รวมสำนวน คำคม ศิลปการใช้ชีวิต พระราชดำรัส


ถ้าโกรธง่ายต้องหายเร็ว .....ถ้าใจร้อนต้องผ่อนเป็น...แต่ถ้าใจเย็น... ใจจะสบาย

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ยินดีที่จะอยู่ด้วยกันใกล้ชิดกัน เกื้อกูล รัก และแบ่งปัน สิ่งดีดี

ที่ทำให้คุณภาพชีวิตคนที่ได้รับ ดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย "ให้ความรักให้ความรู้คือที่สุดของการให้" โสตถิทัศน์_2534

...............................................................

ถ้าโกรธง่ายต้องหายเร็วถ้าใจร้อนต้องผ่อนเป็น

....ถ้าโกรธง่ายต้องหายเร็ว .....ถ้าใจร้อนต้องผ่อนเป็น...แต่ถ้าใจเย็น... ใจจะสบาย...แล้วกายที่แสนปวดร้าว ตามสภาพพยาธิ ก็เห็นจะมีเรี่ยวมีแรงขึ้น.... สดชื่นขึ้นกว่าเดิม .....ให้หมั่นรักษาใจแบบนี้.. รักษาใจให้เย็น... เพราะความร่มเย็นทำให้เป็นสุข ....ความรู้สึกเจ็บปวดกายก็ดูเมือนจะทุเลาลงได้ ....ซึ่งจริงแล้วไม่ได้ทุเลาลง......เพียงแต่ใจนึกถึงความเจ็บปวดนั้นน้อยลง....

ถ้าปฏิบัติมากๆ ใจจะไม่ไปนึกถึงความรู้สึกเจ็บปวดเหลืออยู่เรย.... เรียกว่า ...สามารถกำหนดอาปาณาสติได้.... คือ มีสติกำหนดรู้แล้ววางเป็น... ย้ายจุดสนใจ .....

เหมือนเวลาเราถูกหมอฉีดยา ....เราเอาเล็บเราหยิกมือตัวเอง ...พอใจรู้สึกที่มือว่าเจ็บกว่า... ความรู้สึกเจ็บแผลที่ฉีดยา...นั่นหายไปเสียอย่างนั้น...ลองฝึกกำหนดตามถนัดดูนะครับผม.....โสตถิทัศน์ 2556

...........................................................................................................................................................

..ถ้าเรารักและศรัทธาใครด้วยความจริงใจไม่เสแสร้ง
เปิดใจนำความดีเขามาเป็นตัวอย่างในการทำงาน
รู้จักใช้ความคิดที่สองมองข้ามข้อเสียที่มีกันได้ในทุกคน
เราจะได้ทั้งมิตรความรู้และความปรารถนาดี
ตลอดจนข้อคิดคำแนะนำที่ดีๆอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
คนนั้นคือเพื่อนแท้ พี่แท้ น้องแท้ 
ที่รักเราเหมือนครอบครัวอันหนึ่งอันเดียวกันนั่นเอง...โสตถิทัศน์_2561

..........................................................................................

ขอคัดบทความของหลวงพี่เพื่อนสนิทของผมเองครับ .....ท่านบวชเป็นพระและได้วิจาร์ณสิ่งดีดี ดังนี้ครับ

"คนเรามักจะไม่ค่อยยอมรับความผิดของตัวเองสักเท่าไหร่ใครเตือนก้อไม่ค่อยจะฟัง เพราะว่าเขายังมีทิฏฐิอยู่ ฉะนั้นการอบรมพระนวกะของวัดนั้นจะใช้วิธีอบรมแบบเตือนว่ากันโดยชี้ขุมทรัพย์ให้กัน นั่นคือในเมื่อเรารู้ข้อบกพร่องของอีกคนเราก็จะเตือนเขา โดยแนะนำเขาว่ามีจุดบกพร่องข้อเสียอย่างไร นั่นคือการชี้ขุมทรัพย์ โดยเราไม่ได้ไปจับผิดเขานะ เราจะต้องจับดีและชี้ขุมทรัพย์ให้ ....

.....ความอดทนก้อเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องรับแรงกดดันจากหลายๆฝ่ายที่มีปัญหา แล้วนำปัญหานั้นมาให้เราได้แก้ทุกๆวันดังนั้นก้อไม่ต่างอะไรกับพระพุทธเจ้า ที่ท่านทรงบำเพ็ญตบะมาอย่างยาวนาน20อสงไขยกับแสนมหากัป และสามารถถ่ายถอดคำสอนต่างๆให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ฉะนั้นการทำงานก้ออยากให้เราใช้หลักปฏิบัติเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้ามาใช้ ว่าท่านได้สอนอะไรอะไรควรอะไรไม่ควร และนำมาปรับแก้ ในชีวิตประจำวันเราจะต้องใช้ธรรมะควบคู่ไปกับชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงานด้วย เพื่อให้อยู่ดำรงครองธรรมและฝึกสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบมีสมาธิแก้ไขปัญหาต่างๆในการทำงานได้ ฉะนั้นแล้วจงเตือนด้วยความนอบน้อม ชี้ขุมทรัพย์อย่าจับผิดให้เราจับดีเขา.....Visutthapho Phikku....

.......................................................................................................................

"ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุข ที่ได้ร่วมกันทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น" พระราชดำรัสแด่ข้าราชการ

............................................................................................................................

"การให้ความรู้โดยที่ผู้รับไม่ต้องขอให้สอนแต่ยินดีเองที่จะให้ โดยสามารถอธิบายเรื่องราวขั้นตอนวิธีการต่างๆได้อย่างมีลำดับตั้งแต่ต้นจบจบ และผู้รับเข้าใจอย่างรู้แจ้ง(ปฏิเวธ)และนำไปใช้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ วิบาก(กรรม,การกระทำ)จะส่งผลให้ ผู้สอนมีสมองที่ดีสามารถวิเคราะห์เรื่องต่างๆได้อย่างหลากหลายมุมมองและลงลึกขึ้นเรื่อยๆ" ดังตฤณ

..............................................................................................................................


ขอให้มั่นใจและมุ่งมั่น เผยแผ่ เขียนเรื่องราว แลก เปลี่ยน Share กันต่อๆๆๆๆยอดกันไป ....infinitity... ครับผม....

.....................................................................................................

เทคนิคการดำรงตนในการประกอบสัมมาอาชีวะ

๑. ลูกจงจำไว้ว่า… การไม่ต่อสู้ในบางกรณี

กลับเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ กว่าการต่อสู้

อย่างเอาเป็นเอาตาย

๒. ลูกจงอย่าเลือกของที่ชอบ ด้วยความอยากของลูก

แต่จงเลือกด้วยสติปัญญา และพิจารณาถึงประโยชน์

และโทษของมันเสียก่อน

๓. ลูกจงอย่าโกรธคนไม่ดี ที่จริงเขาก็อยากดีเหมือนกัน

แต่เขาไม่เข้าใจว่า อะไรเป็นความดี…อะไรคือไม่ดี

๔. ลูกจะตำหนิ ติเตียนใคร ก็จงดูตนเองเสียก่อน

อย่าให้เขาย้อนว่าเราได้

๕. ลูกจะเห็นว่า ผู้มีสัมมาคาระวะ จะพบแต่ความเจริญ

การอ่อนน้อม เป็นคุณสมบัติของสุภาพบุรุษ

การยกมือไหว้ผู้อื่นได้ คือการทำลาย ตัวกู-ของกู

๖. ลูกพ่อต้องเป็นคนแข็งแรง…ไม่แข็งกระด้าง

ลูกพ่อต้องเป็นคนเรียบง่าย…ไม่มักง่าย

ลูกพ่อต้องเป็นคนอ่อนโยน..ไม่อ่อนแอ

๗. ลูกของพ่อ..คล่องแคล่วว่องไว

เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้าของครอบครัว

๘. เงินทองที่ลูกมี ยิ่งใช้ยิ่งหมดไป

ปัญญาที่ลูกหาได้ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มพูน

๙. ถ้าลูกทำเด่น จะถูกคนเขาเขม่นและสมน้ำหน้า

ลูกจะพลาดท่าลงมา..เพราะความอยากเด่นอยากดัง

๑๐. ลูกจงจำไว้ว่า เงินทองเป็นของนอกกาย

พ่อ แม่ สุขใจ เมื่อพี่น้องรักกัน

๑๑. ลูกจงโอนอ่อนผ่อนตามอย่างฉลาดและสุขุม

การพ่ายแพ้ด้วยศิลปะ ดีกว่าการชนะด้วยอารมณ์

๑๒. ความกล้าหาญต้องประกอบด้วยสติปัญญา

ถ้าลูกกล้าโดยไม่มีสติปัญญา เขาเรียกว่าคนบ้าบิ่น

๑๓. ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความสุจริต

เมื่อสุจริต จิตผ่องใส

เมื่อทุจริต จิตหมองไหม้

๑๔. ทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่พ่อแม่จะให้แก่ลูก

ความรู้และความประพฤติดีเท่านั้นที่พ่อแม่ควรมอบให้แก่ลูก…อันเป็นที่รัก

๑๕. ลูกหลีกทางให้เขา ก็คือหลีกทางให้เราหลุดพ้นจากอันตราย

ในที่สุดก็จะได้รับผลดีด้วยกัน ทั้งเขาและเรา

๑๖. ปลายทางสุดท้ายของความไม่พอคือ…ความทุกข์

๑๗. ลูกจงจำไว้ว่า…ผู้ที่ไม่มีใครให้อภัยผู้อื่น คือผู้อ่อนแอทางจิตใจ

การให้อภัยศัตรู คือการ สร้างมิตร

๑๘. ถ้าผู้อื่นหลอกเรา เรารู้ง่ายและแก้ไขได้ง่าย

แต่ถ้าเราหลอกตัวลูกเอง รู้ยาก แก้ไขได้ยาก

๑๙. ลูกควรจำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม

ทำสิ่งที่ควรทำ และต้องรู้ว่า

สิ่งใดควรทำก่อน สิ่งใดควรทำทีหลัง

๒๐. เมื่อลูกสังเกตดู จะพบว่าภายหลังเสียงหัวเราะ จะมีน้ำตา

ภายหลังเสียน้ำตา จะเห็นแสงธรรม คือความจริงของชีวิต

๒๑. หกล้มเพราะก้าวเดินไปข้างหน้า ยังดีกว่าลูกยืนเต๊ะท่าอยู่กับที่

เพราะถ้าลูกยืนไม่ดี…ก็จักมีคนมาถีบให้ล้มอยู่ดี

๒๒. ลูกจงหาความสุขกับปัจจุบัน อย่าใฝ่ฝันถึงอนาคต

อย่าหมกอยู่กับอดีต จะทุกข์

๒๓. โชค…เข้าข้างผู้ที่มีความอ่อนน้อมเสมอ

ถ้าลูกเป็นผู้น้อยที่นอบน้อมผู้ใหญ่ ใคร ๆ ก็รัก

ถ้าลูกเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจผู้น้อย ผู้น้อยก็มีความภักดี

๒๔. ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง

ขอให้ลูกคิดอยู่เสมอว่า

ถ้ามีสิ่งใดในโลก ที่ผู้อื่นทำได้

ไม่มีเหตุผลอะไร ที่เราจะทำไม่ได้

๒๕. ความโศกเศร้าเสียใจ มิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อะไร

นอกจากทำให้ศัตรูของเราดีใจและสมน้ำหน้า

๒๖. เมื่อพบภัยที่อยู่ข้างหน้า

จงหนีเข้าหาพระดีกว่าหนีเข้าหาโจร

ซึ่งโจรจักฉกฉวยโอกาสเอาจากเราเสมอ…อย่างคาดไม่ถึง

๒๗. คนเรามีความโลภทุกคน

ถ้าโลภมาก…ก็จะทุกข์มาก

ถ้าโลภน้อย…ก็จะทุกข์น้อย

ถ้าไม่โลภ…ก็จะไม่ทุกข์

๒๘. ถ้าลูกประพฤติดี ลูกก็จะพบกับคนประพฤติดี

ถ้าลูกประพฤติชั่ว ลูกก็จะพบกับคนประพฤติชั่ว

ขอให้ลูกเลือกคบให้ถูกต้องเถิด ลูกจักเป็นคนที่โชคดี

๒๙. ลูกอย่ากลัวไปเลยว่า จะได้แต่งงานกับคนไม่ดี

ถ้าลูกไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยว

ลูกก็จะพบคู่ครองที่ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยวเช่นกัน

๓๐. ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ต้องการคำอ่อนหวาน

ลูกก็เช่นกัน ควรพูดคำอ่อนหวานแก่ผู้อื่น

เมื่อลูกอ่อนหวานแก่ผู้อื่น ผู้อื่นก็จะอ่อนหวานกับลูก

๓๑. ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าลืมตัว

เสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าเสียคน

ผิดอะไรก็ผิดได้ แต่อย่าผิดศีลธรรม

๓๒. ลูกจงจำไว้ว่า… ศัตรูวันนี้ อาจเป็นมิตรในวันหน้า

เพราะฉะนั้น อย่าทำอะไรเขารุนแรงและเกินเลย

๓๓. ลูกจงสนุกกับการใช้เงิน และพร้อมกันนั้น

ลูกต้องสนุกกับการเก็บรักษาเงินด้วย และยิ่งกว่านั้น

ต้องสนุกกับการหาเงินอย่างไม่เป็นทุกข์ คือหาด้วยความถูกต้อง

๓๔. การกระทำของลูก บางครั้งยังไม่ถูกใจตนเอง

แล้วจะให้คนอื่นทำถูกใจเราเสมอไป ได้อย่างไร

คิดแค่นี้ลูกก็จะไม่โกรธคนอื่น

๓๕. ถ้าลูกกล้าอย่างถูกต้อง ก็จะเป็นผู้ฉลาด

ถ้าลูกกล้าอย่างบ้าบิ่น ก็จะเป็นคนโง่

ขอให้ลูกจงกล้าหาญ อย่างชาญฉลาด

๓๖. บาปและบุญทั้งปวงที่ลูกกำลังทำในขณะนี้

สักวันหนึ่งจักรวมตัวกันมาสนองแก่ลูก

สิ่งที่ลูกได้รับอยู่ทุกวันนี้

เป็นผลจากการกระทำของลูกทั้งสิ้น

๓๗. ลูกจงจำไว้ว่า… ธรรมชาติไม่เคยให้อภัยใคร

ใครทำอย่างใด ต้องได้รับอย่างนั้น

แต่ธรรมชาติก็ให้โอกาสทุกคนเสมอ

แต่คนเรา…โดยส่วนมาก ไม่ค่อยยอมรับโอกาสนั้น

๓๘. เมื่อมีปัญหา แก้ให้ถูกจุด จักพ้นทุกข์เร็ว

อย่าเป็นเช่นคุณยายแก่ ๆ มองหาเข็มที่เสาไฟ เพราะมีแสงสว่าง

แต่หาเท่าใดก็ไม่พบ เพราะเหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด

เข็มหายในบ้าน แล้วมาหานอกบ้าน เพียงเพราะในบ้านไม่มีแสงไฟฟ้า…

น่าขันไหมล่ะ

๓๙. ลูกจงจำไว้ว่า

คนเห็นแก่เงิน คบยาก

คนเห็นแก่งาน คบง่าย

คนเห็นแก่ผู้อื่น คบสบาย

๔๐. ถ้าลูกปรารถนาให้ผู้อื่นรัก

ลูกต้องทำตัวให้น่ารัก

ลูกจึงจะเป็นที่รักของผู้อื่น

๔๑. ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม

สำคัญที่สุด…ลูกอย่าข้ามตัวเอง

๔๒. ผู้กล้าหาญ คือผู้ที่สามารถบังคับตัวเองได้

ถ้าลูกจักปลูกต้นไม้ ต้องบำรุงราก

แต่ถ้าจะปลูกจิตใจ ต้องบำรุงด้วยศีล ด้วยธรรม

๔๓. ลูกเกิดเป็นคนแล้ว ต้องพยายามทำดีที่สุด

เมื่อทำดีที่สุดแล้ว นอกนั้นแล้วแต่ฟ้าลิขิต

โบราณว่า

ลิขิตเป็นของฟ้า ( ผลของการกระทำ )

ชะตาเป็นของคน ( การกระทำของตัวเอง )

๔๔. ลูกควรจะยอมผิดใจกับคนสุภาพชน

แต่อย่าผิดใจกับคนพาล

จะเดือดร้อนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

๔๕. การไม่ระวังการใช้จ่าย เล็ก ๆ น้อย ๆ อาจทำให้ล่มจมได้

ดังเช่นเรือมีรูรั่วเล็กๆ อาจทำให้เรือใหญ่จมได้

๔๖. โรคภัยทางร่างกาย จะเข้ามาทางปาก

ภัยพิบัติ ก็จะออกจากปากของเราเช่นกัน

เมื่อลูกจะพูดสิ่งใด จงพิจารณาให้ดีๆ

๔๗. การโกรธ เป็นวิสัยของปุถุชน

การให้อภัย เป็นวิสัยของบัณฑิต

ลูกพ่อจะเป็นบัณฑิต จึงต้องฝึกการให้อภัย

ด้วยความมีเมตตา เพราะเมตตาแก้ความโกรธได้

๔๘. การเดินทางหมื่นลี้ต้องมีก้าวแรก

ยามลูกมีอำนาจ จงอย่าเหลิงอำนาจ

ยามลูกมีความสุขก็อย่างหลงระเริง

ระวังความทุกข์จักตามมา

๔๙. ถ้าลูกให้เงินเพื่อนยืม…ระวังจะเสียเงิน…จะเสียเพื่อน…จะเสียใจ

เพราะฉะนั้นลูกอย่าให้เงินใครยืม ถ้ามีก็ให้เขาไปเลย

๕๐. ถ้าลูกระแวงสงสัยใครแล้ว ลูกอย่าทำธุรกิจร่วมกัน

เพราะจะมีแต่ระแวงกัน การงานไม่ราบรื่น

ความทุกข์จะเข้ามาในจิตใจลูก

๕๑. เรือที่ออกทะเล ปฏิเสธคลื่นลมไม่ได้ ฉันใด

ชีวิตของลูก ปฏิเสธอุปสรรคไม่ได้ ฉันนั้น

๕๒. ลูกสังเกตดูจักรู้ว่า ผู้เป็นคนดี มักอ่อนน้อมถ่อมตน

ผู้โง่เขลามักหยิ่งยโส ทะนงตน

คนโง่มักอวดตัวว่าฉลาด หรือยากให้คนอื่นรู้ว่าฉลาด

จึงโอ้อวด คุยเบ่ง ทับถมคนอื่น

ส่วนคนฉลาดมักไม่อวดตัว จักเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน

ไม่หยิ่งยโส ไม่โอหัง และชอบประกาศความดีของผู้อื่น

๕๓. แมลงผึ้ง ชอบของหอมของหวาน

แมลงวัน ชอบของเหม็นของเน่าเสีย

ถ้าลูกชอบสิ่งที่ไม่ดี คบคนไม่ดี คิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี ไปสู่สถานที่ไม่ดีแล้ว

ลูกก็จะเปรียบเช่นแมลงวัน ซึ่งไม่มีใครชอบหรืออยากจะให้ความรัก

แต่ถ้าลูกคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี และไปแต่เฉพาะที่ดี

ลูกก็เป็นเช่นแมลงผึ้ง คนดีใคร ๆ ก็อยากคบด้วย

ถ้าลูกเป็นแมลงผึ้ง ลูกก็จะได้พบกับดอกไม้

ถ้าลูกเป็นแมลงวัน ลูกก็จะได้พบกับของเน่าเหม็น

คำโบราณว่าไว้

ขี้เกียจ เป็นแมลงวัน

ขยัน เป็นแมงผึ้ง

๕๔. ผู้ที่รู้จักประมาณตน เป็นคนฉลาด

ลูกควรใช้จ่ายตามฐานะ ลูกจักไม่ขัดสนตลอดไป

๕๕. ถ้าลูกมีความพากเพียรและถ่อมตนแล้ว ภายใต้ท้องฟ้า…ลูกของพ่อจักทำได้ทุกสิ่ง

ธรรมะสอนไว้ว่า คนล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร

๕๖. ถ้าลูกทำงานด้วยความรีบร้อน ร้อนรน มักทำความผิดพลาด มาให้ลูกเสมอ

ลูกต้องทำด้วยความรวดเร็ว แบบมีสติ จึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างถูกต้องและราบรื่น

๕๗. การนินทาและว่าร้ายต่อผู้อื่น… มันเจ็บปวดมากว่ามีดที่กรีดเนื้อเขา มากมายหลายเท่านัก

เมื่อลูกเข้าใจอย่างนี้แล้ว อย่านินทา อย่าว่าร้ายผู้อื่นเลย เพราะเมื่อเขาเจ็บปวดเพราะคำพูดของเราแล้ว เขาก็สามารถทำความผิดกับเราได้ เราก็เดือดร้อน

๕๘. คนขี้เกียจ มักอ้างว่า ยังไม่ต้องทำ

เพราะเช้าไป เพราะเย็นไป

เพราะร้อนไป เพราะหนาวไป

เพราะฝนตก เพราะแดดออก

ถ้าลูกอ้างอย่างนี้ จะทำอะไรก็จะไม่สำเร็จ

๕๙. ในสมัยนี้ ใครก็ชอบแต่ของดี ๆ แต่ไม่รู้ว่า อย่างไรถึงจะดี

จึงขอเตือนว่า

ลูกของพ่อ…อย่าดีแต่จะคิด ลูกต้องคิดแต่ดีดี

ลูกของพ่อ…อย่าดีแต่พูด ลูกต้องพูดดีดี

ลูกของพ่อ…อย่าดีแต่ทำ ลูกต้องทำดีดี

ลูกของพ่อ…อย่าดีแต่จะคบคน ลูกต้องคบคบดีดี

ลูกของพ่อ…ดีแต่จะไป ลูกต้องไปดีดี

ลูกจง คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดีดี

๖๐. ถ้าลูกละเลยเรื่องเล็กน้อย กระทำผิดเพียงเล็กน้อยในปัจจุบัน ลูกอาจต้องเสียใจอย่างใหญ่หลวง ในภายหน้า

คิดกับผู้อื่นไม่ดี ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นคิดไม่ดีกับเรา ในวันหน้า

ทำกับผู้อื่นไม่ดี ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นกระทำต่อเราไม่ดี ในวันหน้า

รังแกผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นรังแก ในวันหน้า

โกงผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นโกง ในวันหน้า

โกหกผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นโกหก ในวันหน้า

เหยียดหยามผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นเหยียดหยาม ในวันหน้า

โกรธผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่น ในวันหน้า

ริษยา อาฆาตผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นริษยา อาฆาต ในวันหน้า

ฆ่าผู้อื่น ในวันนี้ อาจถูกผู้อื่นฆ่า ในวันหน้า

ในทางตรงกันข้าม…

ถ้าลูกรักและเมตตาผู้อื่น ในวันนี้ ลูกก็จักได้รับความรักและเมตตา ในวันข้างหน้า

.................................................................................................

คุณ รัก/เกลียด แบบไหนกัน?

3 กันยายน 2013 เวลา 9:21 น.

คุณ รัก/เกลียด แบบ ไหน? .....

1.แบบโลภ

รักอยากได้มาใกล้ มาครองเรือน มาช่วยเหลือให้เราสบาย รักวัตถุที่เค้ามี รักสินทรัพย์ มรดก ตายแล้วเตรียมตัวไปเป็นเปรตขอส่วนบุญ .......

2.รักแบบไม่รักคือเกลียด

โกรธ พูดไม่เข้าหู ความรู้ สภาพแวดล้อม ต่างกันมากแล้วยึดตัวตน ทำตัวเป็นน้ำที่เต็มแก้ว ปิดฝาโอ่งไม่รับน้ำอีก เห็นหน้าแล้วหมั่นใส้ จะชวนทะเลาะเหมือนลิ้นกับฟัน ไม่รู้เคยทำกรรมเหมือนแมวกับหนูกันมาแต่เมื่อไหร่ชาติภพไหน ตายไปๆเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานแน่นอน ......

3.รักแบบ หลง

งมงาย หลงรูป หลงคำพูดให้ความหวัง หลงรดชาคของความกำหนัด หลงราคะร้อน หลงรสกาเม ไม่คิดทำมาหากินคิดแต่จะสนุกกับการได้มาซึ่งความใคร่ ซึ่งเป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืนตามธรรมชาติ ที่กายก็คือถุงใส่อึ มีแต่สิ่งเน่าเหม็นอยู่ในนั้น แต่หลงไปกับเนื้อ หนัง มังสา ต้องมองให้เป็น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง มองอายตนะ ตัวร่างกาย ให้เป็นขันต์ ได้แก่ รูป กาย สัญญา สังขาร วิญญาณ ....ตายแล้วไปเกิดเป็นนกชนิดต่างๆ....

4. รักแบบมีสติ

เป็นการเข้าใจมองโลกให้เห็น กฏแห่งธรรมชาติ รักในจิตใจที่ดี รักคนดี คนถือศีล คนมีน้ำใจ คนปฏิบัติถูกต้องตามธรรมเนียม มีคุณธรรม รักแบบนี้สูงส่ง ทำให้จิตใจเจริญ อารมณ์แจ่มใส ไม่มัวเมา เข้าใจ สุข ทุกข์ เป็นสุขแห่งการครองเรือน... ถือเป็นมงคลชีวิต ...

......มงคลชีวิตปฏิบัติให้ได้ 38 ประการ จะพบสุขที่ใจ... เป็นการพัฒนา... วิธีคิด ...ที่ทำให้จิตใจเป็นสุข ก็ขอให้รักให้เป็น และเรียนรู้ที่จะรัก .....ให้มีคุณธรรม รักด้วยศีล นี่คือการปฏิบัติธรรมในขณะที่เรายังครองเพศฆราวาสอย่างเราทำได้ทุกคน... ขอให้ตั้งใจ...คนแบบนี้ตายแล้วไป...สุขคติ...ทุกคน.....

............................................................................................................................

หมายเลขบันทึก: 534894เขียนเมื่อ 6 พฤษภาคม 2013 11:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 31 มกราคม 2018 01:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

สวัสดีค่ะคุณ KMTEAMDCA Airport...รวมสำนวน คำคม ศิลปการใช้ชีวิต พระราชดำรัส ...เป็นบันทึกที่ดีมากๆ    นะคะ...อยากให้หลายๆคนได้อ่านกัน...ขอบคุณค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี