โครงการเสริมพลังเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามปศพพ._3_4-5 พ.ค.56

วันที่ 4 พฤษภาคม 2556

         เป็นครั้งแรกในขวบปีที่นอนตื่นหกโมงเช้า...นอนสบายเพราะเมื่นคืนฝนตก วันนี้เริ่มต้นด้วยการั่งสมาธิประมาณ 2-3 นาที อ.ชัยวัฒน์ได้เล่าเรื่องเพื่อให้มองเห็น Vision โดยใช้คำถามดังนี้ แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าตอนเด็ก ,ทำไมถึงเป็นครู,แรงบันดาลใจที่ฝันไว้ยังเหลืออยู่หรือไม่,ภาพอนาคต 10 ปีข้างหน้า ภาพอนาคตของครอบครัวและญาติ และภาพอนาคตของชุมชน โดยเป็นการจับคู่เล่า ข้าเจ้าได้จับคู่กับน้องจนิสตร(เรียกน้องว่าลูกสาวเพราะอายุเท่ากับโต) น้องเป็นเด็กยุคใหม่ ใหม่จริงๆ ที่ชีวิตไม่ผูกพันกับอะไร ได้ดีเพราะเพื่อนดี น้องบอกว่ามาแบบว่างเปล่า และไม่ได้อะไรเลย ทะเละกับแม่เป็นประจำ ในขณะที่เล่าเรื่องของแม่ ข้าพเจ้าสังเกตเห็นมีแสงสีฟ้าวาววับขึ้นที่หน้าอก ครั้งแรกไม่สนใจ แต่พอน้องเล่าถึงแม่ทุกครั้งแรกจะเกิดขั้น นึกว่าน้องพกโทรศัพท์ไว้ที่หน้าอก บอกให้น้องหยุดแล้วเอาโทรศัพท์ออกมา น้อง งงเลย บอกว่าหนูไม่พกโทรศัพท์  แต่ที่เห็น เป็นเหรียญทับทิม ขนลุกเลย... บอกน้องว่าแม่คงคิดถึง  แรงบันดาลในการเป็นครูไม่มี แม้แต่ขณะนี้....อนาคตอยากออกไปช่วยคนพิการ...งงมาก ชีวิตเด็กรุ่นใหม่จริงๆ แต่น้องก็บอกว่าทุกวันนี้แม่บ่นเท่าไรไม่ว่า เวลาหมดกำลังใจ ก็คิดว่ามีเรามีเวลาที่ลำตัวตั้งฉากกับพื้นดินน้อย ก็มีแรงฮึดขึ้นมาอีก ส่วนข้าพเจ้าทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง มีพ่อเป็นครู ก็อยากเป็นครู พอโตขึ้นอยากเป็นนักเกษตรผู้ยิ่งใหญ่อยากเรียนมหาวิทยาลัย แต่ต้องมาสอบครูตามคำแนะนำของพ่อ เมื่อจบปกศ อายุ 17 ปี อยากทำงานแต่ไปสมัครสอบที่ไหนไม่ได้เพราะอายุ ไม่ถึง 18 ฮา ก็ได้มาเลยครูเอกเกษตร สมใจ เมื่อจบ ปกศ.สูงก็สอบบรรจุได้ ริ่มทำงานเมื่ออายุ 19 ปี เมื่อเรียน ป.ตรี จบเอกภูมิศาสตร์แต่ได้มาสอนสังคม ชอบสอนวิชาประวัติศาสตร์มาก ทั้งๆที่ไม่เคยได้เรียนเลย(ชอบอ่านประวัติศาสตร์) แต่ปัจจุบันผันตัวเองมาสอน IS วึ่งคิดว่าใช่ เพราะเราเคยสอนเกษตร ให้เด็กทำโครงงานอยู่บ้านแล้วออกนิเทศ(ชกท.) มีความสุขเมื่อออกนิเทศเด้ก เหมือนตอนนี้ที่สอนIS อนาคตอยากเปิดโรงเรียนสอนเด็กอนุบาล เพราะเราปลูกฝังความคิด จริยธรรมได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย  ซึ่งสังคมเราคุณธรรมกำลังเสื่อมลง เราได้ข้อสรุปตรงกันว่าแรงบันดาลใจแต่ละช่วงวัยไม่เหมือนกัน ซึ่งแรงบันดาลใจจะก่อใ้เกิดการระเบิดจากภายในออกมา อ.ชัยวัฒน์พูดถึงความต้องการของมนุษย์ ตามทฤษฎีของมาสโลว์  การเห็นคุณค่าของตนเอง ของแต่ละคนภายในโรงเรียนมาร่วมกันเพื่อประสานเป็นองค์รวมสู่ Vision อ.ชัยวัฒน์ความรู้เกี่ยวกับ Trends ที่จะเกิดขึ้นใน 10 ปี ข้างหน้า ซึ่งมี 2 ลักษณะ คือที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนจัดเป็น Hard Trends และที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้จัดเป็น Soft Trends ซึ่งจากกิจกรรมดังกล่าว ทำให้เราได้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในมุมมองที่หลากหลาย ทั้งจากการสะท้อนภายในกลุ่มโรงเรียนด้วยคำถาม

1.Core Value ของท่านคืออะไร ทำไมต้องยึดมัน

2.ภาพในชุมชนเป็นอย่างไร Visionภาพอนาคตชุมชนที่เราปรารถนา ชุมชนที่อยู่รอบๆโรงเรียนที่มีความสัมพันธ์กับโรงเรียน

3.ภาพอนาคตของโรงเรียนที่เป็นศูนย์เรียนรู้ เป็นอย่างไร ห้องน้ำ ห้องเรียน สนาม ความสัมพันธ์ของครูกับครู ของครูกับนักเรียน กับผู้อำนวยการ กับภารโรงเป็นอย่างไร

เครื่องใช้ทุกอย่าง(ภูมิค้มกัน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2556

        ข้าเจ้าเก็บกระเป๋าด้วยความสบายใจ ไม่รีบเร่ง ตรวจเช็คเครื่องใช้ทุกอย่างครบ(มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว)เอาไปเก็บที่รถ ไปกินอาหารเช้า ยังเช้ามากเลย อากาศดีมาก มีพี่จากโรงเรียนวัดเกาะสุวรรณถามว่ามาคนเดียวหรือค่ะ..ฮา บอกพี่เค้าว่ามากับสุภาพบุรุษสามนาย พี่เขาหัวเราะชอบใจ เลยโดนพี่จับถ่ายรูป(พี่แอบกระซิบว่าตรงนี้ท่านชายมาขึ้นรถ..ฮา งง เพราะไม่เตยดูสักที) แต่ก็ถ่าย

         วันนี้เริ่มด้วย อ.ชัยวัฒน์ Check in ภายในกลุ่ม และท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ 3H คือHand  Head Heart คือการเรียนรู้จากการปฎิบัติด้วยมือผ่านการคิดจากสมองและเห็นคุณค่าด้วยใจ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มโรงเรียนเลือกHard Trends หรือ Soft Trends มา4ข้อเพื่อนำมาเป็นวิสัยทัศน์ของแต่ละกลุ่ม มาหลอมรวมกันใหม่ พวกเราได้วิสัยทัศน์ใหม่คือ"โรงเรียนและชุมชนร่วมกันพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะอย่างพอเพียงพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมและเทคโนโลยี่


          อ.ชัยวัฒน์ได้ให้ลำดับต่อมาการกำหนดขั้นตอนสู่ความสำเร็จของวิสัยทัศน์ ซึ่งพวกเราได้ถกเถียงและแสดงความคิดจนได้ลำดับ สู่ความสำเร็จ 5 ขั้น ดังนี้

     1)สร้างความเข้าใจ

     2)วางแผนกำหนดแนวทางเป้าหมาย

     3)ลงมือปฏิบัติ

     4)กำกับ ดูแลและประเมินผล

     5)ปรับปรุงและพัฒนา

         อ.ชัยวัฒน์ ให้แต่ละคนร่วมกลุ่มกัน 4 คน และทำการ Check out ภายในกลุ่ม โดยการสรุปผลการเรียนรู้ทั้งหมดตามแนวคิดของตน และมีการ Check out ในกลุ่มใหญ่ และอ.ชัยวัฒน์ Check out ว่า "เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เรื่องที่ล้าสมัย ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่มภาระหน้าที่ แต่มันคือเรื่องของสมดุลที่เคลื่อนไปเรื่อยๆ และทุกคนก็คือแรงที่จะผลักดันให้โลกใบนี้อยู่รอดต่อไป"




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูเพ็ญศรี



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณบันทึกดีๆ ค่ะ