กลับบ้านต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เรื่องหนึ่งในวงเสวนา คือ การคอรัปชั่น ด้วยเหตุการณ์ที่เล่าสู่กันฟังของญาติพี่น้อง น่าสนใจยิ่ง
เรื่องแรก คือ การใช้งบประมาณของ อบต. กว่าสองล้านสี่แสนบาท เพื่อให้สมาชิกในหมู่บ้าน 'ไปเที่ยว" ต่างจังหวัดกัน เพราะใกล้หมดวาระของนายกคนปัจจุบัน
สอง คือเรื่องการโอนย้ายครู ซึ่งยื่นมาแล้วสามครั้ง ครั้งแรกเป็นไปตามขั้นตอนปกติ ครั้งที่สองจ่ายเงินค่า "อาหาร" ไปหมื่นห้า ผลปรากฎได้รับแจ้งว่า "คนที่เส้นใหญ่กว่า" ได้รับการย้าย ส่วนครั้งที่สามกำลังดำเนินการ โดยได้ข้อมูลมาว่าถ้า "เส้นไม่ใหญ่พอก็จ่ายประมาณแสนห้าขึ้นไป"
ต่อสองกรณีนี้ ในวงเสวนาแบบพี่ๆ น้องๆ ต่างสรุปกันว่า "ตอนนี้เราคงหลีกเลี่ยงและแก้ปัญหาคอรัปชั่นไม่ได้หรอก เพราะถ้าอย่างงั้นเราก็ไม่ได้ดี" ทั้งที่รู้ว่าในกรณีนายก อบต.นั้น คนที่ถูกเลือก ไม่ได้เก่งหรือมีความรู้เท่าที่ควร เพียงแต่มี "เงิน" เท่านั้น
ทัศนะแบบนี้อันตรายยิ่ง เพราะนอกจากจะไม่ได้แก้ไขปัญหาแล้ว มันยังสร้างปัญหาสะสมอย่างไม่มีทางแก้
เช่นจากทั้งสองกรณีในวงเสวนา เราจะได้นายก อบต. ที่คอรัปชั่นต่อไป การพัฒนาที่แท้จริงในหมู่บ้านชุมชนคงเกิดขึ้นได้ยาก หรือกรณีโอนย้ายครู แล้วไงต่อ? ในอนาคตคนเหล่านั้นเป็นครูผู้สอนหนังสือ เป็นผู้บริหารสถานศึกษา จะทำให้อนาคตของชาติดีได้หรือไม่ อย่างไร บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรในอนาคต?
การยอมรับคอรัปชั่น จึงเสมือนหนึ่งการทำลายสังคมทั้งระบบ แล้วคนที่ยอมรับก็ไม่ต้องคาดหวังว่าสังคมจะดีขึ้นได้เลย