ผู้เขียนคือ นพ.ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์ ส่งหนังสือตั้งหนึ่งมาเป็นของขวัญปีใหม่ ผมหยิบเล่มที่ชื่อว่า เที่ยวไปในใจตัวคู่มือเที่ยวทั่วใจ ไปไกลทั่วโลก มาอ่านที่บ้านอ่านแล้ววางไม่ลง

          คุณหมอประเสริฐ พาผู้อ่านไปเที่ยว ๑๐ แห่ง ใน ๑๐ แห่งนั้น ผมเคยไปด้วยตัวเองแห่งเดียวคือนครPrague  แต่อ่านที่หมอประเสริฐพาไปเที่ยวปร๊ากแล้วไม่ตรงกับที่ผมเคยไป เพราะผมไปกับทัวร์แต่หมอประเสริฐไปกับเท้า อ่านหนังสือทั้งเล่มแล้ว ผมบอกตัวเองว่าผมทำอย่างหมอประเสริฐไม่ได้เพราะผมแก่เกินไปที่จะเดินเที่ยวขนาดนั้น ถ้าเป็นตอนหนุ่มๆก็บ่ยั่นแต่ผมก็เดินเที่ยวแบบหมอประเสริฐไม่เป็น

          เพราะหมอประเสริฐเดินเที่ยว ๓ มิติ  คือเที่ยวสถานที่ (กายภาพและสังคม)  เที่ยวประวัติศาสตร์และ “เที่ยวไปในใจตัว” ด้วย

          ผมจึงตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ใหม่ว่า “เที่ยว ๓ มิติ”

          ผมเพิ่งรู้ (จากการอ่านหนังสือเล่มนี้) ว่าถ้าจะเที่ยวให้สนุกต้องดูหนังด้วยและสถานที่เที่ยวที่ดีจะมีหนังที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของสถานที่ขายด้วยดูแล้วจะเข้าใจประวัติศาสตร์ดีขึ้นกลายเป็นมิติที่๔ของการเที่ยวในหนังสือเล่มนี้คือเที่ยวไปในภาพยนตร์แต่ผมจัดไว้ในมิติประวัติศาสตร์

          บางเมืองคุณหมอพาเราไปเที่ยวในใจมากกว่าเที่ยวเมืองเช่นตอนที่ ๗ CeskyKrumlov  ชีวิตในเมืองเทพนิยาย  เป็นตอนที่ผมชอบการพาเที่ยวใจมากที่สุดแต่การพาเที่ยวใจของคุณหมอประเสริฐ ก็สนุกทุกตอนและให้ความรู้มากทุกตอนเพราะท่านเป็นจิตแพทย์

         ผมชอบวิธีเขียนแบบฉับไว และแบบตัดฉากเหมือนในหนังหรือในนิยาย

        ตอนที่ ๘ Prague : ชีวิตในเมืองเทพยดาเล่าเรื่องของนักเขียนที่มีชีวิต เหมือนตกนรกชื่อFranz Kafkaที่ชีวิตน่าสนใจมาก แต่ที่เขียนไว้ใน Wikipedia ตามที่ลิ้งค์ไว้ให้ไม่มีสีสันแตกต่างจากในหนังสือที่คุณหมอประเสริฐเล่า อย่างฟ้ากับดิน  เพราะคุณหมอประเสริฐเล่าแบบจิตวิเคราะห์ คนที่จะเขียนนวนิยายได้อย่างมีสีสันชีวิตต้องมีประสบการณ์บีบคั้นอย่างKafka  แต่ใน Wikipedia ก็บอกชัดเจนว่างานเขียนซึ่งเป็นงานกลางคืน เป็นชีวิตของ Kafka  ในขณะที่งานกลางวันเป็นงานหาเลี้ยงชีพ

          ขอหมายเหตุไว้ว่า ตอนจบของตอนที่ ๘ นี้ เป็นเรื่องจริยธรรมของแพทย์


วิจารณ์  พานิช

๒๓ ก.พ. ๕๖