ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้ 
                                                              อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี 
                                                         ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที 
                                                       ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น 
                                                   ครูมีบุญคุณจึงขอเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้า 
                                                           ท่านสั่งสอนเราอบรมให้เราไม่เว้น 
                                                           ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเย็น 
                                                  สอนจนรู้จัดเจนเฝ้าเน้นเฝ้าแนะมิได้อำพราง 
                                                           พระคุณที่สามงดงามแจ่มใส 
                                            แต่ว่าใครหนอใครเปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง 
                                               พลาดจากความจริงยิ่งคิดยิ่งเห็นว่าผิดทาง 
                                                      มีใครไหนบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู 
                                                        บุญเคยทำมาแต่ปางใดๆเรายกให้ท่าน 
                                                   ตั้งใจกราบกรานระลึกคุณท่านกตัญญู 
                                                            โรคและภัยอย่าได้แผ้วพานคุณครู 
                                                 ขอกุศลผลบุญค้ำชูให้ครูเป็นสุขชั่วนิรันดร 
                                                                (ให้ครูเป็นสุขชั่วนิรันดร) 

                                                                                                                              เนื้อเพลงพระคุณที่ 3 


                                                       

วันนี้ 19 เมษายน 2556 จะมีงานสัมนาวิชาการและแสดงมุฑิตาจิตต่อ รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม ...ในฐานะนักเรียนนผมยังรำลึกถึงอาจารย์ ผู้ชายตัวเล็กที่สอนเรื่องการเมืองการปกครองเบื้องต้น และการพัฒนาชุมชนกับท้องถิ่น จนไม่มีใครนึกว่านี่หรืออาจารย์โกวิทย์  ตอนแรกก็นึกว่าจะตัวโตและดุ แต่นั้นเองครับอาจารย์ก็ยังสอนเราอย่าปรารถดีเสมอมา จนปัจจุบันก็ 60 ปี พอดิบพอดี จากอาจารย์ธรรมศาสตร์สอนหนังสือทุกวัน อาจารย์ก็จะได้มานิ่งเขียนหนังสือเล่มโตๆให้เราอ่านอีกครั้ง  ผมจึงเอาของอาจารย์รุ่นพี่ที่ผมเคารพ คนหนึ่ง อ.หมู (วีรบูรณ์ วิศาสกุล) คณะสงคมสงเคราะห์   ธรรมศาสตร์  ภาควิชาพัฒนาชุมชน ที่ต้องบอกว่าอาจารย์หมูเป็นคนที่ภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่า "ติส" หรือในความหมายของผมแกก็นอกกรอบพอสมควรเลยแหละครับ และเป็นพี่ที่ยังกวนๆดีสำหรับผมอีก อาจารย์หมูเขียนเล่าเรื่องอาจารย์โกวิทย์ว่า 


                                           อาจารย์หมูคนซ้ายหมู  และอาจารย์โกวิทย์ขวามือ 

                                    2 ขุนพล พัฒนาชุมชน สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 


 "งงๆ กับชีวิตขั้วตรงข้าม – โกวิทย์ พวงงาม" 

          ก่อนเข้ามาอยู่ในภาควิชาการพัฒนาชุมชน ชื่อของ “โกวิทย์ พวงงาม” สำหรับผมแล้ว เขาเป็น 1 ในผู้รู้ลึกรู้จริงไม่กี่คนในเมืองไทย ในเรื่องท้องถิ่น อบต. และชุมชน และเมื่อผมเข้ามาทำงานเมื่อปี 2550 ผมก็ยิ่งได้มีโอกาสสัมผัสกับตัวตนของอาจารย์โกวิทย์ มากยิ่งขึ้น 

          พูดก็พูดเถอะ การใช้ชีวิตของอาจารย์ ในสายตาคน (เลย) หนุ่มมานิดหน่อยอย่างผมแล้ว สารภาพตรงๆ ผมงงๆ กับชีวิตขั้วตรงข้ามของอาจารย์อยู่บ่อยๆ ซึ่งผมขอแฉ (ด้วยความเคารพ) ไปที่ละเรื่อง

  1. การเขียนหนังสือวิชาการ : หนา ใหญ่ หนัก...น่าจะเป็นบทสรุปหนังสือของ อ.โกวิทย์ ได้นะครับ แต่ที่ผมไม่รู้ก็คือ อาจารย์แกเอาเวลาที่ไหนมาเขียนหนังสือได้เล่ม หนา ใหญ่ หนัก ขนาดนั้น ที่สำคัญ คือ ผมแทบไม่เคยเห็นอาจารย์โกวิทย์ สัมผัสคอมพิวเตอร์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว (เคยเห็นอยู่ครั้งเดียวตอนอาจารย์เปิด email) ที่แน่ๆ ผมคิดว่า อาจารย์โกวิทย์ ไม่มี notebook ไม่มี iPad ที่จะใช้เอื้อประโยชน์สำหรับการทำงานวิชาการแม้แต่น้อย...แต่ ผลงานวิชาการของอาจารย์ก็ทยอยออกมาได้เรื่อยๆๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมจะต้องค้นหาต่อไปว่าอาจารย์ทำเช่นไร 
  2. การสอนหนังสือ : นศ.ทั้งสังคมสงเคราะห์และรัฐศาสตร์ที่ผมสอนหนังสือ เคยประเมินผมในเรื่องการสอนว่ายังห่างชั้นจากอาจารย์โกวิทย์อยู่มาก เขาจัดให้ โกวิทย์ พวงงาม เป็น 1 ใน 2 พหูสูตร ที่ถามอะไรได้ทุกเรื่อง เพราะสามารถให้คำตอบได้หมด และเขายังสำทับกับผมอีกว่า ผมยังต้องฝึกผูกร้อยเรื่องราวในการสอนให้ได้แบบ อ.โกวิทย์ ที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวได้เนียนๆๆๆๆๆ มาก ทั้งที่ โกวิทย์ พวงงามที่ผมรู้จักนั้นชอบฟันธง ตรงประเด็น ไม่ยืดเยื้อ พูดง่ายๆ คือ อาจารย์เป็นนักจัดการ นั่นยิ่งทำให้ ผมสนใจมากยิ่งขึ้นว่าอาจารย์มีวิธีการสอนและสะสมความรู้อย่างไร จึงถูกจัดตำแหน่งโดย นศ. ให้เป็น พหูสูตรและเป็นนักอธิบายที่หาตัวจับยาก
  3. การใช้จ่ายเงิน : ผมเพิ่งรู้เมื่อปีที่แล้วนี้เองครับ ว่า อ.โกวิทย์ ไม่ใช้บัตรเครดิต (มีใครไม่มีบัตรเครดิตติดกระเป๋ายกมือเลยครับ) ทั้งที่ผมคิดว่า มันช่วยในเรื่องการใช้จ่ายเงินอย่างมาก และเร็วๆ นี้ ก็เพิ่งรู้อีกว่า อ.โกวิทย์ ไม่ใช้ ATM หรือบัตรเงินสดใดๆ (มีใครไม่มี ATM หรือ บัตรกดเงินสดติดกระเป๋ายกมือเลยครับ) อาจารย์โกวิทย์ ใช้เงินสดๆ และสมุดแบงค์เท่านั้น จะใช้เงินแต่ละที ก็ต้องเดินไปเบิกกันที่ธนาคาร หลักแสน หลักล้าน ก็ขนกลับมา ผิดกับผม ผมทำการเงินผ่านระบบ online เกือบทั้งหมด พกเงินสดน้อยมาก...แต่ถ้าเทียบเงินที่เหลือเก็บเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตแล้ว...สไตล์การใช้เงินแบบคนไม่มีบัตรเครดิต ไม่มี ATM กลับมีฐานะ มีความมั่นคง มากกว่าผม หลายเท่านัก นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมควรจะต้องเรียนรู้จากอาจารย์ให้มากขึ้น 
  4. มี Facebook กับเขาด้วย : อย่างที่บอกในข้างต้นแล้วว่า ผมไม่เคยเห็นอาจารย์ใช้ notebook หรือ tablet ใดๆ อีกทั้งเมื่อแลไปดูมือถือของอาจารย์ ก็เป็นของตรงค้างมาจากยุคปี 2000 ผมเข้าใจว่าเป็นระบบซิมเบี้ยม ที่ใช้ Facebook ไม่ได้แน่นอน แต่ก็น่าแปลกสำหรับการจัดงานในวันนี้ อาจารย์เลือกที่จะประกาศเชิญชวนบรรดาลูกศิษย์ลูกหา และเพื่อนๆ ผ่านหน้า Facebook ที่สำคัญ ยังมีการส่งข้อความไปยังหน้า wall คนต่างๆ ให้แจ้งชื่อและรายละเอียดอีกต่างหาก เมื่อไม่มีอุปกรณ์ที่จะเอื้อให้ใช้ และไม่สันทัดที่จะพิมพ์ หรือจิ้มๆ เหตุใด อ.โกวิทย์ ยังใช้ Facebook อยู่อย่างมีประสิทธิภาพ ผิดกับผม มีทั้ง notebook มีทั้ง iPhone ซึ่ง on Facebook 24 ชั่วโมง กลับตกเป็นทาส Facebook และไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันมากเท่าอาจารย์ 
  5. คนอายุ 60 ปีอย่างโกวิทย์ พวงงาม....ดูอย่างไร ก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะยังดูหนุ่มเหลือเกิน เท่าที่ผมเห็น อาจารย์โกวิทย์เป็นคนขยันกินผัก ไม่ออมการออกกำลัง ไม่ออมเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ผมว่าคนรุ่นหลัง หากทำได้อย่างนี้ ก็คงหนุ่มได้ตลอดไปเช่นเดียวกับอาจารย์โกวิทย์ 

          และสำหรับ คนอย่าง โกวิทย์ พวงงาม ซึ่งเดินผ่านหลักกิโลของชีวิตมาไกลขนาดนี้ คงชัดในตัวตนอยู่แล้วว่าจะจัดการกับชีวิตและเวลาที่มีอยู่อย่างไร และไม่ว่าอาจารย์จะเลือกเดินในเส้นทางใด ผมก็เชื่อว่ามันจะเป็นเส้นทางที่จะยังประโยชน์ให้แก่คนส่วนใหญ่และคนด้อยโอกาสเสมอ..และนี่เป็นเรื่องเดียวที่ผมไม่เคยงงกับชีวิตของโกวิทย์ พวงงาม เลย  นี่เป็นมุฐิตาจิตที่วีรบูรณ์ (หมู) เขียนให้ผู้ที่เป็นทั้งอาจารย์ เพื่อน พี่ นี่คือคำบอกเล่า อาจารย์หมู 


          สำหรับผมที่เรียนกับอาจารย์ (ครู) มาจำได้ว่าผมขออาจารย์วิเคราะห์เรื่องบางกอกเมืองแฟชั่น ที่เป็นนโยบายโบราณ ก็ประมาณเกือบจะ 10 ปีแล้วละครับ เหตุผลผมคือผมจะต้องเอาการวิเคราะห์แบบนี้ไปประกอบรายงาน การวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองเบื้องต้น  อาจารย์ก็วิเคระห์ให้ผมฟังเป็นอย่างดี ว่าเมื่อเกิดมันดีอย่างไร ไม่เกิดเป็นอย่างไร และรายได้ที่เกิดจะจริงแค่ไหน ตลาดเป็นอย่างไร  เดาเอาว่าประมาณ 30 นาทีนั้น ที่ผมคุยกับอาจารย์ผมเอาเทปไปอัด และเขียนสรุป  สรุปรายงานที่เสนออาจารย์อีกคนของผมเสร็จเลยครับ อาจารย์แซวว่า "แล้ววิเคราะห์เข้าใจไหม"  ผมบอกอาจารย์ว่า เข้าใจไปเลยครับ และที่เข้าใจมากว่านั้น เพราะว่ารายงานผมเสร็จแล้วครับอาจารย์ ผมยังหัวเราะร่าอยู่กับเพื่อนอีกคน  

          ผมต้องบอกว่าผมขอบคุณอาจารย์มากนะครับ หลายอย่างในการทำงาน หลายอย่างที่บังคับให้อ่าน ข้อสอบที่ยากๆ ไม่ได้ครูก็คงไม่ได้มาบ่นแบบนี้เคารพครูเสมอ แม่ว่าอยู่ไหนครูก็ยังเป็นครู  (จากนักเรียน ปี 1 ภาคการศึกษา ที่ 2 ปรัชญาการพัฒนาชุมชนเบื้องต้น ปี 2544 ) 


                    





















                    

เพลงนี้ผมให้ครูครับ ผมเองไม่ได้ไปงานนี้แต่ผมยังเป็นลูกศิษย์ครูเสมอ................................