
ท้ายเรื่องของสไปเดอร์แมน 3 กล่าวว่า
"นวนิยายทั่วโลกมีเพียงพล๊ิิตเรื่องเดียวคือ เราคือใคร"
เหมือนเป็นกุญแจสำคัญที่บอกเราว่า ภาพยนตร์ฮีโรแอ๊คชั่นจาก Marvel Studios
จะมาแนวนี้หมด (รวมถึงแอ๊คชั่นฮีโรค่ายอื่นด้วย) ซึ่งก็จริง
"ชุดเกราะสร้างคน หรือคนสร้างชุดเกาะ" จึงกลายเป็นปรัชญาหลักของ ไอรอนแมน 3 และเส้นเรื่องก็เน้นย้ำถึงประเด็นนี้อย่างชัดเจน มีการสร้างสัญลักษณ์ทางภาพยนตร์ แสดงให้เห็นถึงความคิดของโทนี่ สตาร์ค ที่อยู่กับความหวาดกลัวนับจากเทพเจ้าฆ้อนสายฟ้าล่วงหล่นจากท้องฟ้า เทพเจ้าโลกจิตเข้ายึดโลก จนมีการต่อสู้กันในนิวยอร์คเละเป็นโจ๊ก เขาจึงหมกมุ่นอยู่กับการสร้างชุดเกราะ หรือแม้แต่ซ้อนตัวอยู่ในชุดเกราะ และฉากในช่วงที่กำลังจมดิ่งในห้องทะเลไปพร้อม ๆ กับคฤหาสน์หละงามจากการโจมตีอย่างไม่ตั้งตัวของ แมนดาริน และฉากความหนาวเหน็บหลังจากที่ชุดเกาะพาเขาบินหนีไปหลายพันไมล์ที่ลงสู่พื้นหิมะยามคำคืน ภาคนี้จะเห็นโทนี่ สตาร์ค ลากชุดเกาะของเขาฝ่าหิมะ ราวกับเป็นการบอกว่า ครั้งนี้เขาต้องช่วยชุดเกาะจากที่หลาย ๆ ครั้งชุดเกราะช่วยเขา
หนังยังสนุกแม้จะเปลี่ยนผู้กำกับใหม่ คือ เชน แบล็ค ควบตำแหน่ง
เขียนบท ยังคงมุขตลก และฉากแอคชั่นสุดมัน
ที่แนะนำคือฉากใส่เสื้อเกราะทุกฉาก ที่ชุดเกราะบินมาประกอบเข้ากับตัวทีละชิ้นทีละชิ้นโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องใส่อีกต่อไป ฉากเหินหาวช่วยคนหลายคนหลุดออกมาจาก
แอร์ฟอร์สวัน ที่ระเบิดกลางอากาศ และฉากสุดท้ายที่บรรดาชุดเกราะจำนวนมากออกมาต่อสู้กับเหล่าร้อยที่ดูเหมือนว่าไม่มีวันฆ่ามันตาย ที่สำคัญในภาคนี้ เพพเพอร์ พอทส์ (กวินเน็ธ พัทโทร์ว) หวานใจของโทนี่ มีบทบาทมากขึ้นกับแอ๊คชั่นเล็ก ๆ แต่สำคัญ คอแอ็คชั่นไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
ตัวผู้ร้ายของเรื่องก็ดูเป็นคนโรคจิตทำทุกอย่างโดยไม่สนใจมนุษยธรรม เกลียดอเมริกาเข้าใส่ หนังหลายเรื่องก็ทำให้เห็นว่าเกลียดอเมริกาเข้าใส้ คงจะบอกเป็นใน ๆ ว่า คนอเมริกาส่วนหนึ่งยังเกลียดการกระทำที่เห็นแก่ตัวของชาติตนเอง การสร้างความเกลียดชังให้กับบุคคลหนึ่ง หรือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการไม่สนใจในคุณค่าของบุคคลเพียงเพราะว่าเขาดูแปลก แตกต่าง อาจจะสร้างปีศาจร้ายโดยที่ตนเองไม่รู้ตัว และปีศาจร้ายนนั้นอาจหวนกลับมาทำร้ายก็เป็นได้ หรือหากคิดให้ลึกลงไปอีกระดับ ปีศาจร้ายอาจไม่ใช่บุคคลอื่น อาจเป็นสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเรานี่เอง
ความเป็นมนุษยนิยมถูกทำให้เห็นว่ามีความสำคัญกว่าเครื่องมือหรือชุดสุดไฮเท็ค เพราะไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะถูกทำลายไปก็ยังสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่า ผู้สร้างจะยึดติดกับส่ิงประดิษฐ์ของตนเท่าไหร่ หากไม่ยึดติดก็จะสร้างอะไรก็ได้ หนังจึงแสดงออกมาโดยเรียก โทนี่ สตาร์คว่า "นายช่าง" มนุษย์เราทุกคนมีความเป็นนายช่างอยู่ในตัวโดยไม่จำเป็นต้องสร้างอุปกรณ์ใหญ่โตสุดไฮเท๊คแต่อย่างใด เพียงแค่สร้างความเชื่อมั่นและความเป็นตัวตนของตนเอง รู้ว่าตนเองคือใคร ทำอะไร แค่นี้ ทุกคนก็คือนายช่างใหญ่ได้
ตอนท้ายของเรื่องยังทิ้งปริศนาเอาไว้ให้คนสงสัยกันเล่น ๆ ว่า
จะทำต่อหรือไม่ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ จะกลับมารับบท ไอรอน
แมนอีกหรือไม่
วาทิน ศานติ สันติ
ดูเมื่อ 2 พฤษภาคม 2556
sfc เดอะมอล์ลบางกะปิ บัตร 160 บาท