ให้ชื่อเรื่องอย่างนี้ดูน่าตื่นเต้นขึ้นมาบ้างนะคะ
จากประสบการณ์ที่เป็นครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สอน
นักเรียนระดับชั้นประถมปีที่ 4 ถึงชั้นประถมปีที่ 6 มาหลายปี
ทำให้รู้พฤติกรรมของเด็กวัยนี้ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กพัฒนาการ
เข้าสู่วัยรุ่น นักเรียนหญิงจะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายเร็ว
กว่านักเรียนชาย ครูก็ต้องให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแล
สุขภาพอนามัยของตนเอง และยังต้องคอยสอดส่องเรื่อง
พฤติกรรมที่เริ่มเปลี่ยนจากวัยเด็กเป็นวัยรุ่นตอนต้น ซึ่งก็ไม่
ค่อยมีปัญหามากนัก ที่หนักใจครูมากคือนักเรียนชาย

แม้ว่าทางโรงเรียนจะมีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหลายอย่าง
นักเรียนก็จะเป็นเด็กดีเมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่ร่วมกิจกรรมอยู่
เท่านั้น เมื่อกลับมาเรียนตามปกติก็เป็นอย่างเดิมอีก
พฤติกรรมของนักเรียนชาย ที่แต่ละชั่วโมง แต่ละวันจะเที่ยว
ไปสร้างวีรกรรมให้เป็นที่เดือดร้อนกันอยู่ไม่เว้น นอกจาก
เรื่องการเรียนที่ครูทุกคนก็อบรมตักเตือน ให้นั่งสมาธิ คาด
โทษ สุดท้ายคือทำโทษจนแทบจะหมดหนทางแล้ว
พฤติกรรมเดิมๆก็ไม่เคยเปลี่ยน แถมยังหนักขึ้นกว่าเดิม
เคยหนีโรงเรียนในตอนบ่าย ก็กลายเป็นขาดเรียนไปเฉย ๆ

บางคนมาถึงโรงเรียนตอนเช้ามาชวนเพื่อนในกลุ่มหนีออก
ไปด้วยกันทั้งวัน มีคนโทรมาบอกว่าพบนักเรียนแต่งตัวลูก
เสือเดินอยู่ข้างถนนตรงนั้น ตรงนี้ พอขับรถตามก็ไม่พบ
ฯลฯ แม้ว่าจะเรียกผู้ปกครองมารับทราบว่าถ้าทำอย่างนี้
อีกจะให้ออกจากโรงเรียน ข้อสุดท้ายนี้เด็กไม่กล้าหนี
โรงเรียนแต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะชอบเรียนหนังสือ

ปีที่แล้วครูประจำชั้นป. 6 ได้รายงานให้ผู้บริหารและครู ฝ่ายปกครอง แจ้งให้ผู้ปกครองนักเรียนมารับทราบและ ย้ายบุตรชายไปเรียนที่อื่น ด้วยเหตุผลว่าเด็กดื้อ หนีเรียน และก้าวร้าว....ผู้เขียนมานึกย้อนหลังถึงสาเหตุของ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปว่าเมื่อเด็กอยู่ ป. 5 เด็กก็ดื้อแต่ไม่ มากเหมือนเมื่อมาเรียนป. 6 ...เพราะเมื่อเด็กเริ่มจะดื้อครูจะ ชวนคุยถึงเรื่องการเต้นบีบอยที่เขาได้ไปแสดงบนเวทีกับรุ่น พี่ และตอนไปเข้าค่ายลูกเสือร่วมกับโรงเรียนอื่นๆ ลูกเสือ เตรียมการแสดงรอบกองไฟไม่ทัน เขาอาสาไปแสดงเต้น บีบอยในนามลูกเสือโรงเรียนวัดขี้เหล็ก ครูที่เป็นวิทยากร รอบกองไฟชมเชยว่าเขาฉลาด รู้จักแก้ปัญหา...ฯลฯ เด็กมี ท่าทางภูมิใจและมีทีท่าอ่อนลงยอมทำงานต่อจนเสร็จ



ปีนี้พฤติกรรมของนักเรียนชายเปลี่ยนรูปแบบใหม่
เป็นระบบกลุ่ม หนีเรียนเป็นกลุ่ม จะทำอย่างไรดี การ
ดูแลนักเรียนของครูชั้นป. 5 ถูกนำไปเป็นเรื่องเม้าท์ได้ไม่เว้น
แต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแสดงเป็นนางมารร้ายของ
นักเรียนหญิง และการหนีเรียนของนักเรียนชาย ครู ป. 5
" ครูแกนนำการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ"
จะเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยวิธีไหนกันดี


ผู้เขียนนึกถึงใบหน้าที่บอกถึงความภูมิใจทุกครั้งที่คุย
เรื่องการเต้นบีบอย เอาล่ะลองเอามาใช้กับรุ่นนี้ดู
เวลาว่างจึงคุยกับกลุ่มนักเรียนชายชั้นป. 5 ที่ชอบหนีเรียน
ปรากฎว่าเกิดกลุ่มสนใจเต้นบีบอยขึ้น และทำการฝึกกัน
อย่างต่อเนื่องทุกวัน ยังจำได้ถึงใบหน้าที่ยิ้มวิ่งมาหาครูทันที
ที่จอดรถหลังจากที่ครูไปติวโอเน็ตต่างโรงเรียนมาหลายวัน
ว่า "ครูครับ ผมเต้นท่าใหม่ได้แล้วครับ"



เวลานี้เป็นเวลาที่มีความสุขแต่ละคนได้โชว์ท่าหมุนของตน
บางคนอาสานำเพลงมาเปิดเพื่อเข้ากับท่าเต้น และยังมี
เพื่อนๆช่วยแนะนำท่าใหม่มาฝึกกันทุกวัน
เด็กจะบอกกันเรื่องรับประทานอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง
เมื่อเต้นบีบอยแล้วจะไม่เหนื่อยง่าย


นักเรียนภูมิใจที่ได้แสดงความสามารถเต้นบีบอยบนเวทีใน
วันคริสต์มาส และแสดงรอบกองไฟวันเข้าค่ายลูกเสือ
แม้ว่าการแสดงบนเวทีในงานครบรอบ ๗๕ ปีของโรงเรียน
จะไม่ได้เต้นบีบอย ด้วยเหตุผลที่นักเรียนบอกว่ามี 30 คน เวที
กว้างไม่พอ แต่ก็ได้แสดงกิจกรรมเข้าจังหวะตามเพลงศึก
บางระจัน

รวมระยะเวลาที่นักเรียนชายสนใจฝึกเต้นบีบอย ตั้งแต่ปิด
ภาคเรียนที่ 2 คือเดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมีนาคม ระยะ
เวลาประมาณ 5 เดือน นักเรียนชายชั้นป. 4 ถึงป. 6ทุกคนที่
สนใจการเต้นบีบอย ไม่มีพฤติกรรมหนีเรียนอีกเลย ตรงกัน
ข้ามเด็กจะตั้งใจเรียนในทุกวิชา เพื่อจะมีเวลาไปฝึกเต้น
ทำให้นักเรียนทุกคนผ่านการตัดสินให้ขึ้นไปเรียนใน
ชั้นต่อไปได้ ตามศักยภาพของแต่ละคน
สรุปได้ว่า วิธีปราบเซียนด้วยการเต้นบีบอยทำให้นักเรียน
ชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดขี้เหล็ก สพป.ลำพูน
เขต 1 ไม่มีพฤติกรรมหนีเรียนคิดเป็นร้อยละ 100
สอดคล้องกับทฤษฎีของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ที่บอกว่า
การสร้างคนดี คนเก่งได้ จะต้องทำความเข้าใจเรื่อง
Human Resouce, Human Capital, Human Being
(คนเป็นทรัพยากรของแผ่นดิน, คนทุกคนมีทุน, ,มีคุณค่า,
เข้าใจความเป็นคน คนต้องการอะไร)
ต้องทำความเข้าใจ 3 ความหมายอย่างลึกซึ้ง
และนำมาบูรณาการเข้าด้วยกัน จึงจะได้คนดี คนเก่ง
(เก่งคน, เก่งคิด, เก่งทำงานและเก่งในการดำรงชีวิต)
ขอบคุณค่ะ
..... ดึง ... ความสามารถ & พรสวรรค์ .... ของเด็กๆ ..... ออกมาเป็น "โอกาส" .... ก็ดีเหมือนกันนะคะ
ยินดีด้วยค่ะอาจารย์
มาให้กำลังใจค่ะ...
สวัสดีค่ะ คุณ Dr.Ple
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจค่ะ
คนแต่ละคนมีความสามารถและพรสวรรค์ต่างกันนะคะ คนที่เรียนหนังสือไม่เก่งอาจจะเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หน้าที่ของครูคือต้องช่วยเด็กค้นพบความสามารถของตัวเอง กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กมีอิสระในการแสดงออก ทำให้เขามีความสุขก็จะทำซ้ำๆจนเป็นนิสัย อย่างการเต้นบีบอยที่อยู่ในสายตาของครูได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ครูไม่ต้องคุมแถวเพราะกลัวว่านักเรียนจะแตกแถวไปซื้อขนมโดยไม่กินอาหารกลางวัน เด็กจะรู้ด้วยตัวเองว่าถ้าไม่กินข้าวเขาจะไม่มีแรงเต้นบีบอย หรือเด็กที่ค่อนข้างอ้วนก็จะรู้ตัวว่าเต้นบีบอยไม่ได้
แต่"ความสามารถ" หรือ "พรสวรรค์" ก็ต้องอาศัย "พรแสวง" จึงจะมีโอกาส"แจ้งเกิด"ในสังคมของเด็กเช่นกันค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณTuknarak
ขอบคุณที่แวะมาอ่านและให้กำลังใจบันทึกนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณพี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ
-สวัสดีครับครู..
-สุดยอดเลยครับ..สำหรับการปราบเซียนด้วยการเต้นบีบอย
-อันนี้เป็นการนำเอาความสนใจของเด็ก ๆมาช่วยในการแสดงออกนะครับ..
-ส่วนหนึ่งคงจะเป็นเพราะว่าเด็ก ๆวัยนี้ชอบแสดงออกและต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน
-มีกิจกรรมดี ๆ แบบนี้เด็ก ๆ จึงได้โชว์ออฟเต็มที่เลยครับ
สวัสดีเจ้า น้องเพชรน้ำหนึ่ง
ขอบคุณนักๆเน้อเจ้าตี้มาแอ่วผ่อวิธีปราบเซียน ตี้เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย
เมื่อก่อนละอ่อนชอบเล่นกว่างกัน เวลามาโฮงเฮียนมือมีก้าฮอยตีนกว่างครูเลยมีกิจกรรมฮื้อละอ่อนป้อจายสมมุติ
ว่าตัวเองเ๋ป๋นกว่างเอาหัวจนกั๋น ผ่อมันกั้นกั๋นอึกอักๆ สุดแฮงปออิดปออ่อน....คือวิธีปราบเซียนสมัยตะก่อน หลังจาก
นั้นก็ฮื้อวาดภาพหรือเล่าเรื่องกว่างอะหยังตามตี้ตั๋วชอบ..ก็ว่าไป สมัยนี้มีคนขายกว่างใส่อ้อยแขวนไว้ข้างโฮงเฮียน
ละอ่อนหมู่นี้บ่าสนใจเลย ฮู้จักแต่ถามแล้วบ่เกยเล่น บ่หันคุณค่าของกว่างเลย ...พอเป๋นเพลงกับท่าเต้นนี่จะฮู้หมด
พอมีโอกาสครูบ่ห้ามแถมยังสนับสนุนซ้ำชอบกันขนาด โชว์ออฟเต็มตี้เลยเจ้า
ขอนำไปใช้กับเด็กดื้อไม่อยากเรียน ม. 2 คงจะได้นะคะพี่ครู วันนี้สร้างห้องเรียนเป็นสตูดิโอ มีไมค์ลอย 2 ตัว สงสัย ทั้งครู นักเรียนจะร้องเพลง ประสานเสียงกันแน่ๆ 555 แล้วจะนำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ เยี่ยมมากชอบการเข้าใจเด็กของพี่มากค่ะ
เยี่ยมมากค่ะ เด็กๆคงชอบเพราะสนุกด้วย ได้แสดงออกด้วย ทำให้ได้ออกกำลังกาย ใส่ใจอาหารดีๆด้วย
ดีใจที่ค้นพบความสามารถของนักเรียน
ตอนเด็กๆผมก็ชอบ
ตอนนี้ยังเต้นได้เลยครับ
55555
สวัสดีค่ะ คุณkrutoom
จะนำวิธีนี้ไปใช้กับนักเรียนม.2 ของครูตูมก็ได้นะคะ เด็กๆคงชอบมากที่ครูมะตูมเข้าใจเขา แถมยังจัดห้องเรียนเป็นสตูดิโอ มีไมค์ลอย 2 ตัว ...สุดยอดครูดีเด่น เด็กชอบแน่ๆค่ะ แล้วเรื่องตั้งใจเรียนก็ไม่ยากอีกต่อไป ... ชื่นชมค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณใบบุญ
เด็กๆมีอิสระ ได้แสดงออกในสิ่งที่ตนเองชอบ มีโอกาสนำเสนอต่อสายตาเพื่อนๆ ได้รับคำชมเชย ก็เห็นคุณค่าของตัวเอง รู้จักเลือกกินและทำในสิ่งที่มีประโยชน์และสร้างสรรค์ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต ฝอยทอง
อยากให้ครูทุกคนเข้าใจช่วยเหลือ แก้ปัญหาให็เด็กอย่างถูกวิธีค่ะ ทุกครั้งที่ได้ข่าวว่าครูฝ่ายปกครองทำโทษ หรือให้เด็กออกจากโรงเรียนแล้วทำให้ใจแป้วไปหมด เด็กทุกคนก็ต้องการเป็นคนดี ต้องการเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆและครู การให้เด็กทำกิจกรรมที่เขาชอบจะช่วยให้เขาพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ
ตอนนี้โรงเรียนที่ครูดาหลาสอน มีกิจกรรมที่เด็กและผู้ปกครองสนใจคือ วงดนตรีของโรงเรียนค่ะ เป็นการประชาสัมพันธ์โรงเรียนที่ดีมาก ผู้ปกครองพาลูกหลานมาสมัครเรียนกันเยอะค่ะ
สุดยอดเลยค่ะคุณครู
สวัสดีค่ะ น้องกอหญ้า
ขอบคุณที่เข้ามาดูวิธีปราบเซียนของครูดาหลานะคะ เด็กที่เราบอกว่าดื้อและซน วิธีปราบคือคุยกับเขานอกเวลาเรียน คุยแบบกันเองสนิทสนม แล้วจะรู้จักเขาเิกิดความเข้าใจ เห็นใจ และครูก็หากิจกรรมที่เขาชอบมาให้ทำมีครูคอยสังเกตและเป็นที่ปรึกษา เรื่องดีๆที่สร้างสรรค์ก็จะตามมาเรื่อยๆค่ะ ที่สำคัญก็คือต้องอยู่ในกฎระเบียบ วิันัยของโรงเรียนด้วยนะคะ ครูรุ่นใหม่อย่างน้องกอหญ้าเป็นขวัญใจของเด็กๆอยู่แล้วค่ะ