เมื่อวานเวลาบ่ายห้าโมงเย็นแล้วคุณแม่ของลูก ๆ มาแจ้งว่าจะไปเยี่ยมญาติ  ณ โรงพยาบาลหัวไทร  อ. หัวไทร  จ. นครศรีธรรมราช  ก่อนไปเราต้องเตรียมสิ่งของไปเยี่ยมเท่านั้นละ  ผมก็ไปเตรียมตัวเพื่อเดินทาง  เออ...มันหายไปไหนหนา  นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก  และบอกไม่ได้

ผลจากการลืมหลงงงไปหมด  เมื่อไปเยี่ยมผู้ป่วยเสร็จแล้วกลับมายังบ้านพักได้ค้นหาตามสถานที่ต่าง ๆ วาว ๆ ไม่เจอเลยครับ  เจ้าลูกชายคนเล็กเวลาโกรธชอบจับสิ่งของเอาไปซ่อนรึว่าเจ้าตัวเล็กนี้แกล้ง  แต่ถามเท่าไหร่ไม่ได้คำตอบที่พอมั่นใจได้ว่าจะหาเจอ

ผลจากการค้นหาทำให้ญาติ ๆ รวมแปดคนต้องมาคุยกันเรื่องนี้สอบถามกันยกใหญ่ว่ามันหายไปไหนและใครเป็นคนเอาไปเรื่องเล็ก ๆ ทำทีท่าจะเป็นเรื่องใหญ่ซะแล้ว  ในที่สุดหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอครับ

ก่อนนอนเลยทำสมาธิทบทวนถึงเรื่องเรื่องราวที่ผ่านพบเรียบเรียงดูทั้งก่อนและหลังที่มันจะจางหายไปจากความทรงจำ  ได้จับยามวันของหายที่ได้รับการถ่ายทอดมาว่า  ถ้าสิ่งของหายหาไม่เจอนี่คือหายในวันเสาร์  สิ่งของนั้นอยู่ทางทิศตะวันออก  ถ้าจะไปตามหาต้องไปตามหาทางทิศตะวันออกจะเจอ  เลยได้ปะติดปะต่อมุมคิดว่าตอนเช้า ๆ วันเสาร์ผมออกไปริมทะเลอ่าวไทย  แล้วคงวางไว้ในหัวเรือที่จอดอยู่ริมฝั่ง  พอเจ้าของเรือมาผมช่วยลุนเรือออกทะเลด้วย  

วาว ๆ มันคงไปกับเรือไปเที่ยวไกล  และอาจตกน้ำทะเล  สูญแล้วเรา


<p>วันนี้ก่อนรุ่งเช้ามามีความคิดคำนึงว่าสิ่งที่ค้นหามันน่าจะอยู่และผมก็ออกไปเล่นน้ำทะเลตามปกติ  มีจุดสะกิดใจอยู่ว่ามันน่าจะอยู่แถวนี้  เมื่อหันหลังกลับไปยังโขดหินริมฝั่งทะเลมีแสงวาวแววสะท้อนแสงดวงอาทิตย์มากระทบตาผม</p>

ใช่แล้ว  มันอยู่นั้นเอง  โอ...ผมเป็นเอามากเลยนะคือลืมมันไปจากความทรงจำ  24 ชั่วโมงเลยละครับ  เพราะก่อนที่ผมจะลืมนั้นอยู่กลางทะเลและมีเสียงเรียกว่า...นายหัว ๆ มาช่วยรุนเรือลงทะเลหน่อยครับ...เป็นภาษาบ้าน ๆ จากชายชาวเลมาที่เรือคนเดียว  ผมขึ้นจากน้ำทะเลไปช่วยรุนเรือลำนั้น  ก่อนรุนเรือผมถอดมันไว้วางบนโขดหินนั้นและมันก็อยู่ที่นั้นข้ามวันข้ามคืนมาจนบัดนี้...ที่นี่ไม่มีขโมย...ที่นี่ยังคงเป็นธรรมชาติดีงาม...ของ ๆ เราย่อมเป็นของเราอยู่ดี...ขอบคุณที่มันยังอยู่กับเรานั้นคือ

</span></span><p>
</p><p>…แว่นตา  ผู้ช่วยคุณตา…ครับผม</p>