เพื่อนคนหนึ่งเห็นภาพกระเทียมดองของผมแล้วสนใจว่าทำอย่างไร
ผมตอบเธอไปแล้ว นึกขึ้นได้ว่าอาจเป็นประโยชน์กับเพื่อนคนอื่นๆ จึงนำภาพและข้อความมาโพสต์อีกครั้ง ดังนี้


หากหากระเทียมโทนไม่ได้ ก็เอากระเทียมธรรมดามาแกะเปลือกดองในน้ำส้มสายชูหมักจากอะไรก็ได้ (ข้าว แอ็ปเปิ้ล สัปปะรด ฯลฯ) ใส่น้ำผึ้งลงไปด้วยนิดหน่อยสำหรับปรุงรส (เน้นว่านิดหน่อยเท่านั้น ประเดี๋ยวจะกลายเป็นกระเทียมแช่อิ่มไป) 

สำหรับผมถือว่ากระเทียมเป็นหนึ่งในสุดยอดของอาหารที่เป็นยา (สมุนไพร) มีสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรคมากมายหลายชนิด เช่นเป็นยาปฏิชีวนะ ลดคอเลสเตอรอล รักษาหวัด สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ฯลฯ (ดูจากตำรายาสมุนไพรเล่มไหนก็ได้) 

ดองไว้สัก ๑๐ วัน ตัก ๒ - ๓ กลีบใส่ไปในกับข้าว ส่วนน้ำที่ดองก็ใช้แทนน้ำส้มปรุงรสได้ ผมชอบใส่ในข้าวต้มทำให้รสชาดดีขึ้นมาก (อยากให้ลองดู) 

บางครั้งก็นำน้ำดองกระเทียมมาผสมกับน้ำมันมะกอกหีบเย็น (virgin olive oil - cold press) หรือน้ำมันมะพร้าวหีบเย็น หรือน้ำมันงาหีบเย็น ทำเป็นน้ำสลัดผัก (สูตรที่ผมคิดขึ้นมาเองเมื่อเห็นน้ำดองกระเทียมเหลือ ไม่รู้จะเอาไปไหน)

ข้อเสียอย่างเดียวของกระเทียมคือเป็นอาหารที่มีกลิ่นแรง (แต่ก็ยอมแลกกับสรรพคุณคุณอันวิเศษพิสดาร) ถ้าอยู่บ้านก็กินเช้ากินเย็นพร้อมข้าวได้เลย แต่ถ้าต้องออกไปพบปะผู้คนมากๆ ก็กินเฉพาะมื้อเย็น 

นักศึกษาคนหนึ่งของผมที่คลุกคลีกับเรื่องน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นมานานบอกว่า ถ้ากินกระเทียม ๒ กลีบพร้อมน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นจะเสริมฤทธิ์กันในการจัดการกับปัญหาคอเลสเตอรอลในเลือด การที่ผมนำน้ำกระเทียมมาทำน้ำสลัดก็เท่ากับนำสารสกัดจากกระเทียมมาผสมน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นเป็นในตัว 

นักศึกษาที่บางคนทีเรียกสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนว่า "มหาวิทยาลัยในดงมะพร้าว" อยู่แล้ว จึงเห็นว่าควรทำวิจัยอะไรที่เกี่ยวกับมะพร้าวด้วย จึงได้ชวนอาจารย์ที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์และอาจารย์สาขาสุขภาพของสถาบันทำวิจัย โดยหาอาสาสมัครนักศึกษาและประชาชนที่มีปัญหาคอเลสเตอรอลจากชุมชนรอบๆ ทำวิจัยดูว่ากินกระเทียมกับน้ำมันมะพร้าวแล้วจะลดลงได้จริงหรือไม่ เพียงไร 

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
๑๑ พ.ค. ๒๕๕๖