รถยนต์ รถจักรยานยนต์

                                                         นายอานนท์ ภาคมาลี (หมอแดง)

รถยนต์ Car automobile หมายถึง ยานพาหนะทางบกที่ขับเคลื่อนที่ด้วยพลังงานอย่างใดอย่างหนึ่งและถ่ายทอดลงสู่ล้อ เพื่อพาผู้ขับ ผู้โดยสาร หรือ สิ่งของไปยังจุดหมายปลายทาง ปัจจุบันรถยนต์โดยส่วนมาก ได้รับการออกแบบอย่าซับซ้อน ในทางวิศวกรรม และหลากหลายประเภท

ความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ เนื่องจากเป็นผลดีต่อทั้งตัวผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางรอบข้าง การเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ จึงเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ปัจจัยของการเพิ่มรถยนต์บนท้องถนนที่มีโอกาสประสบอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้นแล้ว ความประมาท และการขาดความรู้เรื่องการใช้รถใช้ถนน

อุบัติเหตุจราจรและการป้องกัน

อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่เราป้องกันได้ โดยการแก้ไขจากสาเหตุที่ทำให้เกิดนั้นสำหรับการใช้รถใช้ถนนแล้ว สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ขับขี่ยานพาหนะตลอดจนสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยส่วนรวมได้แก่

1.  ผู้ขับขี่ขาดความรอบรู้ในการใช้รถใช้ถนน

2.  ประชาชนผู้เดินถนนขาดความรู้เกี่ยวกับการเดินถนน ตลอดจนการโดยสารที่ปลอดภัย

3.  ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่าเคร่งครัด และขับรถบนความประมาทขาดความระมัดระวัง หรือขับรถในขณะมึนเมา ซึ่งอุบัติเหตุบนท้องถนนในปัจจุบันที่กำลังเพิ่มปริมาณขึ้น เกิดจากสาเหตุนี้โดยส่วนใหญ่ ดังจะเห็นได้ว่ามีโครงการรณรงค์ไม่ให้ผู้ขับรถดื่มสุราหรือของมึนเมาขณะขับรถ

ความรู้ในการขับขี่รถที่เสี่ยงต่ออันตราย หมายถึงการขับขี่รถบนถนนที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่นถนนลื่น ขึ้นลงเขาหรือขับรถทางไกล ซึ่งผู้ขับขี่ควรมีความรู้ต่างๆดังนี้

1.  ขับรถขณะฝนตกถนนลื่น ควรชะลอความเร็วรถให้ช้ากว่าปกติและทิ้งระยะห่างจากคันหน้าให้มากขึ้น ถ้าขับรถอยู่บนทางที่ให้รถขับสวนกันก็เปิดไฟหน้ารถเพื่อเตือนให้รถวิ่งสวนมามองเห็นเวลาหยุดรถควรใช้เกียร์ช่วย ไม่ควรเหยียบเบรก โดยกะทันหันหรือหักพวงมาลัยรถอย่าฉับพลัน เพราะอาจทำให้รถปัดหรือหมุนได้

2.  การขับขี่รถขึ้น – ลงเขาสูง เวลาขับรถขึ้นเขาควรใช้เกียร์ต่ำที่มีกำลังพอเหมาะ ถ้าเครื่องยนต์ไม่มีกำลังพอจะทำให้รถดับได้ ถ้ารถดับหรือไหลลงจากเขาต้องเหยียบเบรกและใช้เบรกมือช่วย ส่วนเวลารถเขาก็ควรใช้เกียร์ต่ำเช่นกันกัน เพื่อฉุดกำลังไม่ให้ไหลเร็วจนเกินไป หรือคอยประคองรถด้วยการเหยียบเบรกชะลอให้รถช้าพอที่จะบังคับได้

3.  การขับรถทางไกล ในบางครั้งมีความจำเป็นต้องขับรถทางไกล ซึ่งอาจมีโอกาสประสบอุบัติเหตุได้

รถจักรยานยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ motorcycle หรือ motorbike คือยานพาหนะสองล้อ ที่ใช้เครื่องยนต์กำลังไฟฟ้า (มอเตอร์)หรือพลังงานอื่นๆ ในการขับเคลื่อนและมีล้อไม่เกินสองล้อประเภทของรถจักยานยนต์ ขึ้นอยู่กับสภาพของการออกแบบใช้งาน เช่นระยะทางสภาพการจราจร การท่องเที่ยว กีฬา และการแข่งขัน ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์พ่วงอนุญาตให้มีล้อเพิ่มได้ไม่เกิน 1 ล้อ

ส่วนประกอบที่สำคัญของรถจักรยานยนต์

ห้ามล้อ (หรือเบรก) เครื่องยนต์ ล้อและยาง โคมไฟหน้า ไฟเลี้ยว โคมไฟท้าย ไฟเบรก แตรสัญญาณ กระจกมองหลัง เกียร์ คันสตาร์ท คลัตช์ ท่อไอเสีย แฮนดรถ หมวกกันน็อค (หมวกนิรภัย)

สาเหตุและปัจจัยที่ก่อในเกิดอุบัติภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์

1.  ตัวผู้ขับขี่ เช่นขับรถในขณะเมาสุรา ขับขี่ด้วยความประมาท ฝ่าฝืนกฎจราจร

2.  สภาพไม่สมบูรณ์ของตัวรถ เช่นห้ามล้อไม่สมบูรณ์ ดอกยางไม่มี ไม่มีๆไฟหน้ารถ เครื่องยนต์เก่าเกินไป

3.  ความบกพร่องของถนน  และทัศนะวิสัยที่ไม่ดี เช่นถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ วัสดุที่ทำผิวถนนลื่นหมอกหรือควันจัด

4.  เครื่องหมายและสัญญาณการจราจรไม่เห็นชัด เช่นเครื่องหมายจราจรชำรุด ติดตั้งในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่มองไม่เห็น การใช้สัญญาณของเจ้าหน้าที่การจราจรไม่เด่นชัด

5.  ขาดความร่วมมือจากผู้ใช้ถนนร่มกัน เช่น ผู้เดินเท้า ผู้ขับขี่รถด้วยกัน

ขอควรปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถจักรยานยนต์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์ ควรปฏิบัติดังนี้

ตัวผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย

1.  ผู้ขับขี่ต้องฝึกหัดขับรถจักยานยนต์ให้เกิดความชำนาญ จนสามารถบังคับเครื่องยนต์ได้คล่องแคล่วและมีการทรงตัวดี

2.  ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์มีปัญหาจะได้แก้ไขได้ และควรรักษาสภาพเครื่องยนต์ให้ใช้ได้ดีและสะอาดอยู่เสมอ

3.  เมื่อร่างกายอ่อนเพลีย เมาสุรา อดนอน หรือขาดการพักผ่อน ควรงดขับขี่รถจักรยานยนต์ เพราะจะทำให้เกิดอุบัติภัยได้ง่าย

4.  ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรเคารพกฎจราจรและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

5.  ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักยานยนต์ต้องสวมหมวกกันน็อด (หมวกนิรภัย) ทุกครั้ง และมีผู้ซ้อนท้ายได้ไม่เกินหนึ่งคน

6.  ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์

สภาพแวดล้อมและทัศนะวิสัย

1.  สภาพถนน เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านทางรถไฟที่ไม่มีเครื่องหมายกั้น บนสะพาน เนินเขา ทางลาด ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วลง 

2.  สภาพอากาศ ในการขับขี่รถจักรยานยนต์ไปในสภาพอากาศที่มีฝนตก หมอกหรือควันลงจัด ควรระมัดระวังในการขับขี่รถ และลดความเร็วลง

3.  ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรระมัดระวังอาจมีคนหรือสัตว์ที่อาจข้ามถนนอย่างกะทันหัน

รถจักรยานยนต์

1.  ควรตรวจสภาพเครื่องยนต์ และทำความสะอาดอยู่เสมอ

2.  ควรตรวจสอบอะไหล่รถจักยานยนต์ที่อาจทำให้เกิดอุบัติภัยได้

กฎจราจรที่ผู้ขับขี่รถจักยานยนต์ควรทราบ

1.  รถจักรยานยนต์ที่ใช้ต้องมีความมั่นคง แข็งแรง และใช้การได้ดี ไม่เป็นอันตรายหรือทำให้เสียสุขภาพทั้งต่อผู้ใช้และต่อผู้อื่น

2.  ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ควรแซงรถคันอื่นในที่คับขัน ทางข้าม ทางแยก วงเวียน

3.  ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกกันน็อด (หมวกนิรภัย) เพื่อความปลอดภัย

4.  ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จะต้องขับขี่รถให้ชิดซ้ายทางเดินรถ ไม่ขับขี่คร่อมแนวเดินรถ และไมล้ำแนวของช่องทางเดินรถ