ช่วงนี้มีการพยายามเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาหลังจากที่ล้มเหลวมาหลายรอบ
อยากนำเสนอการตอบโจทย์ที่ตรงกับปัญหาของเรา

ผมเห็นว่า แก่นปัญหาการศึกษาไทย มีอยู่แค่สามประการเท่านั้นเอง

1. ความไม่เท่าเทียมกัน วัฒนธรรมไทย ระบอบอุปถัมป์ ทำให้บำรุงเลี้ยงคนไทย สถานศึกษา
ไม่เท่าเทียมกัน ปล่อยให้โรงเรียนเป็นแบบโรงเรียนไพร่ และโรงเรียนอำมาตย์

2. ความจำ และ หลักสูตรการสอน หลักสูตรแบบไทย ๆ ต้องแบบท่องจำ ยัดเยียดความรู้ แต่ไม่สอนวิธีบรรจุ
หลักสูตรเหล่านั้นลงสมองแบบถาวร ไม่ว่าหลักสูตรจะเป็นอย่างไร ถ้าจำมันได้ ก็ถือว่า ประสบ
ความสำเร็จแล้ว  แม้จะปรับการเรียน เปลี่ยนการสอนแบบใดก็ตาม ถ้าจำเนื้อหา และวิธีการ
ไม่ได้ก็เจ๊ง แก้ไม่ถูกจุด

3. การสอบ การสอบเป็นหัวใจของการตีค่าการศึกษา ไม่ว่าระดับชาติ ระดับนานาชาติ การจำได้ในข้อสอง
ยังไม่บรรลุผล ถ้ายังสอบไม่ผ่าน  ลัทธิการสอบและการวัดประเมินผล เกิดจากการทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ
ยกตัวอย่างโรงเรียนกวดวิชานั่นไง ที่ปี ๆ หนึ่งรับทรัพย์จำนวนมหาศาล เพราะเข้าใจว่าสังคมเราวัดค่าคน
จากการสอบ  ถ้าเราสอบได้ตั้งแต่ระดับนานาชาติ ระดับชาติ เขาก็ตีค่าว่าเก่ง แม้ว่าเราจะเฮงซวยก็ตาม
ตลอดจนกระบวนการคัดเอาคนออก ก็จะใช้วิธีการสอบเป็นวิธีการวัดผล การสอนให้ทำข้อสอบได้

ทั้งสามข้อนี้ ถอดบทเรียนมาจาก โรงเรียนกวดวิชา 
โรงเรียนกวดวิชาไม่มีอะไรเรื่องมาก แค่ทำอย่างไรคนเข้าไปเรียน
จำเนื้อหาที่เขาจะออกข้อสอบได้  ทำข้อสอบได้  โรงเรียนกวดวิชา
ใช้เวลาสอนนิดเดียว ทำได้ตรงกับปัญหาของไทย  
ความสัมพันธ์ของผู้เรียน กับผู้สอน เป็นพี่ กับ น้อง
และยืนยันว่าเพื่อนที่เรียนกวดวิชา ได้เข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ มีเงินเดือนมากทุกคน
เขาบอกตรงกันว่า ไม่เรียนตามปกติก็ได้ แค่เรียนกวดวิชาก็ได้ผลแล้ว

เป็นการศึกษาที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย  ที่ไม่ต้องการคนคิดเป็น แก้ปัญหาในชีวิตได้
แต่ต้องการคนที่ท่องจำ แล้วนำเอาไปสอบแข่งขันเพื่อวัดผล ตั้งแต่เรียนจนถึงการทำงาน
และเวลาวัดผล มีวิธีการจำ หรือเทคนิค PBL ในการแก้ไขปัญหาโจทย์ในกระดาษ

ยกเว้นว่า ประเทศไทย นำเอา นักเทคนิคการทางการวัดผล ประเมินผล
ย้ายเอาไปอยู่ชายขอบทางวิชาการ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้  การเปลี่ยนแปลงอีกกี่รอบ
ถ้าคนยังจำ เนื้อหาของหลักสูตรไม่ได้  และไร้ความสามารถในการสอบ คุณก็เจ๊ง 
ถ้าเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นไม่ได้ แม้คุณจะมีทักษะศตวรรษที่ 21 ครบทุกข้อ

ไปศึกษาดูงาน โรงเรียนกวดวิชา เถอะครับ