วิธีการป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวง
วิธีการป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวงก็คือพยายามทำให้ต้นทุนจากโอกาสที่จะถูกจับได้กับต้นทุนจากโอกาสที่จะถูกดำเนินคดี ซึ่งในมุมมองของผู้ที่คอร์รัปชันเห็นว่าต้นทุนดังกล่าวสูงกว่าผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับจากการคอร์รัปชัน โดยขอข้อมูลเหล่าการทุจริตนี้มาจากหน่วยงานต่อต้านการคอร์รัปชันในประเทศ (Anti-Corruption Agencies) หรือ ACAs ดังที่ผมได้กล่าวถึงว่า หน่วยงานหลักๆ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านการคอร์รัปชันในบ้านเรานั้นมีทั้งหมด 6 หน่วยงาน ได้แก่ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงในการชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ รวมไปถึงการร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เหลืออีก 5 แห่ง คือ สตง., ปปง., ปปท., DSI รวมไปถึง บก.ปปป. ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานเหล่านี้มีบทบาทในฐานะ “ผู้ช่วย” ป.ป.ช. ในการค้นหาตรวจสอบและชี้ให้เห็นพฤติการณ์การคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อรู้แล้วว่าจะประเมินสถานการณ์การคอร์รัปชันของบ้านเราจากหน่วยงานต่อต้านการคอร์รัปชัน ผู้เขียนเองจะขอขยายความให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจความหมายของคำว่า “ป้องกัน” และ “ปราบปราม” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านการคอร์รัปชัน
คำว่า “ป้องกัน” หรือ “Prevention” นั้น หมายถึง การหาทางล้อมกรอบหรือป้องกันไม่ให้เกิดการคอร์รัปชัน การป้องกันมีตั้งแต่การออกกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ การกำหนดโทษ การสนับสนุนบทบาทภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบการคอร์รัปชัน เป็นต้น
แม้ว่าการป้องกันจะเป็นการหาหนทางล้อมกรอบการคอร์รัปชัน แต่การป้องกันก็จำเป็นต้องมีการ “ปราบปราม” หรือ “Suppression” ทั้งนี้เพื่อให้ผู้กระทำความผิดฐานทุจริตนั้นได้รับการลงโทษ
แต่ปัญหาการขอข้อมูลการทุจริตนี้มาจากหน่วยงานต่อต้านการคอร์รัปชันในประเทศ (Anti-Corruption Agencies) หรือ ACAs ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือการหาผู้แจ้งเบาะแสนั่นเอง คนร้องแรกฯ หรือคนเป่านกหวีดนี่เองที่จะต้องเป็นคนแจ้ง “เบาะแส” ข้อมูลการคอร์รัปชันให้กับหน่วยงานตรวจสอบทั้งหลายว่า พฤติกรรมการคอร์รัปชันที่เขาพบนั้น ใครเป็นผู้คอร์รัปชัน มีพฤติการณ์คอร์รัปชันอย่างไร และทำให้เกิดความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ผู้แจ้งเบาะแสจะรู้ได้จากการตรวจสอบเอกสาร ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ “ข้อสงสัย” ไปจนถึงการจับ “ข้อพิรุธ” ที่ดูแล้วผิดสังเกต โดยทั่วไปแล้ว หลักการตรวจสอบการคอร์รัปชันนั้นจะตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานที่เรียกว่า Compliant Audit เพราะ Compliant Audit เป็นการตรวจสอบตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนดของทางราชการ ซึ่งหากผู้ที่คิดจะโกงแล้ว จะพยายามหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบเสมอ
ผู้ร้องหรือคนเป่านกหวีดมีต้นทุนในการร้องที่สูงมาก เพราะไม่มีใครอยากเปลืองตัวเข้าไปเสี่ยง และคิดว่าการร้องเรียนเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชันนั้น “ไม่ใช่ธุระกงการ” ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์อธิบายพฤติกรรมการเพิกเฉยของคนในสังคมที่ไม่อินังขังขอบเมื่อเห็นคนคอร์รัปชันว่า เป็นกลุ่มคน “Free Rider” หรือพวกชอบ “ตีตั๋วฟรี”
การต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti-Corruption) มีลักษณะบางประการที่เป็น “สินค้าสาธารณะ” หรือ “Public Goods” ในทางเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้ถูกกีดกันจากการบริโภคสินค้าการต่อต้านคอร์รัปชัน เพราะไม่มีใครสามารถกีดกันได้ แต่หากให้ประชาชนคนธรรมดาเป็นผู้มาผลิตสินค้าการต่อต้านคอร์รัปชันเพียงฝ่ายเดียว สินค้าดังกล่าวก็คงเกิดได้ยาก เพราะต้นทุนในการต่อต้านคอร์รัปชันนั้นสูงมาก
อย่างไรก็ตาม การแจ้งหรือร้องเรียนพฤติกรรมการคอร์รัปชัน (Corruption Complaints) นั้นมีต้นทุนของการร้องเรียน ตั้งแต่ต้นทุนในการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อจะแจ้งให้หน่วยงานป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันได้ทราบ ต้นทุนลำดับถัดมาคือ ต้นทุนในการติดตามเรื่องทั้งๆ ที่อาจไม่ใช่ธุระของผู้ร้องเรียน และต้นทุนที่สำคัญที่สุดของกลุ่มร้องแรกแหกกระเฌอคือ ต้นทุนในการถูกกันไว้เป็นพยาน กรณีที่ผู้ร้องเรียนเกิดไปมีส่วนร่วมกับเรื่องร้องเรียนนั้นด้วย ต้นทุนตัวนี้นับว่าสูงมาก เพราะหากไม่มีการคุ้มครองพยานได้ดีแล้ว โอกาสที่ผู้ร้องเรียนจะได้รับอันตรายนั้นมีสูงมาก
การร้องเรียน (Accuse or Complaints) เจ้าหน้าที่รัฐที่เราเชื่อว่าจะมีพฤติการณ์คอร์รัปชันนั้น ผู้ร้องเรียนต้องเตรียมพร้อมพอสมควร โดยเฉพาะการบรรยายพฤติการณ์การ กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบถึงช่วงเวลาที่กระทำผิด รายละเอียดการกระทำผิด พร้อมทั้งให้ระบุพยานหลักฐานหรือพยานที่จะสนับสนุนเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เหตุผลที่ทาง ป.ป.ช. ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันการร้องเรียนเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง หรือเรื่องกลั่นแกล้งที่ไม่มีมูลมากพอ ซึ่งจะทำให้การใช้ทรัพยากรในการปราบปรามการทุจริตนั้นไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนปราบปรามการทุจริต
การประเมินสถานการณ์การคอร์รัปชันของประเทศไทยในปัจจุบัน หน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันที่กล่าวมาข้างต้นนับว่ามีบทบาทสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันไปพร้อมๆ กัน หน่วยงานที่ช่วย ป.ป.ช. ได้มากที่สุด คือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.โดย สตง. นับเป็นองค์กรราชการที่เก่าแก่องค์กรหนึ่งของประเทศไทย
ลักษณะงานตรวจสอบคอร์รัปชันของ สตง. นั้นเรียกว่า “การตรวจสอบสืบสวน” หรือ “Investigative Audit” ซึ่งการตรวจสอบดังกล่าว หมายถึง การตรวจสอบกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการทุจริตหรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งข้อมูลที่ได้นั้นมาจากลักษณะงานตรวจสอบอื่นหรือจากเรื่องร้องเรียน บัตรสนเท่ห์ และที่เป็นข่าวจากสื่อมวลชน
ดังนั้น หากรัฐต้องการลงทุนเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชัน รัฐจำเป็นต้องใช้งบประมาณแผ่นดินสนับสนุนให้หน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันเหล่านี้ทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในกระบวนการตรวจสอบ ค้นหา และรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ
หากรัฐลงทุนด้วยเม็ดเงินระดับหนึ่ง เราจะหาจุดที่สังคมไทยยอมรับได้หรือไม่ว่า สังคมของเราควรจะมีระดับการคอร์รัปชันที่เหมาะสมและสังคมรับได้ในระดับไหน (Optimum Corruption level)
ในทำนองกลับกัน หากเรายังจัดสรรเงินงบประมาณให้ในแบบที่เป็นอยู่นี้ การจะมา “คาดหวัง” ว่าปัญหาการคอร์รัปชันในเมืองไทยจะบรรเทาเบาบางลงคงเป็นเรื่อง “ชวนขัน” และยากยิ่งกว่า “เข็นครกขึ้นภูเขา” เพราะกระบวนการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันนั้นมีรายละเอียดที่ซับซ้อนทั้งในแง่การปรับใช้ข้อกฎหมายเพื่อลงโทษคนผิด การทับล้ำกันของอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชัน ความล่าช้าในกระบวนการลงโทษผู้กระทำผิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับผู้ปฏิบัติงาน
ท้ายที่สุด ผู้เขียนเองขอตั้งข้อสังเกตไว้ว่า หากรัฐต้องการขจัดคอร์รัปชันให้หมดไปจริงๆ ลำพังต้นทุนในการต่อต้านการคอร์รัปชันเพียงหยิบมือไม่ถึง 0.2 % ของเงินงบประมาณแผ่นดินคงทำอะไรได้ไม่มากนัก และที่สำคัญ คงจับได้แค่ “ปลาซิว ปลาสร้อย” เท่านั้น ขณะที่ปลาใหญ่ๆ ก็ยังรอดแหรอดตาข่ายการปราบปรามการทุจริตได้ทุกครั้ง
หนังสืออ้างอิง
พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว.ความหมายของคอร์รัปชัน.
government.polsci.chula.ac.th/Article/coruption.doc เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน2556
สรวิศ อยู่รอด.ความเรื่อง การคอรัปชั่นในระบบราชการไทย. http://sd-group2.blogspot.com/2012/12/53242643.html เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง. http://thaipublica.org/2013/02/corruption-studies/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง 1. http://thaipublica.org/2013/02/corruption-studies-1/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง 2. http://thaipublica.org/2013/02/corruption-assessment-in-thailand-2/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง 3. http://thaipublica.org/2013/02/corruption-assessment-in-thailand-3/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน2556
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง 4. http://thaipublica.org/2013/03/corruption-assessment-in-thailand-4/ เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556