ช่วงสงกรานต์ฉันไปขึ้นเวรที่ ER เหมือนเช่นทุกปี เพราะเป็นช่วงที่เราต้องจัดกำลังเสริมให้พร้อมรับอุบัติเหตุกลุ่มชนที่หลั่งไหลกลับบ้านและมาเล่นน้ำสงกรานต์กันตามประเพณี หลังรับเวรต่อจากเวรดึกน้องติ๋วส่งต่อ case ชายชาวต่างชาติคนนึงถูก Refer มาจาก รพช.ยังไม่ได้ประวัติที่แน่ชัดว่าเกิดจากประสบอุบัติเหตุอะไร ชาวบ้านบอกว่าเห็นเขานอนร้องครางอยู่ที่พื้นจึงพาไปส่งรพช.หลัง x-ray พบ Fx. Ankle จึงส่งต่อมารพ.พิจิตร แพทย์เวร ER ก็แนะนำให้ นอนรพ.แต่เขาไม่อยากนอน แนะนำให้ใส่เฝือกเขาก็ทำท่าคิดแบบว่าคิดแต่ไม่ต้ดสินใจอะไรเลย นับว่าโชดดีที่น้องติ๋วเธอพูดภาษาอังกฤษได้ดีพอตัว แต่ก็ต้องอธิบายกันยาวเช่นผลการวินิจฉัยโรค แผนการรักษา เพราะอะไรต้องนอนรพ. ถ้าไม่นอนรพ. เราจะรักษาเขาอย่างไร สุดท้ายหมอก็บอกถ้าไม่ยอมนอนจริงๆก็ใส่เฝือกแล้วกลับบ้าน เขาก็บอกแล้วจะคิดค่าใช้จ่ายเขาเท่าไหร่ถ้าเขาต้องใส่เฝือก เขาไม่มีเงินแต่จะใช้ประกันอุบัติเหตุซึ่งรพ.เราก็ยังไม่มีบริการจ่ายค่ารักษาแบบรพ.เอกชนที่ทันสมัย แล้วเอาไงงานนี้ก็ต้องให้การรักษากันไปเอาเถอะเพื่อเพื่อนมนุษย์ เราใช้คนสื่อสารหลายคนกว่าจะพอเข้าใจทั้งหมอและเพื่อนหมอที่มาช่วยพูดรวมทั้งพยาบาลด้วยก็ 5คนคงได้ที่เวียนกันมาเจรจา คงเพราะเราไม่คุ้นชินสำเนียงฝรั่งเเล้วเขาก็พูดเร็วปรื้อ (ไม่ยอม Slowly ให้เราเลยนี่สิ ) สรุปเขายอมใส่เฝือกแล้วเราก็สอนเดินไม้ค้ำยันเพื่อจะได้เดินไปไหนมาไหนด้วยต้วเองได้
น้องติ๋วซักถามความเป็นมาตั้งแต่ 06.00 น.-09.30 น.รู้เพียงว่ามาจากประเทศอะไร ทำงานอะไรเขาบอกว่าเขามาเที่ยวบ้านแฟนที่พิจิตรเมื่อไม่กี่วันนี่เอง แต่ไม่รู้ว่าบ้านแฟนอยู่ตรงไหนจำไม่ได้ แล้วก็บอกไม่ได้ว่าทำไมมาเกิดอุบัติเหตุจนข้อเท้าหัก พอถามว่าเขากำลังจะไปไหน จะไปทำอะไรที่ไหนเขาก็ถอนหายใจและส่ายหน้าพลางเอามือปิดหน้าจะร้องไห้ (อ้าวเอาไงกันดี) เขาพูดถึงกระเป๋าเสื้อผ้า กระเป๋าตังค์ เราก็สงสัยว่า หรือจะถูกขโมยไปประมาณว่าถูกชิงทรัพย์หรือเปล่าเขาบอกเขาจำอะไรไม่ได้(ซะงั้น)ฉันก็เลยถามว่า " can I help you " เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้า ดูจากสภาพเสื้อผ้าเปียกมอมแมม เปื้อนดิน อ้อ มีกระเป๋าเป้และของอีกหลายชิ้นในนั้นก็เปียก พี่เริงคนงานเลยช่วยเอาไปซักตากให้ใส่ชุดคนไข้รพ.ไปก่อน แล้วกลับไปเอาเสื้อกับกางเกงของแกมาให้ชุดนึง ฉันถามว่าเขาอยากกลับประเทศเขาไหมเขาก็ไม่ตอบเราก็ว่าจะติดต่อตำรวจท่องเที่ยวก็ยังติดต่อไม่ได้ ลองติดต่อไปที่รพ.เอกชนที่กทม.ที่เขาแจ้งว่าทำประกันไว้ให้ตรวจสอบว่าเขามาจากที่ประเทศนั้นจริงไหมเผื่อจะได้ติดต่อญาติเพื่อสอบถามว่าเขามาเที่ยวหรือมาหาใครแต่ปรากฏว่าต้องรอตรวจสอบและต้องใช้เวลาเพราะว่าตรงกับเวลาเลิกงานของประเทศนั้นอีก เอาเป็นว่านอนอยู่ที่นี่ก่อนละกันนะ Mr.Jack แล้วค่อยหารถส่งกลับทีหลังเพราะ Jack เองก็ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปไหน
ก่อนน้องติ๋วจะลงเวรก็ให้พี่เริงซื้อก๋วยเตี๋ยวผัดไทยมาให้เพราะ Jack บอกอยากกินผัดไทยเอาแบบไม่เผ็ด ส่วนข้าวผัดจากเซเว่นของฉันก็เก็บไว้มื้อต่อไปละกัน รอให้เสร็จจากคนไข้แล้วค่อยมาคุยกันใหม่เพราะน้องคนไหนก็บอกพี่เต่าไปเถอะหนูพูดไม่เป็น ฉันก็บอกว่า อ้าวเฮ้ย! พี่ก็แค่ ฟุต ฟิต ฟอ ไฟว์ไม่ช่วยกันเลยไง (วะ) เพิ่งรู้ว่า speak English มันลำบากยากเย็นจริงๆ ทั้งเมื่อยมือเมื่อยเอวไปหมด ไอ้พูดก็พอ snake fishๆ แต่มาถึงทักษะการฟังนี่สิ มึนตึ๊บ! ( แอบมานั่งเม้าท์กันว่าเขาคงจะมาเที่ยวแบบซำเหมาโบกรถไปเรื่อยๆคงจะไปเชียงใหม่มั้งหรือว่ามาตามหาแฟนแล้วแฟนมีแฟนใหม่เลยอกหักไปดื่มเหล้าพอเมาแล้วถูกชิงทรัพย์ ) เพราะบางทีเขาก็ทำท่าทางหงุดหงิด ฮึดฮัด ใส่ฉันๆก็นึกในใจว่า Jack you จะหงุดหงิดทำไมก็ ภาษาอังกฤษ ไอ ไม่แข็งแรงแม้หน้าตาไอจะดูฉลาดก็เถอะ(ว่าแต่แฟน youไม่ออกตามหาหรือมั่งหรือไงนะ )เอาเป็นว่าถ้าว่างค่อยมาหาคำตอบใหม่ละกันเรา
ช่วงบ่ายแก่ๆมีคนโทรศัพท์เข้ามาถามหา Jack เราก็บอกว่าเขาอยู่ที่นี่ปรากฏว่า ยกโขยงมากันเลยคุณป้าคนนึงพูดว่า " โอ้โห้ ตามหากันจนทั่ววุ่นวายไปหมดแล้วไอ้ Jack ไปทำไงถึงเป็นอย่างนี้ฮ้าาา มันน่า...จริงๆเลย " น้องชายแฟน Jack เล่าให้ฉันฟังว่าพี่สาวเขาก็กำลังไปติดต่อที่สถานทูตเรื่องที่เขาหายไปตอนนี้เดินทาง ออกจากบ้านไปเกือบถึงรังสิตแล้วครับ พวกผมออกตามหาเขาทั้งคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยโทรศัพท๋ก็ติดต่อไม่ได้ แล้ว Jack ก็ควักโทรศัพท์ออกมา เออน่ะ แบตเตอรี่หมดนี่เอง....
สุดท้ายก็ได้ความว่า Jack มาเที่ยวบ้านแฟนที่พิจิตรจริงๆแหละมาเมื่อวานนี่เองแต่เมื่อคืนออกมาเที่ยวคงดื่มเหล้าเมามากจนจำอะไรไม่ได้ ( แม้แต่ทางกลับบ้าน ) Jack เล่าให้น้องชายเขาฟังเพิ่มว่าเขาเดินไปเรื่อยๆจำได้ลางๆว่ากระโดดข้ามอะไรสักอย่างเลยตกลงมาข้อเท้าพลิกปวดมากและก็เดินไม่ได้ เฮ้อ! นับว่าโชคยังดีนะที่ญาติๆยังตามหาจนเจอ
2 วันต่อมาน้องๆเล่าว่า Jack กับครอบครัวแฟนของเขามาที่ ER ซื้อของมาขอบคุณพวกเรา สีหน้าเขาสดชื่นขึ้นเขายิ้มอายๆแล้วบอกว่า " I Sorry " น้องบอกหนูก็จำได้แค่นั้น ( ฮา )
I' m happy when I read ...บันทึกของพี่ครับ...ยอดเยี่ยมมากครับ...เตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเลยนะครับ
@ ทิมดาบ So sad ตอนเด็กๆพี่เต่าเกือบตกภาษา Eng และซ่อมวิชา เลข ตลอดๆจ้า ขอบอก
อ่านสนุกจังเลยค่ะและประทับใจในความพยายามของพยาบาล ER ค่ะ ขอบคุณนะคะ
@ ดร.จันทวรรณ พี่ก็มานึกขำๆนี่แค่ชิมลางยังเกือบแย่ถ้าถึงเวลาเขาเปิดเสรีอาเซียนจริงๆ..จะเป็นยังไงเนี่ยะ
Happy ba happy ending
ดีใจด้วยนะคะ
อ่านแล้วมีความสุข คนไทยใจดี อยากทำโครงการฝึกภาษาให้พยาบาล สนใจไหมครับ 555
ฟรีหรือเปล่าคะ อจ.ขจิต 555