วิวาทะเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นการทำให้ราชการเดินเร็วจริงหรือไม่
เคยมี “วิวาทะ” ทางวิชาการด้านคอร์รัปชันศึกษาและทุจริตวิทยาที่ว่า จริงหรือไม่ที่คอร์รัปชันนั้นส่งผลดีต่อการพัฒนามากกว่าผลเสีย โดยเฉพาะเรื่องของการจ่ายสินบน (Graft or Bribery) ซึ่งเปรียบเสมือนการ “หยอดน้ำมันหล่อลื่น” ในระบบราชการที่ล่าช้าให้หมุนได้เร็วขึ้น (Grease the wheels) ขณะที่นักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งมองว่า คอร์รัปชันเป็นเช่น “ทรายติดล้อ” ที่จะยิ่งทำให้ล้อของการพัฒนามันสะดุดหยุดหมุน (Sand the wheels)
วิวาทะที่ว่านี้มีการศึกษาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวว่า การคอร์รัปชันมันช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาจริงหรือไม่ เพราะเงินสินบนสามารถกระตุ้นให้การทำงานที่ล่าช้า (Red Tape) ของกลไกราชการนั้นเดินได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะ “เงินใต้โต๊ะ” นี้เองที่จะเป็นแรงจูงใจในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ และอย่างที่ทราบกันอยู่ว่า กลไกราชการมันยุ่งยาก ซับซ้อน เต็มไปด้วยกฎระเบียบต่างๆ ที่ต้องตีความอยู่เสมอ ดังนั้น การหยอดน้ำมันย่อมช่วยกระตุ้นให้งานเดินได้ดี ตัดสินใจรวดเร็วขึ้น และท้ายที่สุด การพัฒนาก็จะเดินไปได้
ผลการศึกษาพบว่า คอร์รัปชันจะเป็น Grease the wheels หากประเทศนั้นยังขาดกฎระเบียบที่ชัดเจนหรือไม่มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์อธิบายว่า คอร์รัปชันจะเป็นประโยชน์หากประเทศนั้นยังขาดสถาบันที่เข้มแข็ง ซึ่งสถาบันเหล่านี้หมายรวมถึงกฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆ (Ineffective Institution)
อย่างไรก็ดี กลุ่มนักวิชาการสายที่เชื่อว่าคอร์รัปชันเป็น Sand the wheels เริ่มมีวิวาทะมาตั้งแต่ปี 1968 เมื่อนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง Gunnar Myrdal ที่เห็นว่าหากเจ้าหน้าที่รัฐพึงพอใจเรื่องรับสินบน คนกลุ่มนี้ย่อมมีอำนาจต่อรองเรียกรับสินบน นั่นหมายถึง พวกเขาอาจจะยังไม่ต้องรีบตัดสินใจก็ได้ เพราะจะตัดสินใจก็ต่อเมื่อใครให้สินบนมากกว่ากัน ตัวอย่างเช่น การอนุมัติสัมปทาน และเจ้าหน้าที่รัฐก็จะให้สิทธิพิเศษกับคนติดสินบนคนนั้นก็ต่อเมื่อคนคนนั้นยอมจ่ายสินบนให้เขามากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ ความเชื่อที่ว่าสินบนจากการคอร์รัปชันจะเป็นตัวหยอดน้ำมันให้ระบบราชการมันเดิน อาจจะยิ่งทำให้กระบวนการทำงานในระบบราชการนั้นล่าช้าออกไปอีก ดังนั้น แทนที่คอร์รัปชันจะเป็น Grease the wheels กลับกลายเป็น Sand the wheels หรือทรายติดล้อแทน เพราะผู้มีอำนาจรัฐสามารถประวิงเวลาการตัดสินใจโดยดูว่าใครแข่งที่จะจ่ายสินบนให้กับเขาได้มากกว่ากัน
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ในยุคต่อมา โดยเฉพาะสายกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์พัฒนา (Development Economist) ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าคอร์รัปชันเป็น Sand the wheels มากกว่าที่จะเป็น Grease the wheels
ขณะที่งานชิ้นต่อมาของ Mauro ในปี 1998 เขาเองยังยืนยันว่าคอร์รัปชันนั้นส่งผลต่อการบิดเบือนการจัดสรรทรัพยากรส่วนรวม ทำให้การจัดสรรทรัพยากรไม่มีประสิทธิภาพ พูดง่ายๆ คือ แทนที่รัฐจะ “ถลุง” เงินงบประมาณไปในภาคที่เสี่ยงจะเกิดการคอร์รัปชัน รัฐควรนำเงินงบประมาณไปลงทุนในภาคการศึกษาหรือสาธารณสุขซึ่งดูจะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่า
Mauro ชี้ให้เห็นว่า การคอร์รัปชันทำให้การจัดสรรรายจ่ายภาครัฐ (Public Spending) ผิดพลาด โดยเฉพาะโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์กับสังคม และท้ายที่สุด นอกจากเงินจะไหลเข้ากระเป๋านักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว สินค้าหรือบริการที่รัฐได้รับยังจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอีกด้วย
ในทำนองเดียวกัน งานศึกษาของสองเศรษฐศาสตร์จาก World Bank อย่าง Reikka และ Svensson ในปี 2004-2005 พบว่า คอร์รัปชันส่งผลกระทบต่อการสะสมทุนมนุษย์ (Human Capital Accumulation) ทำให้งบประมาณที่ควรจะจัดสรรในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถูกบิดเบือนไปจัดสรรในทรัพยากรอย่างอื่น เช่น เอาไปลงทุนก่อสร้างถนนในที่ที่ไม่มีคนสัญจรไปมา เอางบประมาณไปก่อสร้างอาคารที่ทำการของรัฐที่ประชาชนเข้าถึงได้ลำบาก เอาเงินไปจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ที่ตกรุ่นหรือล้าสมัยไปแล้ว
ผมคงไม่ต้องอธิบายขยายความอะไรต่อไปแล้วว่า คอร์รัปชันนั้นมันเป็น Grease the wheels หรือเป็น Sand the wheels แต่ถ้าหากเรายังเชื่อกันว่า ปล่อยให้รัฐบาล นักการเมือง หรือข้าราชการขี้ฉ้อเหล่านี้คอร์รัปชันกันไปเถอะ แต่ขอให้ทำงานได้แล้วกันนั้น ผู้เขียนคิดว่าประเทศของเราคงจะจำเริญก้าวหน้าได้ยากเพราะคำพูดที่ว่า “โกงได้แต่ขอให้มีผลงาน” คงเป็นเพียงมายาภาพของการเติบโตแบบจอมปลอม แต่กลายเป็น “มิจฉาทิฐิ” ของการพัฒนาประเทศ
หนังสืออ้างอิง
พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว.ความหมายของคอร์รัปชัน.
government.polsci.chula.ac.th/Article/coruption.doc เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน2556
สรวิศ อยู่รอด.ความเรื่อง การคอรัปชั่นในระบบราชการไทย. http://sd-group2.blogspot.com/2012/12/53242643.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง. http://thaipublica.org/2013/02/corruption-studies/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง 1. http://thaipublica.org/2013/02/corruption-studies-1/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง 2. http://thaipublica.org/2013/02/corruption-assessment-in-thailand-2/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง 3. http://thaipublica.org/2013/02/corruption-assessment-in-thailand-3/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง 4. http://thaipublica.org/2013/03/corruption-assessment-in-thailand-4/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556