เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด  :

บทเรียนจากร้านเซเว่น




         คืนที่ผ่านมาพาเด็กๆ ไปส่งคุณแม่ของเธอขึ้นรถที่สถานีขนส่งอาเขต เชียงใหม่ เพื่อเดินทางไปประชุมวิชาการที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 2 วัน

         ช่วงขากลับเด็กๆ ต่างพากันรบเร้าให้พาเข้าไปที่ร้าน 7-11 เพื่อซื้อขนมนมเนยต่างๆ

         น้องแพรวพราวเอาไส้กรอก ส่วนพี่เพียงพอบอกว่าจะเอา Slurpee 

         หลังจากหยิบไส้กรอกมาเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินไปหยิบแก้วพลาสติกและเอาน้ำแข็งใส่ลงไปจนเต็ม

          "พ่อเอาน้ำแข็งใส่ทำไม? อันนี้ไม่ต้องใส่น้ำแข็งน่ะ" น้องเพียงพอบอก

          "ต้องใส่น้ำแข็งด้วยลูก  ไม่งั้นเดี๋ยวทางร้านเขาจะว่าเอาและคิดเงินเพิ่มน่ะ"  ผมเถียง

          จากนั้นผมก็ไปกด Slurpee ใส่แก้ว  ผลก็คือ Slurpee ที่อยู่ในรูปของเกล็ดน้ำแข็งไหลพรืดเดียวล้นแก้วที่ผมถือ จนผมรู้สึกตกตะลึงพรึงพรืด  เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยกดหรือกิน Slurpee เลยสักครั้ง เลยนึกว่า Slurpee จะเป็นเพียงน้ำหวานธรรมดาๆ เท่านั้น

          "เห็นไหมล่ะ หนูบอกแล้วว่าไม่ต้องใส่น้ำแข็ง พ่อก็ไม่ยอมเชื่อหนูเลยอ่ะ"  พี่เพียงพอบอก แล้วก็มองหน้าผมแบบยิ้มๆ 

          "ก็พ่อไม่รู้นี่ลูก"  ผมตอบเสียงอ่อยๆ  แบบเสียฟอร์มและน่าแตกอย่างยับเยินเกินกว่าที่หมอจะรับเย็บ  แล้วก็หยิบแก้วพลาสติกอันใหม่มากด Slurpee ใส่ให้พี่เพียงพอจนเต็มแก้ว  ส่วนแก้วอันเก่าผมก็กดน้ำชาเขียวใส่และเอาไปกินแทน

           บทเรียนครั้งนี้สอนให้ผมรู้ว่า....หลายๆ เรื่องลูกก็ฉลาดกว่าพ่อ และเวลาซื้อ Slurpee ก็ไม่ต้องใส่น้ำแข็งลงไปด้วยนะครับ    คิคิคิ