ช่วงพักกลางวันวันนี้ ระหว่างเดินออกไปกินข้าวที่โรงอาหาร เจอพี่สุเวชพอดี จึงได้คุยกันหลังไม่ได้เจอกันมาหลายวัน ต่างทักทายสาระทุกข์สุกดิบตามประสาคนวัยใกล้เคียงกัน
พี่สุเวชอายุ 55 ปีนี้แล้ว เคยถามพี่แกว่าไม่ขอเกษียณก่อนเหรอ พี่แกบอกขำๆว่าคงต้องชดใช้กรรมไปจน 60 ปีโน้นล่ะเพราะลูกยังเล็กอยู่ คนโตเพิ่งเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 คนเล็กอยู่ ม.ต้น
"ใจมันก็คิดอยากหยุดพักเหมือนกันล่ะครับ มันเหนื่อย มันล้า และก็ช่วยงานเขาได้ไม่เต็มที่เหมือนก่อนแล้ว แต่จะทำไงได้ลูกยังเล็กอยู่"
พี่สุเวชบอกว่า เราเหมือนเดินหลงทาง และหลงทางมาไกลจนไม่มีเรี่ยวแรงจะย้อนกลับ ได้แต่ประคองตัวให้เดินไปข้างหน้า
"พ่อแม่เราสั่งสอนเราให้ร่ำเรียน เพื่อจะได้ทำงานเป็นเจ้าเป็นนาย หรือทำงานในเมือง ไม่ลำบากเหมือนเขาที่ต้องอยู่ทำไร่ทำนา แต่หารู้ไม่ว่าเรามาต่อสู้ในเมืองมันลำบากกว่าที่คาดคิดเสียอีก"
"เมื่อคิดได้ก็เดินทางมาไกลเกินจะถอยกลับ"
"แต่ก็ยังดีนะพี่ ที่รู้ตัวว่าหลงทาง บางคนอาจจะยังไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ากำลังหลงทางอยู่"
พี่สุเวชพูดก่อนแยกย้ายกันไปซื้ออาหารกินกัน...
..............................
.... หลงทาง ... จากการเดินทาง .... ดีกว่า ... บางคนกำลังหลงทาง??? .... หลงทั้ง... ทางกาย & ใจ ... เดินทางไปไม่ถูก...นะคะ
ขอบคุณครับพี่หมอเปิ้น
ใช่ครับบางครั้งเรามักจะหลงทาง ทั้งทางกาย วาจา ใจ ...
หลงทางจนบางครั้งไม่อยากเดินต่อเลยค่ะ
หากหลงทาง แวะพัก ก่อน หมุนรอบตัว มองหาทิศทาง ตั้งหลักใหม่ ก็ยังไม่สาย
บางครั้งก็ต้องให้เวลากับการหลงทางคะ
ไม่ลองหลงดูสักครั้ง ก็จะไม่รู้จักจดจำ
เดี๋ยวก็เจอทางออก(เส้นทางที่น่าจะดีที่สุด)ค่ะ
ตอนนี้ kunrapee ก็ไม่แน่ใจค่ะ ว่าตัวเองหลงทางอยู่รึป่าว