เมื่อวานนี้คุณแม่ของเพื่อนนายดำมาหาหมอด้วยโรคเบาหวาน (ตามแพทย์นัดตรวจ) นายดำบอกว่าเพื่อนของเขาก็น่าจะเป็นเบาหวานด้วย

ทั้งยังบอกอีกว่าน่าจะเป็นเพราะพันธุกรรม เพราะทั้งพ่อและแม่ก็เป็นเบาหวานทั้งคู่

ผู้เขียนก็เลยนึกสงสัยว่าเป็นกรรมพันธุ์จริงหรือ เพราะดูจากลักษณะการกินอาหารก็น่าจะเป็นอยู่ แล้วโรคเบาหวานน่าจะมาจากกรรมพันธ์หรือพฤติกรรมการกินมากกว่ากันหนอ ???? เพราะดูเหมือนว่าเพื่อนเขาก็ค่อนข้างอ้วนแล้วตอนนี้ และกินน้อยซะเมื่อไรล่ะ???

ลองคิดดูเล่น  ๆ ว่าครอบครัวเดียวกันก็ย่อมรับประทานอาหารร่วมกันเป็นประจำธรรมดาอยู่แล้ว (อาจจะมีอยู่บ้างสำหรับคนที่เลือกรับประทาน) ก็ย่อมได้รับสิ่งกระตุ้นในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน กว่าเราจะแยกครอบครัวส่วนใหญ่ก็เป็นช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เผลอ ๆ บางคนก็อยู่ร่วมไปตลอดชีวิต

อีกทั้งคนส่วนใหญ่(แต่คงไม่ทั้งหมด) แต่สำหรับผู้เขียนเอง ก็ชอบรับประทานอาหารฝีมือของแม่ ซึ่งค่อนข้างติดรสหวานเช่นกัน  เพราะบ่อยครั้งเมื่อผู้เขียนกลับบ้านจะชอบรับประทานอาหารฝีมือแม่มาก ๆ (ไม่ใช่ว่านายดำทำไม่อร่อย แต่อาจเป็นเพราะชีวิตเราคุ้นกับรสชาดอาหารมานานกว่า 20 ปี)

แล้วถ้าแม่เป็นคนชอบรับประทานอาหารหวาน ๆ หรือปรุงอาหารรสหวานล่ะ บ้านนี้ก็คงจะกินหวานกันยกบ้าน และก็คงจะขาดอาหารหวาน ๆ ได้ยาก

ความคิดที่ผุดขึ้นนี้อาจจะเนื่องมาจากได้อ่านหนังสือ "รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว"  ซึ่งบอกว่าการเลี้ยงดู ช่วงอายุก่อน 3 ปี เป็นช่วงที่ค่อนข้างสำคัญและกำหนดพฤติกรรม ความคิด ระดับสติปัญญาของเราได้ โดยที่อัฉริยบุคคลมิใช่เรื่องของพรสวรรค์หรือสายเลือด ผู้เขียนได้อ่านหนังสือเล่มนี้มาจากพี่โอ๋ นั่นเอง ซึ่งเป็นหนังสือที่แปลมาจากหนังสือขายดีในญี่ปุ่น ซึ่งผู้เขียนหนังสือ (เจ้าของบริษัท Sony) ได้ทำการศึกษาการพัฒนาของเด็ก

ถ้าช่วงพฤติกรรมการเลี้ยงดู อายุก่อน 3 ปีเป็นตัวกำหนดทางอัฉริยบุคคลได้มากจริงๆ  ผู้เขียนก็เลยอดคิดไม่ได้ว่าพฤติกรรมหรือลักษณะอาหารการกินก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคได้มากหรือไม่  อย่างไร??

แต่อาจจะใช่ หรือไม่ใช่ ก็ได้ เพียงแค่สงสัย????