529. อำนาจของนิสัย (The Power of Habit) ตอนที่ 4

วันนี้เป็นตอนที่ว่าด้วยเรื่องของอำนาจของนิสัย  เป็นตอนที่ 4 ครับ ตอนนี้เป็นตอนที่น่าตื่นเตินตอนหนึ่ง เป็นเรื่องราวของบริษัทแห่งหนึ่งคือ ALCOA  บริษัทนี้เป็นผู้สร้างนวัตกรรมการผลิตอลูมิเนียมเชิงอุตสาหกรรม เมื่อกว่า 100 ปีก่อน เรียกว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ผลิตอลูมิเนียมป้อนอุตสหากรรมจำนวนมาก ตั้งแต่กระดาษฟอยด์ในครัว กระป๋องโค็ก จนถึงตัวถังเครื่องบิน..นานนับสิบปีที่ผู้ถือหุ้น ALCOA  มีความสุขกับผลประกอบการ ได้รับเงินปันผลจำนวนมาก ต่อเนื่องมาหลายปี... แต่ระยะหลัง ก็ต้องปวดใจ เนื่องจาก ALCOA ประสบปัญหาขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากบริษัทพยายามขยายกิจการไปในธุรกิจอื่น ที่ไม่ถนัด ที่สุดก็เริ่มละเลยกิจการหลัก ทำให้คู่แข่งเริ่มแข็งแกร่ง แย่งลูกค้าไปมหาศาล ที่สุดคณะกรรมการบริษัทตัดสินใจต้องเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ เพราะคนเดิมไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้ คือมีแต่แย่ลงเรื่อยๆ ALCOA ได้ CEO คนใหม่ครับคือคุณพอล โอนีล ....คุณพอล มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจ เป็น CEO ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จมาก่อนหรือ ..เปล่าครับ คุณพอลไม่ใช่ ท่านเป็นอดีตข้าราชการครับ ที่มีผลงานโดดเด่นก็จริง แต่ไม่เคยขายแม้กระทั่งแฮมเบอร์เก้อ แค่ดูประวัติก็งง เริ่มประหลาดใจแล้ว... แต่ก็อดทนดูไปก่อน

                   

                          Cr:http://www.alcoa.com/global/en/careers/welcome.asp


วันแรกที่คุณพอลก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง ก็มีการจัดการประชุมผู้ถือหุ้น และนักลงทุน นักข่าว เนื่องจากเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก  มีคนไปเต็มห้องประชุม วันนั้นคุณพอลเข้ามา เริ่มต้นด้วยประโยคว่า “... ทุกคน นั่นคือทางหนีไฟ ถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ให้รักษาสติ เดินตามๆ กันออกไปทางนั้น...”

ประโยคแรกที่พูดออกมานั้น สร้างความตื่นตะลึงให้กับนักลงทุน ที่เริ่มสติแตก เพราะอะไร โดยปรกติ CEO ที่ก้าวขึ้นมาใหม่ เวลาประชุมผู้ถือหุ้น นักลงทุนครั้งแรก มักเริ่มต้นด้วยการพูดเรื่องประวัติชีวิตตัวเอง ในทำนองขำๆ เช่นการทำอะไรตลกๆ หรือเรื่องหัวหกก้นขวิด หน้าแตกสมัยเรียนฮาเวิร์ด (มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของอเมริกา) จากนั้นก็จะตามด้วยการประกาศว่า จะสร้างการเติบโตให้บริษัท แบบก้าวกระโดด แล้วด้วยอะไร ด้วยคำพูดหรูๆ ทางบริหาร เช่น ต้องทำการประสาน บูรณาการ (หรูมากๆ ของฝรั่งที่ไกล้เคียงกับคำนี้คือ Synergy ซินเนอร์ยี่... บางท่านเรียก ประสานพลัง)

พอลทำอะไรตรงข้ามกับธรรมเนียมปฏิบัตินี้ทั้งหมด ... โดยหลังจากชี้แนะเรื่องทางหนีไฟ แล้ว แทนที่จะประกาศแบบ CEO ทั้งหลาย พอลกลับบอกว่า ... “เราจะสร้าง ALCOA ให้เป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยในการทำงานที่สุด....” ไม่มีการพูดถึงตัวเลข ผลกำไร... ไม่มี ไม่มีหลุดจากปากของพอลเลย...

นักลงทุน นายหน้าค้าหลักทรัพย์หลายคนทั้งหมดตะลึง...บางคนถึงกับบอกว่า “... บอร์ด ALCOA ต้องบ้าไปแล้วแน่ ที่ไปเลือกไอ้ฮิบปี้ที่ไหนก็ไม่รู้มาบริหารงานบริษัท..."   มีคนหนึ่งบอกภายหลังว่า “...ผมรีบออกไปจากห้องประชุมทันที ผมโทรหาลูกค้ารายใหญ่ของผมทุกราย ให้รีบเทขายหุ้น ALCOA ทันที...”

...

หนึ่งปีผ่านไป ใครที่ถือหุ้น ALCOA อยู่ คิดถูกครับ ผลกำไรของบริษัทมากกว่าปีที่แล้ว 5 เท่า และตลอดสิบปีที่พอล อยู่ในตำแหน่ง ALCOA กลายเป็นเครื่องจักรที่สร้างกำไร ราคาหุ้นเติบโตกว่า 500 % ....

ทั้งๆ ที่ตลอดเวลา พอลไม่เคยพูดถึงกลยุทธ์อันใหญ่โต หรือเรื่องเงินๆ ทองๆ เลย และทั้งๆ ที่บริษัทมีสหภาพแรงงาน ที่มักหาเรื่องหยุดงาน ทะเลาะกับบริษัท เรียกว่าไม่เผาผีกัน... โดยแทบไม่ต้องไปทำอะไรมาก.. ยุคสมัยของพอลเป็นยุคสมัยที่สหภาพแรงงาน ให้ความร่วมมือกับบริษัทมากที่สุด แทบไม่ต่อต้านอะไรเลย

ช่วงสิบปีที่พอลอยู่ ALCOA กลายเป็นบริษัทที่ขึ้นชื่อว่า เป็นสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยที่สุดบนดาวเคราะห์ดวงนี้...

พอลกลายเป็นคนดังจนกระทั่งมหาวิทยาลัยระดับโลก ทั้งด้านบริหาร และรัฐศาสตร์ ถึงกับเอาพอลไปเป็นกรณีศึกษา เพราะเป็นอะไรที่โลกไม่เคยเห็น...

                     

                   Cr: http://www.post-gazette.com/stories/business/news/habitual-excellence-the-workplace-according-to-paul-oneill-635698/


เมื่อกลับมาถามพอลว่าทำอย่างไร... พอลเล่าว่า... แต่แรกก็ตัดสินใจยาก แต่พอเชื่อว่า ถ้าไปเน้นให้คนเกิดการเปลี่ยนเแปลง รับรองไม่เปลี่ยนหรอก ไปเน้นให้ลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร นี่ไม่มีทาง CEO คนก่อนก็ทำมาก่อน ... 

"พอลเชื่อว่าถ้าคนทั้งโรงงานปรับปรุงนิสัยบางอย่างได้ เรียกว่าแก้นิสัยเสียๆ ได้เรื่องเดียวก็พอ ... ถ้าทำสำเร็จ จะเกิดผลดีๆ ต่อเรื่องอื่นๆ ตามมาเอง"

 ... พอลเลือกจะเล่นเรื่องความปลอดภัยครับ เพราะโรงงานเป็นโรงงานที่อันตรายโดยธรรมชาติ มีอุบติเหตุเป็นประจำ พอลเลยเล่นเรื่องนี้เรื่องเดียว มีการสั่งการให้มีการรายงานทันทีมาที่พอล หากเกิดอุบัติเหตุ โดยที่ผู้จัดการต้องร่วมกันหาสาเตุ แล้วปรับปรุงไม่ให้มันเกิดอีก นี่แหละครับที่พอลเน้น เน้นมากๆ ที่สุดก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะอะไร พอมีอุบัติเหตุ จะเริ่มมีการพยายามแก้ไข ปรับปรุง มีการออกแบบเครื่องจักรใหม่ ระบบผลิตใหม่ ที่จะไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุอีก ซึ่งส่งผลพลอยได้ตามมาคือ ระบบการผลิตไหลลื่นคล่องตัวขึ้น เครื่องจักเสียน้อยลง งานมีคุณภาพสูงขึ้น เรื่อยๆ ต้นทุนลด ลูกค้าก็ชอบอีก คนงานก็ขวัญกำลังใจดีขึ้น สหภาพก็ตื่นเต้น เข้ามามีส่วนร่วม

แต่เดิมผู้บริหารคนเดิมจะสั่งลดต้นทุน ปรับปรุงการผลิต เพิ่มผลกำไร แต่ปรากฏว่ามักได้รับการต่อต้าน พอทำอย่างนี้ กลับเกิดการมีส่วนร่วม พนักงานเต็มใจ หันมาร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหา  ทุกอย่างดีขึ้นแบบพลิกฝ่ามือ ไม่นาน เพียงปีแรก...ก็เห็นการเติบโตของกำไรถึง 5 เท่า

พอลเอาจริงเอาจังมาก ขนาดว่า มีผู้บริหารรายหนึ่ง ที่เก่งมาก พอลต้องไล่ออก เพราะโรงงานเกิดอุบติเหตุ แต่กลับไม่ยอมรายงานพอล.. ได้เรื่อง ไล่ออกเลย

ความเอาจริงเอาจังเรื่องความปลอดภัย กลายเป็น “นิสัย” ของพนักงาน ALCOA ที่แสดงออกมาชัดเจน จน “ล้น” ออกไปนอกบริษัท มีวันหนึ่งผู้บริหารรายหนึ่งขับรถมาทำงาน ระหว่างทางเห็นคนงานขุดถนนแล้วรู้สึกว่า ไม่ค่อยมีการดูแลความปลอดภัย เขาถึงกับหยุดรถ ลงไปบรรยาย หรือความปลอดภัยให้คนเจาะถนนฟัง ...

                               

                                  Cr: http://www.arabdrill.com/?page_id=142

ครับนี่ไงที่สังคมเรากำลังเน้น KPI อย่างบ้าคลั่ง  ได้งานแต่ไม่ได้ใจ ได้เอกสารท่วมฟ้า แต่อะไรมันก็ดูเหมือนไม่ดีขึ้น ต้องทำงานหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวตาย (รุ่นพี่ผมหัวใจวายตายคาโรงงาน) ตอนนี้ในบางอุตสาหกรรม แทบจะถูกต่างชาติซื้อไปหมดแล้วครับ เรื่องนี้อยากเขียนมาเล่าจริงๆ เพราะผมว่าน่าจะตอบโจทย์การบริหาร การจัดการ...ที่เราเห็นแล้วจะประสาทกินในทุกวันนี้ ที่สำคัญลามมาถึงการศึกษาด้วยครับ ที่เน้นเอกสาร วัดจนบ้าคลั่ง นี่ไงครับ ไม่พูดถึงการวัดเลย เน้นความปลอดภัย ก็โตเอาโตเอา ต้นทุนลด ความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น นวัตกรรมชนะคู่แข่ง ความสามัคคีสูงขึ้น กลายเป็นตำนานแห่งโลกบริหารไปครับ

วันนี้พอเพียงเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ


อ้างอิง: The Power of Habit


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (11)

Safety starts with S, begins with YOU.

เป็นการยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายๆ ตัวค่ะ เพิ่มประสิทธิภาพจากสาเหตุจริงๆ ชื่นชมค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะดร.โย อ่านแล้วชอบมาก ให้ทั้งข้อคิดและอะไรๆที่เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่

สวัสดีครับ พี่เก่ง หนังสือเล่มนี้สุดยอดมากๆ อ่านแล้ว เลยอยากเขียนมาเล่าครับ 


สวัสดีครับคุณปริม 

ยังมีอีกหลายตอนครับ จะเขียนมาลงเรื่อยๆ ครับ 

Prakarn W.
IP: xxx.73.137.170
เขียนเมื่อ 

เยี่ยมครับ ขอเเชร์ครับ

ฉันทนา อารมย์ดี
IP: xxx.28.118.121
เขียนเมื่อ 

ชอบ เพราะเมื่อวานเพิ่งคุยกกับนศ เรื่องความปลอดภัย แม้วัตถุประสงค์เพียงแค่ให้เขาตระหนักถึงความปลอดภัยก็ตาม อยากจะเอาไป share แต่หาที่share ไม่เจอ

เขียนเมื่อ 

เป็นเส้นทางลัดที่มีประโยชน์ต่อทุกคน จึงทำให้ทุกคนมีส่วนรวมพัฒนาองค์กร...ขอบคุณครับ

อาจารย์ขอบคุณมากครับ ผมอ่านบันทึกอาจารย์ทีไรผมได้ความรู้ทุกครั้งและเรื่องนี้ก็เป็นความจริง เรื่องการเน้นระบบทรัพยากรมนุษย์  มีประโยคหนึ่งผมคิดเลยครับอาจารย์

"ครับนี่ไงที่สังคมเรากำลังเน้น KPI อย่างบ้าคลั่ง  ได้งานแต่ไม่ได้ใจ ได้เอกสารท่วมฟ้า แต่อะไรมันก็ดูเหมือนไม่ดีขึ้น ต้องทำงานหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ จนตัวตาย (รุ่นพี่ผมหัวใจวายตายคาโรงงาน) ตอนนี้ในบางอุตสาหกรรม แทบจะถูกต่างชาติซื้อไปหมดแล้วครับ"

ขอบคุณนะครับอาจารย์เอามาแบ่งปัยความรู้เรื่อยๆ

ชอบบันทึกนี้มากครับ เป็นบทความที่น่าสนใจในการบูรณาการในการปรับเปลี่ยนอุปนิสัยของผู้ป่วยในคลินิกกิจกรรมบำบัดได้ครับ ขอบคุณมากๆึครับ

นอกจากเป็นกรณีตัวอย่างของ "อำนาจของนิสัย" แล้ว "ไอดิน-กลิ่นไม้" ยังมองว่า เรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาได้สำเร็จโดย "การคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking)" ด้วยนะคะ

เริ่มจากการคิดนอกกรอบของคณะกรรมการบริษัท ALCOA ที่ตัดสินใจเปลี่ยนผู้บริหารจากคนที่มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจ มาเป็นอดีตข้าราชการที่ไม่เคยขายแม้กระทั่งแฮมเบอร์เกอร์ (แต่คงมีตัวอย่างของวิธีคิดใหม่ๆ ที่นำไปสู่ความสำเร็จให้เห็นนะคะ คณะกรรมการบริษัทถึงเลือก) ตามด้วยการคิดนอกกรอบของ CEO คนใหม่

เป็นบันทึกที่ให้แง่คิดที่น่าสนใจมากค่ะ แต่ธรรมชาติ "นิสัยของคนไทยเรา" ไม่ค่อยคิดนอกกรอบ เพราะกลัวการผิดพลาดและ/หรือถูกมองว่า "นอกคอก"  จึงชอบทำตามกรอบที่กำหนดไว้สบายใจกว่า ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการหาวิธีคิด/วิธีการใหม่ๆ มาแก้ปัญหาที่ประสบอยู่นะคะ


เขียนเมื่อ 

ความกลัวขั้นพื้นฐานของมนุษย์คือความปลอดภัย มอบสิ่งมีค่าที่สุดให้กับพนักงาน ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับคืนมา ความคิดของมนุษย์น่าทึ่งนะคะ แค่คิดเป็น คิดถูกที่ถูกทาง ก็สร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนได้ค่ะ  ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับดี ๆ ค่ะ