วันนี้ผมได้รับคลิปข่าว BBC News ที่น่าสนใจ คลิกที่นี่ เกี่ยวกับคุณแม่ของวัยรุ่น Jacob Barnett ซึ่งได้รับการวินิจฉัยเป็นออทิสติกขั้นปานกลางถึงรุนแรง เมื่ออายุ 2 ขวบ และต้องเข้าโปรแกรมจากนักบำบัดมากมายอย่างเข้มงวด แ่ต่ก็ยังพูดไม่ได้ จนเมื่อเขาอายุ 3 ขวบ คุณแม่สังเกตลูกช่วงเวลาที่ว่างจากการเข้าโปรแกรมบำบัด พบว่า เขาสามารถวาดแผนที่ได้ เขาต่อลูกบาศก์สามมิติได้ เขาจำชื่อถนนได้ และเขาจำพยัญชนะได้ถึง 4 ภาษา 

ซึ่งความสามารถเหล่านี้ไม่มีนักบำบัดคนใดประเมินและพัีฒนาได้ จริงหรือ?

"ดร.ป๊อป มองว่า นักบำบัดมัวฝึกฝนในสิ่งที่เขาเป็นปัญหา เช่น พูดไม่ได้ เรียนไม่ได้ ฯลฯ ซึ่งแนวคิดทางกิจกรรมบำบัดมุ่งเน้นให้ประเมินและพัฒนาศักยภาพ (ความสุขความสามารถ) เป็นหลัก แต่นักกิจกรรมบำบัดหลายคนก็ยังคงมองแต่แก้ปัญหาของเด็กมากกว่าการพัฒนาเด็ก"

คุณแม่เลยศึกษาเพิ่มเติม พบว่า สิ่งแวดล้่อมรอบตัวมีผลต่อการพัฒนาเด็ก คุณแม่จึงพา Jacob ไปชนบท ไปดูดาว ฟังเพลง Jazz และเต้นรำกัน และเมื่อตอนเขาอายุ 3 ขวบครึ่ง เขาไปดูท้องฟ้าจำลองและตอบโต้กับ ศจ.ดาราศาสตร์ได้ จนทุกวันนี้เขาเป็นวัยรุ่นที่กำลังศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอวกาศและเวลาในระดับป.โท ควอนตัมฟิสิกส์ และคาดว่าจะเรียนป.เอก และทำวิจัยให้ได้รางวัลโนเบลให้จงได้ 

นอกจากนี้คุณแม่ของเขาก็เขียนหนังสือเรื่อง The Spark: A Mother's Story of Nurturing Genius คลิกดูที่นี่

คลิปข่าวนี้ทำให้ผมยืนยันความคิดและประสบการณ์ของผมในฐานะนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมคนเดียวของประเทศไทย ว่า "กิจกรรมบำบัดควรเป็นวิชาชีพหนึ่งที่พัฒนาเด็กตามศักยภาพอย่างแท้จริง...องค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับเด็กและความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตยังเป็นแก่นแท้ของการพัฒนาเด็ก...แต่ปัจจุบันนักกิจกรรมบำบัดหลายคนมัวบำบัดปัญหาของเด็กด้วยเทคนิคมากมายจนไม่เห็นผล"