เร็วๆ นี้ข้าพเจ้าได้เชิญชวนให้ทำประกันชีวิตแบบบำนาญ

ในมุมมองของคนที่อายุยังไม่มากนัก ประกันชีวิตแบบนี้
1. ข้อดีหลักคือ ลดหย่อนภาษี เบี้ยลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน แต่ไม่เกินสองแสนบาท
    ดังนั้น ควรเป็นผู้มีรายได้ค่อนข้างแน่นอนในระยะยาวในประเทศไทย
2. เงินตอบแทนกลับคืน เป็นเรื่องรอง เพราะเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป ค่าเงินจะเฟ้อกว่าปัจจุบันเท่าไรเกินคาด
    เดา  ยกตัวอย่าง อีก 30 ปีข้างหน้า ได้ปีละ 120,000 หรือ 10,000 บาท/เดือน ตอนนั้นก๋วยเดี๋ยวทั่วไปอาจชาม
    ละ 200 บาทแล้วก็ได้  ( คิดจากเมื่อ 30 ปีก่อน ก๋วยเดี๋ยวชามละ 5-7 บาท ตอนนี้ 30-35 บาท)

....ตอนนี้ภาษีก็ไม่ได้จ่ายมากมายนัก จึงขอคิดดูก่อน 
###

ผู้ป่วยเป็นหญิงร่างใหญ่ มาด้วยอาการปวดหลังร้าวลงขาสองขา
เป็นขึ้นมาทันทีขณะยืนขายของเมื่อวาน 
ตอนกลางคืนปวดมากจนนอนไม่ได้
ยังดีที่ไม่ถึงขั้นอ่อนแรง กลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้
"เป็นๆ หายๆ หลายรอบไปฉีดยา กินยาก็แล้ว เดี๋ยวก็ปวดใหม่อีก"
หลังจากตรวจร่างกาย ก็คิดถึงภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
ข้าพเจ้าจึงให้ยาแก้ปวดอักเสบกินพร้อมยากระเพาะ และยาคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน
กับแนะนำให้นอนพักสองวัน
ตอนแรกผู้ป่วยไม่ยอมหยุดไปขาย
ไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน เพราะตอนนี้ลูกๆ ทำงานดีส่งเงินให้ใช้สบายๆ ที่จริงลูกห้ามด้วยซ้ำ..
"อยู่บ้านเฉยๆ แล้วเบื่อ ไปขายของม่วนใจ๋กว่า"
"ป้าหยุดไม่ได้เพราะเด็กนักเรียนที่เคยซื้อกิน ตอนนี้จบนอกแล้วยังมาซื้อลูกชิ้นทอดป้าอยู่
บอกกินที่ไหนก็น้ำจิ้มไม่อร่อยเท่านี้"
"หมอรู้ไหม สำหรับแม่ค้านะ เวลาลูกค้าชมแบบนี้ ความเจ็บป่วยต่างๆ มันหายไปหมด"
...
จะไม่ให้เชื่อได้อย่างไร ในเมื่อตอนเข้ามาผู้ป่วยบอกปวด 10/10
แต่พอพูดถึงเรื่องนี้กลับยิ้มได้ โดยข้าพเจ้ายังไม่ได้ให้แม้แต่พาราสักเม็ด
"ถ้าอย่างนั้น ป้าใช้เวลาหยุดสองวันเป็นลูกค้าไปชมคนอื่นบ้างก็ได้"
ผู้ป่วยหัวเราะชอบใจ
...

###
ขอบคุณแม่ค้ารายนี้
ผู้ทำให้ข้าพเจ้าคิดถึง 'บำนาญ-pension' 
ที่มีคุณค่า ยิ่งกว่าตัวเงิน
และคิดถึง 'เกษียณ-retirement'
ที่ไม่ใช่หยุดทำงาน แต่เป็นการมีเวลาทำงานที่รักมากขึ้น


วางแผนการเงินเป็นเรื่องสำคัญก็จริงแต่ค่าเงินอย่างไรก็ลดลงตามเวลา
การลงทุนล้วนมีความเสี่ยง
..หรือเราควรลงทุนกับปัจจุบันนี้
ทำอย่างไรให้คุณค่าของตัวเรา ต่อเพื่อนมนุษย์..ไม่ลดตามกาลเวลา