วันนี้มาคุยเรื่อง ความตาย กันดีกว่า 

ผมเคยบันทึกเรื่องราว เรื่องตายๆ มาทีแล้ว ( บันทึกสำหรับผู้ที่ไม่กลัวตาย... )  

คราวมาเปิดประเด็นตายๆ อีกดีกว่าครับ

วันก่อนได้มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง.....................เราพูดเรื่องธรรมะ

(แว๊บ!!! ขอนอกเรื่องหน่อยครับ...... แต่ก็เรื่องที่เราใกล้ตายเหมือนกัน .................. 

โปรดสังเกตตนเองนะครับว่า

......เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีเรื่องจะปรึกษา "ผู้หลักผู้ใหญ่" แต่ก็มองหาไม่เจอ หรือเจอน้อยลงทุกที  นั้นก็อาจหมายถึงว่า  อายุท่านตอนนี้ก็เข้า หลัก"ใหญ่" แล้วนะครับ .....หาใครแทบไม่เจอ น้อยคนที่จะ "ใหญ่" กว่า.......  วัยเราก็ใกล้แล้ว มรณะ แล้วนะครับ.....555  ผมพูดถึงตัวผมเองนะครับ อย่าคิดมากคร้าบบบบ  อิอิ!!)   

เข้าเรื่องต่อครับ.....

ผู้ใหญ่ท่านนั้นบอกว่า......

" คนเราเมื่อ ตาย เขาเรียกถึงแก่กรรม  ก็คือหมดกรรม .............เมื่อจิตเกิด จิตก็ดับ......... 

เมื่อจุติจิตดับลง จะเกิดปฏิสนธิจิตทันที สืบเนื่องต่อไป........."

(ผมเริ่มไม่เข้าใจ....วิชาธรรมไปหน่อยสำหรับผม  555  )

ก็เลยมาพึ่ง อากู๋ซํกหน่อยได้ข้อมูลมาว่า (พิจารณาเองนะครับ)

" ...........จุติจิตดับลง จะเกิดปฏิสนธิชีวิตทันที

ความตาย เป็นสัจธรรมประการหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนไม่สามารถหลีกหนีได้

แต่ความตาย ก็ยากที่จะยอมรับกันง่ายๆ

ใครจะพูดว่า “ OK. ฉันดีใจในการตาย ” .........  

.........

ความตายที่ดีในพระพุทธศาสนาเถรวาท จึงมีนิยามว่า

การตายอย่างมีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ ปราศจากความกระวนกระวาย

ความหวาดกลัวและความความรู้สึกทางอกุศลใดๆ

แต่ช่วงนั้นกลับมีแต่จิตที่รู้สึกถึงสิ่งที่ดีงาม ระลึกถึงพระรัตนตรัย

จิตมีความผ่องใส ก็จะชักนำไปสู่ภพภูมิที่ดีขึ้นในชีวิตหน้า..............   "

(อ้างอิงจาก: blog ของ ก้อนหินยิ้ม )

สำหรับผมจิตจะเกิด จะดับ ผมไม่รู้ได้ด้วยปัญญาของผมที่มีตอนนี้...................555

แต่ผมคิดว่า เมื่อผมตาย ร่างกาย กับ จืต ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน  ร่างกายก็สลายกลายเป็นปุ๋ยไป (เซ็งเลย เป็นได้แค่ปุ๋ย 555) จิตของผมนี่ละ จะไปต่อ..........  วิทยายุทธที่ฝึกในชาตินี้ จะเป็นหน่วยความจำที่จิตจะพาไปด้วย เช่นบางคนจะมีพรสวรรค์ด้านการทำอาหาร ก็ไม่รู้ว่าท่านทำอาหารมากี่พัน กี่หมื่นชาติแล้ว......(ฮาๆๆ)  เกิดมาใหม่ก็ iron chef กะทะเหล็กได้ 

ดังนั้นถ้าผมต้องการ..........พ้นทุกข์จากการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไปอีกไม่รู้จะกี่ชาติ  ผมก็ต้องฝึก วิชาธรรม ให้มากๆๆๆๆๆ   จิตผมจะได้ไปลงบันทึกเป็น DNA พรสวรรค์ ด้านการปฏบัติธรรม (อธิบายเชิงวิทยาศาสตร์หน่อยเดี๋ยววัยรุ่นไม่เชื่อ 555)

(พบ. 101 กรุณาอย่ามาล้อเลียน  พรสวรรค์ ด้านการปฏบัติธรรม ฝึกมาเป็น===> เรื่องบันทึก น้ำลายยืด เกาตูด อีกนะครับ......อายเขา ฮาๆๆๆ)  ................................

ดังนั้น สรุปของผมจึงเป็นเช่นนี้แล.............................  ขอให้อ่านบทสวดนี้ด้วนนะครับ  (ถ้าขี้เกียจอ่าน ก็ฟังเอาหน่อย    ดูซิ ผมง้อ ท่านผู้อ่านแค่ไหน    555     ) 

อภิณหปัจจเวกขณปาฐะ (บทสวดนี้ผมว่า ความหมายดีมากครับ สำหรับคนที่ "เตรียมพร้อม"....... .99 บอกว่า ถ้าท่านฟังบทนี้เกินวันละ 3 ครั้ง ท่านจะเข้าใจ ธรรมะขึ้นเยอะเลย 55555  )

กัมมัสสะโกมหิ กัมมะทายาโท กัมมะโยนิ
กัมมะพันธุ
 กัมมะปะฏิสะระโณ (ณา) คำในวงเล็บสำหรับผู้หญิงว่า 

เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของๆตน, มีกรรมเป็นผู้ให้ผล,
มีกรรมเป็นแดนเกิด, มีกรรมเป็นผู้ติดตาม, มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย


ยัง กัมมัง กะริสสามิ, กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา, ตัสสะ ทายาโท (ทา) คำในวงเล็บสำหรับผู้หญิงว่า ภะวิสสามิ

เราทำกรรมอันใดไว้, เป็นบุญหรือเป็นบาป,
เราจะเป็นทายาท, คือว่าเราจะต้องได้รับผลของกรรมนั้นๆ สืบไป


เอวัง อัมเหหิ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง

เราทั้งหลายควรพิจารณาอย่างนี้ทุกวันๆ เถิด

.....

เราจึงมีกรรมเป็นผู้ติดตามไปตลอดนะครับ..............  

ถึงแก่กรรมเฉพาะชาตินี้  แต่กรรมที่เราทำตามเราไปด้วยนะครับ ......

เราทั้งหลายควรพิจารณาอย่างนี้ทุกวันๆ เถิด................................. 


เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังสู้ .ชีวิต. อยู่นะครับ  :):)