สำนักงานการจัดการความรู้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การถอดบทเรียนเพื่อสร้างความรู้แบบมืออาชีพ" ในวันที่ 24 เมษายน 2556 ณ ห้องประชุมมิตรภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร (อาจารย์เอก) เป็นวิทยากร
(ภาพจากซ้าย) อาจารย์จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร, ศ.นพ. สมบูรณ์ เทียนทอง และ รศ.นพ. สุรพล วีระศิริ
รศ.นพ. สุรพล วีระศิริ รองคณบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า นอกจากฝึกฝนบุคลากรในหลายหน่วยงานของคณะแพทย์ฯให้ทราบเทคนิคการถอดบทเรียนจากกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge management: KM) แล้ว ยังแสวงหาเรื่องราวดี ๆ ตามพันธกิจต่าง ๆ นำมาซึ่งการเขียนเรื่องเล่าถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังในลำดับถัดไป
เปิดการอบรมโดย ศ.นพ. สมบูรณ์ เทียนทอง รองคณบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล ซึ่งได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดการความรู้ที่เป็นเครื่องมือที่ดีว่า ทำอย่างไรจึงสามารถสกัดความรู้จากบุคลากรคณะแพทย์ที่เก่ง ๆ เหล่านั้นออกมารวบรวมไว้ได้...
“...ฝากให้ผู้เข้าอบรมทำตัวให้ว่างเหมือนแก้วเปล่าหรือฟองน้ำที่พร้อมจะซับน้ำ... เพื่อเรียนรู้เทคนิคการถอดบทเรียนอย่างมืออาชีพจากวิทยากร...”
อาจารย์จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร เริ่มการบรรยายโดยให้ความสำคัญกับพื้นฐานการจัดการความรู้ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
· มีการผลิตความรู้ใหม่มาก...แต่นำไปใช้น้อย
· ในศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลงในวงการศึกษา ควรเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
· การเพิกเฉยต่อความรู้ในบางเรื่อง ทำให้ความรู้บางอย่างขาดหายไป
· “การจัดการความรู้” เป็นส่วนหนึ่งของงานคุณภาพ และเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทุกอย่างสู่เป้าหมาย
· ความรู้ใหม่ที่เกิดจากคนสองคน ให้ผลลัพธ์ที่มากกว่า 1+1=2 ซึ่งอธิบายได้ว่า เมื่อได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ความรู้ที่ได้คือ 1) ความรู้ของฉัน 2) ความรู้ของเธอ และ 3) ความรู้ของเรา
· การจัดการความรู้ทำให้ได้ 1) พัฒนาตนเอง 2) มิตรภาพ และ 3) พัฒนางาน
ทำอย่างไรให้การจัดการความรู้ อยู่ได้อย่างยั่งยืน...
· ทำให้มันง่าย ทำให้สนุกและมีความสุขที่จะได้เล่าเรื่องราวของตน
· เริ่มต้นจาก “เรารักกัน”
· ไม่ยึดติดรูปแบบของเทคนิคการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
· ใช้วิธี “โสเหล่ แบบ MK สุกี้”
· “การจัดการความรู้ตนเอง” เป็น “การจัดการเรียนรู้ตนเอง”
· เป็นเทคนิคการเปลี่ยน จาก “ความรู้ส่วนบุคคล” เป็น “ความรู้มหาชน”
· คุยกันในเรื่องนั้นๆจนเกิดความรู้ใหม่ และจัดเก็บ
· “การโสเหล่ที่ดี” ทำได้ หากมี “คนถอดบทเรียนที่ดี”
· “การจัดการความรู้” เชื่อใน ความแตกต่าง/ความหลากหลาย, การทดลอง/ทำงานใหม่ และการเปลี่ยนแปลง
วิธีการ
· ทำให้ KM เหมือนน้ำ ปรับรูปอยู่ได้ในบริบทของเรา
· ทำได้จริงในหน้างาน
· ใช้บรรยากาศเชิงบวกและความสุข
· เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน
· เนื้อหาที่นำมาเล่า “เป็นการพูดเรื่องเก่า เล่าความหลัง” นำความสำเร็จในอดีตมาเล่า (…ใช้ดี จึงบอกเพื่อน…)
· หากมีคนเล่า แบบ “น้ำท่วมทุ่ง” ต้องปล่อยเพราะเป็นความสุข... แล้วค่อยตาม “เก็บผักบุ้งโหลงเหลง”
· พร้อมให้และใฝ่รู้ เปิดใจและรับฟังผู้อื่น
· รักการสนทนา พากันทบทวน
เทคนิคการเป็น facilitator (วิทยากรกระบวนการ)
· ประณีตในคำพูดและท่าทาง
· เข้าใจตนเองด้วยการทบทวนตนเอง
· เข้าใจผู้อื่นด้วยการเข้าใจชีวิต ว่าทุกคนคือเพื่อนทุกข์ ทุกคนต้องการความรัก ความปลอดภัย และการยอมรับจากผู้อื่น
· เรียนรู้ในศักยภาพของผู้อื่น เชื่อมั่นว่าคนทุกคนมีความยิ่งใหญ่ในตนเอง
· ช่วยให้สมาชิกกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
· เอื้อให้กลุ่มเกิดการเรียนรู้ คิดเป็นระบบ อิสระทางความคิด มีอิสระในการสื่อสารความรู้
· สะท้อนประสบการณ์สมาชิกกลุ่ม ให้เข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ ร่วมกันวางแผนด้วยเทคนิค วิธีการ กระบวนการต่างๆ
จากแนวคิดว่า อดีตที่ผิดพลาด ไม่ควรเกิดซ้ำ นำมาซึ่งการถอดบทเรียนหรือถ่ายทอดประสบการณ์การปฏิบัติงานนั่นเอง
เทคนิคการเป็น note taker
· เป็นผู้ถอดบทเรียนหรือสกัดความรู้ที่ได้จากการพูดคุยในกลุ่ม
· การสกัดความรู้นั้นเพื่อให้ได้เป็นทุนขององค์กร เพื่อให้ได้ปัญญาที่เกิดจาก (ประสบการณ์) การปฏิบัติ
· คิด ประมวล เขียนอย่างเป็นระบบ
........
ถอดบทเรียน กลุ่มที่ 5 พันธกิจด้านสารสนเทศและนวัตกรรม
ผู้เขียนได้รับมอบหมายบทบาทของ facilitator (วิทยากรกระบวนการ) ในกลุ่มที่ 5สมาชิกในกลุ่มประกอบด้วย พยาบาลชำนาญการพิเศษ พยาบาลปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่วิจัยชำนาญการ นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ นักวิชาการเงินและบัญชี เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป พนักงานธุรการ พนักงานเปล และพนักงานพิมพ์ จะเห็นได้ว่ามีความหลากหลายของลักษณะงานพอควร ทำให้ผู้เขียนต้องใส่ใจทำการบ้านก่อนวันจริงเป็นพิเศษ เพื่อทำให้ “ช่องว่างภายในกลุ่มมีน้อยที่สุด” และ “สมาชิกมีความสุขในกิจกรรมที่ทำ” ในช่วงเวลาการอบรม (ที่สั้นมาก)
โจทย์ของผู้เขียน คือ ทำอย่างไร?
- ให้สมาชิกลด “ตัวตน ตัวกู” ลงไปได้
- สร้างบรรยากาศให้สนุกและมีความสุข
- ให้สมาชิกเกิดความรู้สึกร่วมในการถ่ายทอดประสบการณ์ที่มี
- ให้สมาชิกนิ่งฟังอย่างลึกซึ้งขณะเพื่อนเล่า
- ให้สมาชิกคิดตาม และแตกยอดประสบการณ์ของเพื่อน
- ให้สมาชิกกล้าพูดต่อยอดประสบการณ์ของเพื่อนได้
วิทยากรบรรยายและเกริ่นนำว่า “ให้ทำเป็นวงโสเหล่ ไม่มีกรอบเวลาของผู้เล่า ไม่ยึดติดรูปแบบ” วิธีนี้น้บเป็นกำไรของ facilitator ทุกคน ซึ่งผู้เขียนเองถือว่าเป็นการ "ปลดล็อค” รูปแบบเดิมที่ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ในการยกป้าย “หมดเวลา” ต่อหน้าผู้เล่าที่กำลังเล่าอย่างสนุกสนาน ตอนนั้นผู้เขียนรู้สึกแย่มาก...
จากนั้นวิทยากรให้รูปแบบคำถามสำหรับ facilitator ซึ่งผู้เขียนก็จำไม่ค่อยได้
ช่วงบ่ายแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติตามที่กำหนด กลุ่มของผู้เขียนมี 11 คน ซึ่งจำนวนพอเหมาะกับการทำกิจกรรมในเวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง
ผู้เขียนเริ่มด้วยการให้สมาชิกกลุ่มแนะนำตัวกันเองเพื่อทำความรู้จักกัน แต่ก็ดูเหมือนว่ายังเป็นไปอย่างผิวเผินและเป็นทางการ จึงขอความร่วมมือให้ร่วมกันทำกิจกรรมเล็ก ๆ เป็นเกมที่เล่นง่าย เพื่อทลายกำแพงของตนเองออก และท้ายเกมผู้เขียนให้เวลา 2 นาที เพื่อให้สมาชิกทำความรู้จักและจดจำชื่อเล่นกัน ซึ่งได้ผลเกินคาด ทุกคนจำชื่อเล่นกันได้หมดและมีสีหน้าของความสุข
ประเด็นที่ผู้เขียนนำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกร่วม คือ เราทุกคนเป็นคนคณะแพทยศาสตร์ มข. ปฏิบัติภารกิจภายใต้แผนปฏิบัติการของคณะฯ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
งานด้านสารสนเทศและนวัตกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่แฝงอยู่ในงานประจำของทุกงานอยู่แล้ว เชื่อว่าในขณะที่ทุกคนปฏิบัติงาน ย่อมต้องเคยมีประสบการณ์ความคิด “ปิ๊งแว้บ” ในการค้นหาวิธีการทำงานใหม่ หรือเคยเห็นเพื่อนร่วมงานคิดค้นสิ่งใหม่เพื่อพัฒนางานประจำ.. ให้ลองค่อย ๆ นึกถึงสิ่งดี ๆ เหล่านั้น แล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง
วงสนทนาจึงเริ่มดำเนินการโดยให้สมาชิกแต่ละคนทยอยเล่าอย่างสนุก
(จากซ้ายมือ) คุณวินิตา จีราระรื่นศักดิ์, คุณศศิวิมล พงศ์จรรยากุล และ คุณสัมฤทธิ์ คะมะปะเต
note taker ในกลุ่มผู้เขียน มี 2 ท่าน ได้แก่ คุณศศิวิมล พงศ์จรรยากุล และ คุณวินิตา จีราระรื่นศักดิ์ ทั้งสองท่านมีประสบการณ์งานเลขานุการมาก่อน จึงเป็นข้อได้เปรียบในบทบาท note taker ที่ได้รับ นั่นคือ เมื่อเธอทราบเทคนิคการเป็น note taker จากวิทยากร ก็สามารถดำเนินงานได้ทันที... งานนี้ผู้เขียนจึงเบาแรงไปมาก
คุณศศิวิมล พงศ์จรรยากุล note taker คนที่ 1 จดรายละเอียดเรื่องเล่าในกระดาษ
คุณวินิตา จีราระรื่นศักดิ์ note taker คนที่ 2 จดประเด็นจากเรื่องเล่าลงบน flip chart
(สำหรับประเด็นที่ถอดบทเรียน จะนำเสนอในลำดับถัดไป)

ช่วงท้ายเป็นการถอดบทเรียนประสบการณ์บทบาทที่แต่ละคนได้รับซึ่งผู้เขียนจะนำมาเล่าในภายหลัง
ผู้เขียนเองในฐานะ facilitator พบว่า
· ทุกท่านที่ร่วมวงสนทนามีความสุขที่ได้เล่าประสบการณ์ดี ๆ หลายท่านอยากนำเสนอหลายประเด็น และอยากเล่าเรื่องมากกว่านี้
· ผู้มีส่วนร่วมฟังเพื่อนเล่าสามารถตั้งใจฟังความสำเร็จของผู้อื่นได้นาน ต่อยอดความคิดและนวัตกรรมได้

แต่พบข้อจำกัดดังนี้
· ควรจัดผู้เข้าร่วมวงเป็นวงกลม (จริงๆ) ควรเป็นวงเดียว เพื่อช่วยสร้างความสำคัญและความเท่าเทียมกันในการแลกเปลี่ยน และวงสนทนาไม่ควรเป็นวงใหญ่มากไปเพราะทำให้ไม่ได้ยินเสียงกันและกัน
· การที่ facilitator ลุกขึ้นจัด flip chart หรือขยับเข้าใกล้เพื่อให้ได้ยินการสนทนาทำให้ facilitator เป็นจุดสนใจมากไป เป็นเหตุให้ผู้เล่าหันมาเล่าให้ facilitator ฟังโดยไม่ตั้งใจ

คุณศศิวิมล พงศ์จรรยากุล และ คุณวินิตา จีราระรื่นศักดิ์ note taker เล่าสรุปประสบการณ์ที่ได้รับ โดยเฉพาะความประทับใจกับผลงานของสมาชิกในกลุ่มที่มีนวัตกรรมและเพื่อน ๆ ช่วยนำประสบการณ์ตนเองต่อยอดได้อีก
ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนกล่าวชื่นชอบและชื่นชมที่ได้มีโอกาสเล่าความสำเร็จให้ผู้อื่นฟัง

สุดท้ายพบว่า บุคลากรคณะแพทย์ทุกระดับมีสิ่งดี ๆ ซ่อนไว้ในตนเองและหน่วยงานมากมาย แม้ว่าบุคลากรเหล่านี้ไม่มีโอกาสนำข้อมูล นำความรู้หรือประสบการณ์ออกแสดงในรูปแบบงานวิจัยเช่นผู้อื่น แต่เขาเหล่านี้ก็ “มีดีให้อวด” จริงๆ
นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น... แม้เป็นเพียงก้าวเล็กๆก็ตาม
....
ได้เรียนรู้ไปด้วยค่ะ ขอบคุณที่แบ่งปัน
ข้อมูลในส่วนที่อาจารย์จตุพรบรรยาย ดูเข้าใจง่ายจังค่ะ
และพี่ติ๋วก็สรุปมาเล่าได้เห็นภาพ ไม่ผิดหวังเลย
ขอบคุณมากๆค่ะ
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะพี่ กฤษณา สำเร็จ... เนื้อหาสาระได้ประโยชน์นำไปใช้ต่อได้มากมาย
พี่เขียน แทรกรูป วางจังหวะ แบ่งข้อย่อย อ่านง่าย เข้าใจง่ายมาก ๆ ค่ะ
คุณสมบัติ FA และ Note taker และอีกหลายอย่าง รวมกันมาในคนเดียวเลยนะคะ
น่าสนุกและน่าเรียนรู้มากครับ
ขอบคุณบันทึกดีๆ ค่ะ