วันนี้ลาพักร้อน พาแม่ไปรับยาประจำทุก ๖ เดือนที่รพ.ศูนย์ฯ
ฝากใบนัดพร้อมผลเลือดของแม่ (เจาะตรวจไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน) ให้น้องที่รู้จักกันที่ทำงานแผนกรังสีที่รพ.ศูนย์แห่งนั้น ไปยื่นรับคิวที่แผนกอายุรกรรมตั้งแต่เช้า แต่ก็ยังช้าอดี.. ได้คิวที่ ๒๓
ออกจากบ้าน ๑๐.๐๐ น.ถึงรพ.๑๐.๓๐ น. (ที่มาสาย.. ด้วยว่าคุณหมออายุรแพทย์มือหนึ่งจะออกตรวจหลังสี่โมงเช้า เพราะต้องตรวจคนไข้ที่นอนพักรักษาตัวในรพ.ก่อนออกตรวจผู้ป่วยนอก) วันนี้คุณหมอเริ่มมาตรวจเมื่อ ๑๑.๐๐ น.หลังจากเริ่มตรวจไปได้ ๑๐ คน (ใช้เวลา ๑ ชั่วโมงเต็ม)คุณหมอได้ออกไปทำธุระ (ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร) หายไปสักพักคนไข้หลายคนเริ่มกระสับกระส่าย รวมถึงแม่ด้วย.. จึงไปถามพยาบาลหน้าห้องตรวจ.. บอกว่าไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไร???
การรออย่างไร้จุดหมาย มันทรมานที่สุด โดยเฉพาะคนที่รอเป็นผู้ป่วย บางคนนอนเหยียดยาวอยู่ที่นั่งรอตรวจ บ้างเดินไป-มา บ้างพูดบ่นกับผู้ป่วยที่นั่งรออยู่ด้วยกัน (คนหัวอกเดียวกัน) บ้างนั่งอ่านหนังสือ บ้างนั่งมองผู้คนอยู่เงียบๆคนเดียว kunrapee ชวนแม่คุยเล่นไปเรื่อยๆ ถามเรื่องนั้น-เรื่องนี้ แต่แม่ไม่ลืม สักพักจะบ่นว่าทำไมหมอยังไม่มา ต้องบอกกันบ่อยๆว่าให้ใจเย็นๆ ถือซะว่านานๆครั้ง เพียง ๑ วันในรอบ ๖ เดือนเท่านั้น ทำใจให้สบาย คุณหมออาจจะมีธุระด่วน-ผ่าตัดด่วน-ประชุมด่วน-หรือมีคนไข้ด่วนที่ได้รับการ Consult จากแพทย์อื่นๆเพราะคุณหมอเป็นแพทย์เฉพาะทางที่เก่งมากที่สุด
หลังจากไม่ทราบว่าจะรอไปอีกนานเท่าไร.. พวกเราจึงพาแม่ไปเดิน Shopping ตลาดนัดภายในรพ. (แม่ได้เสื้อมาใส่เล่น ๒ ตัว) แล้วแวะทานอาหารกลางวันที่ศูนย์อาหารของรพ. และนั่งเล่นอยู่ที่นั่นนานพอควร เวลา ๑๔.๓๐ น.จึงพาแม่กลับมารอพบแพทย์.. คุณหมอยังไม่มาตรวจ.. นั่งรอสักครู่คุณหมอก็กลับมา.. คิวที่ ๒๓ ได้เข้าห้องตรวจเวลา ๑๖.๐๐ น. รอรับยา ๒๐ นาที (ถามคุณป้าบางท่านบอกว่า ขึ้นรถโดยสารมาตั้งแต่ตีสี่ ได้รับบัตรคิวที่ ๒๖ ไม่อยากนึกเลยว่าจะได้กลับบ้านกี่โมง น่าสงสารที่สุด)
อายุรแพทย์ท่านนี้ใจดีและเก่งมาก ตรวจผู้ป่วยตามปกติโดยไม่เร่งรีบเกินไป ให้เวลากับคนไข้อย่างเต็มที่ ตรวจละเอียด พูดเพราะ ห่วงใยให้คำแนะนำดีมาก คนไข้ทุกคนเต็มใจรอ เหมือนแม่ของ kunrapee ที่เต็มใจรอ ไม่ขอเปลี่ยนแพทย์ผู้ตรวจ แต่ก็บ่น บ่นคลายเครียดน่ะค่ะ ต้องพยายามเข้าใจ
จะพยายามเข้าใจ ความจำเป็นของแต่ละคน ทุกคนมีเหตุผลส่วนตัวทั้งนั้น
กลับถึงบ้าน.. แม่บอกว่า.. วันนี้เหนื่อยมาก รอจนเหนื่อย
สงสารแม่จังเลย
ได้เห็นมุมมองผ่านผู้บริการ ว่า 'หมอดีและเก่ง' เป็นอย่างไรด้วย ขอบคุณคะ
ตรวจผู้ป่วยตามปกติโดยไม่เร่งรีบเกินไป ให้เวลากับคนไข้อย่างเต็มที่ ตรวจละเอียด พูดเพราะ ห่วงใยให้คำแนะนำดีมาก
การรออย่างไร้จุดหมาย มันทรมานที่สุด โดยเฉพาะคนที่รอเป็นผู้ป่วย
เป็นกำลังใจนะครับ เพราะการรออาจทำให้ผู้ป่ายเครียด พร้อมทั้งญาติ แต่ขณะเดียวกันนั้น...แพทย์หรือพยาบาลผู้ให้บริการก็เครียดจากภาระงานด้วยด้วย อยากให้เกิด seamless healthcare การบริการแบบไร้รอยต่อเป็นภาพฝันนะครับ...
เข้าใจความรู้สึกนี้มากเลยค่ะ การรออย่างไร้จุดหมาย เนื่องจากต้องไป รพ. ทุกสี่เดือนค่ะ
อันที่จริงแล้วแก้ไขปัญหาได้ไม่ยากหรอกนะคะเพราะเทคโนโลยีช่วยได้ค่ะ
เรียนอาจารย์ป.
แพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขา (ที่เคยเจอ) น่ารักทุกคนค่ะ ไม่ว่าคนไข้จะมากมายขนาดไหน ท่านไม่มีอารมณ์เสียเลยสักนิด ตรวจเต็มที่ตามคุณภาพของท่าน.. มีแต่แพทย์ใหม่ๆ ไม่รู้ว่าเค้าสอนกันมายังไง หงุดหวิดง่ายที่สุด น่าสงสารคนไข้ตาดำๆ
เรียนพี่เอ๋
หลายอย่างที่เห็นในการเป็นผู้รับบริการ kunrapee นำมาปรับใช้ที่รพ.ค่ะ ด้านระบบอาจได้ไม่มากเท่าไร แต่สำหรับตนเองเปลี่ยนหลายอย่างค่ะ (อย่างน้อยต้องให้คนไข้พอจะทราบได้ว่าถึงคิวไหนแล้ว, แจ้งเป็นระยะว่าคุณหมอไปไหน จะมาอีกเมื่อไร)
คุณลูกหมูเต้นระบำ
เรา (ทีมงานสาธารณสุข) ก็กำลังพยายามอยู่ค่ะ "ระบบบริการแบบไร้รอยต่อ" แต่บางครั้งผู้รับบริการมากอาจขาดตกบกพร่องไปบ้าง ต้องร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างมีความสุข เมื่อใจตนเองสุข เราจะมอบความสุขให้ผู้อื่นได้บ้างนะคะ
เรียนอาจารย์จัน
ระบบเทคโนโลยีช่วยได้ค่ะ แต่บางครั้งผู้ใหญ่มักไม่เห็นความสำคุญ Computer ที่ใช้กับผู้รับบริการเก่า-แก่มาก แต่ในห้องของผู้ใหญ่รุ่นใหม่สุดๆ (นี่บ่นแค่เรื่องเดียวนะคะ ^_^) มีหลายอย่างที่เราคิดไม่ตรงกันค่ะระหว่างผู้บริหาร กับผู้ปฏิบัติ
เข้าใจคนไข้มากขึ้น ขอบคุณค่ะ
อาจารย์พยาบาลเคยบอกไว้ค่ะคุณหมออ้อ เราควรได้ลองทุกอย่างที่เราจะต้องทำกับคนไข้ แล้วเราจะรู้ว่า.. เราต้องทำอย่างไร เช่นเป็นคนไข้ให้เพื่อนฝึกอาบน้ำ, ถูกเพื่อนฉีดน้ำเข้าต้นแขนฯ ฉะนั้นการเป็นผู้รับบริการทำให้เราเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้บริการที่ดี (หวังไว้นะคะ)
เคยนั่งรถไฟจากใต้มารอคุณหมอที่ รพ.พระมงกุฏฯ มาถึงตั้งกะเขายังไม่เปิดตึก จนบ่าย เขาเลิกตรวจก็ยังไม่ได้ตรวจ โชคดีที่พี่คนเปิดตึกจำได้ ช่วยจนเราได้พบหมอ แต่ต้องรอเตียง ผ่าหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท อีก 7 วันหลังจากนั้น (เจ็บแต่อึดเว้ย)
แหม.. นั่นมันตั้ง ๒๐ ปีแล้วนะคุณน้อง Thara อาจมีผิดพลาดได้บ้าง
แต่พี่ก็เข้าใจนะ อาจเป็นเพราะเราทำงานจุดนี้ รู้ถึงความยุ่ง-วุ่นวายสารพัดอย่าง แต่ที่รู้ชัดๆจริงๆก็ตอนที่มากลายเป็นผู้รับบริการเองนี่แหละ ทำให้เข้าใจความรู้สึก จึงพยายามไม่ทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ