เรื่องเล่าหนึ่งถูกเขียนไว้ในข้อสอบอัตนัยข้อสุดท้าย
ที่ถามถึง "ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น" กับตนเอง

ใช้กระบวนการนี้มา ๕ - ๖ ปี นี่เป็นกรณีศึกษาแรกที่เล่าถึง "พี่ชาย" เป็นแก่นหลัก


ลองติดตามอ่านดูนะครับ


.....................................................................................................................................................................................


จากการชมวีดิทัศน์ที่เกี่ยวกับ "ตัวอย่างของคนที่มีคุณค่า" และ "การสัมภาษณ์ พ.อ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา" ทำให้ข้าพเจ้ามีมุมมอง วิธีคิด และทัศนคติต่อการใช้ชีวิตของตนเองเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน คนเราเกิดมาทุกคนมีคุณค่าในตัวเอง แต่จะทำให้คุณค่านั้นมีประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอย่างไร จะทำอย่างไรให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ข้าพเจ้าเกิดมามีพี่ชายคนหนึ่ง เราสองคนทะเลาะกันมาตลอด อยู่ด้วยกันไม่ได้ ตั้งแต่จำความได้ โดยคิดเสมอว่า พี่ชายเป็นคนขี้อิจฉา เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว อยากได้อะไรก็ต้องได้ จะทำให้ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึกอยากเอาชนะทุกอย่าง เราสองคนอยู่ด้วยกันด้วยความรู้สึกรังเกียจกันมาจนโต เพราะตัวเองรู้สึกว่า แม่ไม่เคยรัก ไม่เคยกอด เวลาที่อยากได้ความรักความอบอุ่นจากแม่ก็ไม่เคยได้เพราะแม่ไม่เคยกอดตัวเอง แม่จะคอยกอดแต่พี่ชาย ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกน้อยใจและเกลียดพี่ชายตัวเองมาก แต่พ่อจะคอยเป็นผู้ให้เสมอ พ่อไม่เคยลำเอียง เพราะทุกครั้งที่ได้ของอะไรก็ตาม ท่านจะให้เท่ากันเสมอ ท่านจะคอยสอนให้เราสองคนรักกันเสมอ แต่เราก็ยังไม่ชอบใจพี่ชายอยู่ดี

ถึงเวลานี้ต่อให้จะรู้สึกดีกับพี่ชายตัวเองขนาดไหน มันก็คงกลับไปไม่ได้ พี่ชายของข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต เมื่อไม่นานนี้ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกผิดกับทุกอย่างที่พี่ชายทำให้ จะมารู้สึกว่าพี่ชายรักและเป็นห่วงเราก็ต่อเมื่อเค้าไม่มีชีวิตแล้ว ก่อนหน้าที่เค้าจะเสีย เค้าได้โทรมาให้ข้าพเจ้าโทรหาพ่อหน่อยสิ เพราะเค้ากลัวพ่อจะน้อยใจและมาคุยเรื่องเกรด ปรึกษาด้านการเรียน และปัญหาต่าง ๆ แต่ก็คุยกันไม่ได้ เราสองคนทะเลาะและด่ากัน ข้าพเจ้าตอบกลับไปว่า ชีวิตของใคร ชีวิตของมัน อย่ามายุ่ง ถ้าเป็นไปได้ในเวลานั้น ข้าพเจ้าจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับพี่ชายตัวเอง จะเป็นน้องที่น่ารัก คอยช่วยเหลือ จะไม่เอาชนะในทุก ๆ เรื่อง จะเป็นคนมีเหตุผลให้มากกว่านี้ และที่สำคัญจะไม่รู้สึกแย่ต่อแม่ตัวเองอย่างนี้ ทั้งที่แท้จริงแล้ว แม่รักเรามากที่สุด รักเราไม่น้อยไปกว่าพี่ชาย

ต่อจากนี้ไป ข้าพเจ้าจะดูแลพ่อและแม่ และทำทุกอย่างแทนพี่ชายเอง จะสนใจแม่และพ่อให้มากขึ้น เพราะท่านก็แก่มากแล้ว ท่านดูแลเรามาแต่เล็กจนโตโดยไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่ว่าเราจะสุขหรือทุกข์ขนาดไหน คนที่รับรู้กับเราเสมอและรับเราได้ทุกอย่างก็คือ พ่อและแม่ ไม่ว่าเราจะทำผิดสักกี่ครั้ง ท่านก็อภัยเราเสมอ คอยสั่งสอน คอยเตือนเวลาที่เราทำผิด เวลาทุกข์ไม่สบาย ท่านก็คอยดูแลต่อให้เราจะไม่ดีแค่ไหน ท่านทั้งสองก็ไม่เคยทอดทิ้ง เราเจ็บ ท่านเจ็บเป็นหลายล้านเท่า จะมีใครบ้างที่ให้เราเท่ากับพ่อแม่ของเรา พระคุณของท่านไม่เคยมีวันหมด ถึงเราจะตอบแทนแค่ไหน เราก็ทำให้ท่านไม่ได้เท่ากับที่ท่านให้เรา ต่อจากนี้ไป ข้าพเจ้าจะเป็นลูกที่ดีของท่านทั้งสองจะตั้งใจเรียนหนังสือ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อะไรที่สามารถช่วยท่านได้ ข้าพเจ้าก็จะทำ จะไม่ทอดทิ้งท่านเหมือนท่านทั้งสองไม่เคยทอดทิ้งเรา


.....................................................................................................................................................................................


บางที ... กว่าที่เราจะเกิดความสำนึก รู้สึกถึงความผิดของตัวเองนั้น
อาจจะต้องรอให้ทุกอย่างมันสายเกินไปก่อนเสมอ

เหตุใดเราจักต้องรอ ใช่หรือไม่ครับ

ในชีวิตของเรามีคนที่รักเราอยู่หลายคน
เราควรทำที่ดีที่สุดให้กับพวกเขา
มากไปกว่าใช้อารมณ์ของตัวเองมาทำร้ายพวกเขา

กรณีึศึกษานี้ ... ชัดเจนเหลือเกิน

ท่านอ่านแล้วอาจจะเกิดสิ่งดี ๆ ในหัวใจของท่านก็ได้

ผมขออนุโมทนาบุญกุศลนั้นด้วย


บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...


......................................................................................................................................................................................