สมุนไพรในโต๊ะอาหาร "ใบเตย"

"ใบเตย" ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ เพราะใบเตยมีฤทธิ์ลดอัตราการเต้นของหัวใจ จึงช่วยบำรุงหัวใจได้อย่างดี วิธีรับประทานคือ ใช้ใบสดผสมในอาหาร แล้วรับประทาน หรือนำใบสดมาคั้นน้ำรับประทาน ครั้งละ 2-4 ช้อนแกงช่วยดับกระหาย เนื่องจากใบเตยมีกลิ่นหอมเย็น หากนำมาผสมน้ำรับประทาน จะช่วยดับกระหาย คลายร้อน ทานแล้วรู้สึกชื่นใจ และชุ่มคอได้เป็นอย่างดี วิธีรับประทานคือ นำใบเตยสดมาล้างให้สะอาด นำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด แล้วเติมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำดื่ม  รักษาโรคหัด หรือ โรคผิวหนัง โดยนำใบเตยมาตำแล้วมาพอกบนผิว

นอกจากนี้ รากและลำต้น ยังใช้รักษาโรคเบาหวาน เพราะรากและลำต้นของเตยหอมนั้น มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด วิธีรับประทานก็คือ ใช้ราก 1 กำมือนำไปต้มเป็นน้ำดื่ม ทุกเช้า-เย็น อีกทั้งยังใช้เป็นยาขับปัสสาวะ โดยการนำต้นเตยหอม 1 ต้น หรือราก ครึ่งกำมือ ไปต้มกับน้ำดื่ม

จาก  ใบเตย...มีดีที่ไม่ใช่แค่กลิ่นหอม


  
<p></p><p>ใบเตยหอม ข้างโรงอาหารของโรงเรียน เหลือต้นเล็กนิดเดียว เนื่องจากมันโตไม่ทันกับการใช้เป็นสื่อ เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน โดยเฉพาะตอนที่นักเรียนทำกิจกรรม พับใบเตยเป็นดอกกุหลาบ  ครั้งนี้ทำสังขยาใบเตย จึงต้องขอจิตอาสาให้นักเรียนที่มีใบเตยอยู่ที่บ้าน นำมาให้</p><p></p><hr>
<p></p><p>
</p><p>กลิ่นหอม และสีเขียวเย็นตาของใบเตย  ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะนำใบเตยมาผสมในการทำอาหารเสมอ ๆ บางครั้งก็นำมาต้มคั้นเอาน้ำใส่ตุ้เย็นไว้ดื่มหอมดี  ทำวุ้น  หรือแม้แต่ทำบัวลอย แต่สังขยาสำหรับจิ้มขนมปัง ยังไม่เคยทำ อีกอย่างเวลาซื้อสังขยาใบเตยตามร้านขนมปัง  ก็ไม่ค่อยมีกลิ่นหอมของใบเตยสักเท่าไหร่   พยายามหัดทำตามบันทึกของน้องหนูรี ที่บันทึกไว้  ก็ทำไม่ได้  คนไปได้พักหนึ่งก็เป็นก้อน  จึงจำเป็นต้องเชิญวิทยากรภายนอกที่คุ้นเคยสนิทสนมกัน มาเป็นตัวช่วย  ทำให้เด็กรู้สึกตื่นเต้น  และตั้งใจฟัง  ตั้งใจปฏิบัติกิจกรรม  เสมือนว่า  ได้เรียนกับครูคนใหม่</p><p></p><hr><p></p><p>
</p><p>วิทยากรกับผู้เขียน สวมเสื้อสีฟ้าเหมือนกันโดยมิได้นัดหมาย  บางครั้งเด็ก ๆ เขาก็ตั้งคำถามด้วยความสนใจ เกิดการเรียนรู้มักมาย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “ทำไมต้องใช้หม้อสองชั้น และต้องกวนในน้ำร้อน”  วิทยากรก็อธิบายว่า  ที่ต้องใช้วิธีนี้เพื่อ ไม่ให้สังขยาติดก้นหม้อเวลากวน และจะช่วยไม่ให้แป้งและไข่เป็นเม็ดๆ ดูไม่น่าทาน</p><p></p><hr><p></p><p>
</p><p>
</p><p>เด็ก ๆ ในแต่ละกลุ่ม  ช่วยกันสรุปความรู้  จดลงในใบงานที่ครูเตรียมให้ โดยสอบถามวิทยากรอีกครั้งตามที่ตนเองสงสัย ในที่สุด ก็ได้ข้อสรุป ถึงวิธีการทำสังขยาใบเตย ดังนี้</p><p>เครื่องปรุง  </p><p>ใบเตย หาซื้อตามตลาดก็ได้ ซักกำ-2 กำ     กะทิ 1/2 กก      ไข่ไก่ 3 ฟอง       แป้งสาลี 2 ถ้วย     นมข้นหวาน 2 กระป๋อง   .นมจืด 1 กระป๋อง

วิธีทำ
1.ล้างใบเตยให้สะอาด หั่นหยาบ แล้วบด จากนั้นนำมาคั้นกับกะทิ 
2.ตอกไข่ลงไป ตามด้วยแป้งสาลี(จะร่อนแป้งซักหน่อยก็ได้) นมข้น แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางซัก 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ไข่เป็นเม็ดๆเวลากวน
3.ใช้กาละมังอีกใบรองน้ำ ตั้งไฟแรง พอเดือดลดไฟกลาง นำหม้อที่มีกะทิอยู่ตั้งลงในกาละมังน้ำร้อนอีกใบเพื่อกวน 
4.หมั่นกวนเรื่อยๆ ไม่งั้นจะเป็นเม็ดๆนะจ๊ะ แม่กบใช้เวลากวนประมาณชั่วโมงนึง โดยสังเกตจากตัวสังขยาว่า เริ่มข้นแล้วหรือยัง 
ช่วงที่กวน ให้ลองชิมรสชาตดูว่าอ่อนหวานไปมั๊ย ให้เพิ่มความหวานตามชอบ แล้วอย่าลืมใส่นมจืดลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความหวานมันของสังขยา 

</p><p></p><hr><p></p><p>
</p><p>และแล้ว  ก็ได้เวลาแห่งความสุข  เด็ก ทยอยกันมารับขนมปังสังขยาใบเตย จนขนมปังหมดไปหลายแถว  นอกจากนี้สังขยา ยังมีเหลือพอที่จะแบ่งใส่ถ้วยที่มีฝาปิดที่นักเรียนบางคนเตรียมมาได้อีกหลายถ้วย  และก็มีพอสำหรับตักใส่ถุงแจกคุณครูจนครบทุก ๆ ท่าน  มีความสุขกันถ้วนหน้าทั้งโรงเรียน ไม่เว้นแม้แต่นักการฯ สำหรับฉันคิดว่ มันเป็นสังขยาใบเตยที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยหละ</p><p></p><hr><p></p><p>      ขอบคุณแรงบันดาลใจในกาจัดกิจกรรมและการเขียน</p><p>       บันทึกนี้จาก น้องหนูรีค่ะ สังขยาใบเตย…จิ้มขนมปัง</p><p></p>