การพาลูกไปหาหมอฟัน

                                      นายอานนท์ ภาคมาลี (หมอแดง)

การพาลูกไปหาหมอฟัน เมื่อผู้ปกครองบอกเด็กว่าจะไปหาหมอฟัน เด็กๆ หลายคนจะมีอาการงอแงขึ้นมาทันที่ ผู้ปกครองหลายท่านคงมีปัญหากับเรื่องนี้ อาการหวาดกลัวหมอฟันจะหมดไปหากผู้ปกครองปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ อย่ารอให้ลูกปวดฟันแล้วจึงนำมาพบหมอฟัน เพราะการรักษาจะยุ่งยากเสียทั้งเวลาและค่ามาตั้งใช้จ่าย ควรเริ่มพามาตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นมนช่องปาก ในการมาพบหมอฟัน ครั้งนี้จะใช้เวลาเพียงเล็กน้อย เพื่อสร้างความคุ้นเคย สร้างทัศคติ ที่ดีในการทำฟัน

อย่าคิดว่าการรักษาฟันน้ำนมไม่คุ้มค่า เ เพราะฟันน้ำนมช่วยในการบดเคี้ยว ทำให้รับประทานอาหารได้ ร่างกายเจริญเติบโตอย่าพอเหมาะ ช่วยในการออกเสียงพูดได้ชัดเจน และรักษาให้ที่ฟันแท้ขึ้นได้ตรงตามตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ซ้อนเก จึงควรรักษาฟันไว้จนถึงเวลาที่ควรหลุดเองตามธรรมชาติ

อย่าปลูกฝังความกลัวหมอฟันให้แก่ลูก การขู่ว่าจะให้หมอฟันถอนฟันหรือฉีดยา การที่ผู้ปกครองมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำฟัน เด็กจะสามารถสัมผัส ถึงความกลัวได้ เด็กอาจไม่ไว้วางใจ และไม่ให้ความร่วมมือในขณะทำฟัน

อย่าคิดว่าลูกร้องให้ในการทำฟันครั้งแรก จะเป็นความประทับใจที่ไม่ดีตลอดชีวิต เพราะการทำฟันเป็นสิ่งแปลกใหม่ การร้องไห้เมื่อมาพบหมอฟันครั้งแรก ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ ควรให้โอกาสเด็กเรียนรู้ และปรับตัวในการทำฟัน ซึ่งจะทำให้เด็กยอมรับการทำฟันๆได้ดีที่สุด

เมื่อทันตแพทย์ขอร้องคุณพ่อคุณแม่คอยนอกห้องทำฟัน โปรดอย่ารีรอที่ต้องปฏิบัติตาม ควรแสดงความมั่นใจว่าเด็กเก่ง สามารถอยู่คนเดียวได้ เพราะพฤติกรรมของเด็กส่วนใหญ่ จะดีขึ้น ไม่อ้อน ให้ความร่วมมือกับหมอฟันมากขึ้น เมื่อคุณพ่อ คุณแม่รอข้างนอก และเด็กจะเริ่มสร้างความเชื่อมั่นในตัวหมอฟันมากขึ้น

หากลูกร้องไห้ขณะทำฟัน อย่าถามนำลูกว่า เจ็บไหมลูก ร้องไห้ทำไม เพราะคำถามลักษณะนี้ ส่งผลในเชิงลบทั้งสิ้น พฤติกรรมของเด็กที่เปลี่ยนแปลงในระหว่างรักษา หลายสาเหตุ เช่น เบื่อ หงุดหงิด ควรปล่อยให้หมอฟันเป็นผู้จัดการกับสถานการณ์ในขณะนั้งเอง