จากการไปประชุมร่วมกับนักวิชาการฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 17-28 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา ได้พบว่า ประเทศฝรั่งเศสกำลังเดือดร้อนเรื่องความเสื่อมโทรมของที่ดิน ทั้งเรื่องเกินและเรื่องขาด กล่าวคือ ในเขตพื้นที่ปลูกพืช มีอินทรียวัตถุและธาตุอาหารลดลงอย่างต่อเนื่อง (แม้จะช้ากว่าบ้านเรา แต่เขาก็ยังเป็นเดือดเป็นร้อนนะครับ ) แต่ในเขตเลี้ยงสัตว์ มีอินทรียวัตถุเหลือมากมาย เพราะไม่รู้จะเอาไปทิ้งที่ไหน เผาทิ้งก็แล้ว ใส่ในแปลงปลูกหญ้าก็แล้ว ไม่หมดสักที ทำให้เกิดปัญหาเชิงสิ่งแวดล้อม มีการปนเปื้อนของแหล่งน้ำทั้งผิวดินและใต้ดิน เป็นปัญหายิ่งใหญ่สำหรับประเทศเขาทีเดียว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่ามีการแยกกิจกรรมการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ไว้คนละที่กัน แทบจะไม่มีครอบครัวใดเลยที่มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อยู่ใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมทั้งสองด้านดังกล่าวแล้ว ผมก็เลยบอกว่า ประเทศไทยโชคดีกว่าประเทศฝรั่งเศสเยอะ เพราะประเทศไทยยังมีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน สามารถพึ่งพากันได้แบบผสมผสาน เขาก็บอกผมว่า ประเทศฝรั่งเศสกำลังพยายามคิดอย่างหนักว่า จะทำอย่างไรให้เกษตรกรมาทำการเกษตรแบบผสมผสานที่มีทั้งการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อยู่ด้วยกัน จึงจะทำให้ลดปัญหาทั้งสองด้านดังกล่าวแล้ว

ดังนั้น ผมคิดว่า เรามาถูกทางแล้ว แบบระบบเกษตรผสมผสานที่เรากำลังฟื้นฟูอยู่นี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และฝรั่งกำลังตามเราอยู่ จงทำอย่างมั่นใจว่าเรากำลังนำหน้าเขาอยู่นี้ อันเนื่องมาจากกิจกรรมทั้งหลายต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีบทบาทและจำเป็นต้องอยู่ร่วมกันจึงจะอยู่ได้อย่างเป็นปกติและเป็นธรรมชาติ