของจังหวัดนครนายก ดูจางลง ดอกเฟื่องฟ้าไม่มีดอกเยอะเหมือนเมื่อเดือนเมษายน ท้องทุ่งนามีทั้งที่ต้นข้าวเริ่มขึ้นเขียวและที่ยังเป็นดินอยู่ เราใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาทีก็ถึงบ้านแม่

แม่ดูเหมือนเดิม อาการหลงๆ ลืมๆ ก็ยังมีอยู่ ถามบ่อยๆ ว่ามากับใคร มารถหรือมาเรือ จอดรถไว้ที่ไหน... บางช่วงแม่เศร้า ร้องไห้เล็กน้อย บ่นว่าไม่ได้เจอลูกคนนั้นคนนี้ (รวมทั้งตัวดิฉัน) อยากคุยด้วย (ถามว่ามีลูกกี่คน จะตอบไม่ถูก)

แม่พูดถึงพ่อเฒ่า แม่เฒ่า (ตาและยายของดิฉัน) เราบอกว่าตากับยายเสียไปนานแล้ว พอคุยเรื่องน้องๆ ของแม่ที่เสียไปแล้ว แม่ก็พูดว่าตนเอง “จะไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ไป... แต่ก็คงจะจวนแล้ว” เราเลยคุยกันว่าชีวิตก็เป็นอย่างนี้ เป็นเรื่องธรรมดา ถึงเวลาคนเราก็จากไป ไม่มีใครรู้ว่าจะจากไปเมื่อใด เตี่ย (พ่อของดิฉัน) เคยพูดว่าเวลาเกิดเรายังไม่รู้สึกอะไรเลย เวลาตายก็คงเหมือนกัน ไม่ต้องกลัว

เราคุยกันเรื่องรูปถ่ายของแม่เมื่ออายุราว 80 กว่าปี ที่แม่ยังดูแข็งแรงมาก แม่มีกระดูกที่แข็งแรง ดิฉันถามแม่ว่าทำอะไรถึงได้แข็งแรงนัก แม่ตอบเสียงดังฟังชัดว่า “ทำนา” แม่บอกว่าตอนนี้ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เดินไม่ไหว นั่งได้ไม่นาน เลยนอนเสียส่วนใหญ่ เรื่องดีที่แม่ก็รู้ตัวเองคือกินข้าวได้ แม่ทำมือให้ดูว่ากินข้าวได้มื้อละประมาณ 1 ถ้วย

ยามที่สูงวัยมากๆ (แม่มีอายุ 100 ปี) กำลังของร่างกายถดถอยลงไปมากจริงๆ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วถึงปัจจุบัน แม่มีกำลังกายน้อยลง และมีอาการสับสน หลงลืม มากขึ้น บางครั้งก็จำลูกไม่ได้ เราต้องพยายามบอกน้องสาวที่อยู่กับแม่ว่าต้องทำใจยอมรับว่าแม่สูงวัยขนาดนี้ ย่อมมีอาการหลงลืมได้ ไม่ต้องทุกข์กับเรื่องนี้มากเกินไป

อากาศที่บ้านนครนายกช่วงนี้ร้อน แต่ก็ยังมีลมพัดเข้าบ้าน วันนี้ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง แม่ร้อนเลยคิดว่าตนเองนอนอยู่กลางแดด น้องสาวเช็ดตัวทาแป้งให้ จึงค่อยสบายขึ้น

ที่บ้านช่วงนี้ไม่ค่อยมีผัก ถั่วฝักยาวที่น้องสาวปลูกไว้เพิ่งจะเริ่มออกฝัก ต้นจิกน้ำไม่ค่อยมียอดอ่อน ยังดีที่พริกขี้หนูที่ขึ้นเองเริ่มมีเม็ดพริกให้เก็บกินได้ เราเข้าสวนไปเก็บมะม่วงน้ำดอกไม้ที่เหลือจากเดือนก่อนได้มา 6 ลูก แก่หมดแล้ว มีที่สุกร่วงอยู่ใต้ต้น เพราะคนมาเก็บไม่ทัน 



มะม่วงน้ำดอกไม้ 6 ลูกสุดท้าย


มะม่วงพิมเสนต้นของพี่สาวคนโต แก่แล้ว สุกร่วงอยู่ใต้ต้นนับร้อยลูก เมื่อคุยให้แม่ฟัง แม่บ่นว่าน่าเสียดาย เก็บไปขายก็ได้ เพราะชาวบ้านเขาไม่ได้ปลูกกันไว้ทุกบ้านหรอก



บัวสีเหลืองที่บ่อในสวน เดือนที่แล้วมีแต่ใบ ไม่มีดอก


ช่วงบ่ายน้องสาวชวนไปตกเบ็ดในบ่อที่เลี้ยงปลาไว้ ได้ปลาตะเพียนตัวไม่ใหญ่มาก ปลานิลตัวอ้วน ปลาตะเพียนและปลาหมอกลมที่ยังเล็ก เราปล่อยลงบ่อไป 



มองจากริมบ่อปลา



ปลาที่ตกได้ ตกมาแค่พอกิน



เราเอาปลาตะเพียนมาทำต้มเค็ม ส่วนปลานิลทอดกินกับน้ำปลาพริกมะม่วง 


น้องสาวชวนให้ไปเฝ้าดูนกตัวเล็กๆ สีเหลืองที่ทำรังอยู่กับต้นธูปน้ำในบ่อปลา ไม่รู้ว่าเป็นนกอะไร ปัจจุบันมีนกหลายพันธุ์ที่สมัยเด็กๆ เราไม่เคยเห็น เข้ามาทำรังหรือหากิน เช่น นกกระจาบ นกปากห่าง การมีนกมากมายหลายชนิดน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ได้ทางหนึ่ง




นกตัวน้อย สีเหลืองสดใส กับรังรูปร่างแปลก



รังนกกระจาบ


หลังกินอาหารตอนบ่ายเสร็จ เราก็เตรียมตัวเดินทางกลับ บอกแม่เอาไว้ว่าจะกลับประมาณบ่ายสามโมง-สี่โมง แม่ก็คอยเฝ้าถามว่าได้เวลากลับหรือยัง แม่อยากให้เดินทางตอนที่ยังไม่มืดค่ำ

เราออกเดินทางจากบ้านแม่ตอน 16:00 น. กลับถึงบ้านที่กรุงเทพฯ เกือบ 18:00 น.

วัลลา ตันตโยทัย