.คนยุคใหม่จะไปทางไหนขึ้นอยู่กับจิตใจที่ว่าเราจะสามารถหลุดออกมาจากกับดักของคู่ตรงข้ามได้อย่างไร..?


 

<p> ผู้นำเสนอคือ  ดาราณี  เทพพรมมา  จัวันอาทิตย์ที่ 17  มีนาคม  2556  เวลา  08.30- 16.30 น. </p>

  ช่วงเช้ามีการเสวนากลุ่มย่อยและนำเสนองานวิจัยนักศึกษา  จากกการเข้าฟังในกลุ่มที่ 12  ห้อง 324 เสนองานวิจัยดังนี้

1 . เรื่องตำแหน่งแห่งที่ของนักมานุษยวิทยาในสนาม

  ผู้นำเสนอคือ  สิทธิโชค  ชาวไร่เงิน  จับประเด็นได้ว่า...คำว่าตำแหน่งแห่งที่  แบ่งเป็น 2  ความหมายดังนี้  1 . บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งในสนามที่นักศึกษานั่งอยู่ประจำ  2 . สถานภาพของตัวนักศึกษาที่บรรดาผู้คนในสนามรับรู้

  จากการลงสนามของผู้วิจัยในบ้านกึ่งวิถีชายได้สังเกตพฤติกรรมผู้คนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านนั้นตลอดถึงความเป็นอยู่และการติดต่อญาติมาเยี่ยมมีร้านค้าขายร้านอาหารเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างญาติกับผู้มาอยู่อาศัยมีทั้งการส่งจดหมายและระบบเงินฝากค่าอาหารที่ญาติ ๆ มาจ่ายให้ผู้มาอยู่อาศัยในร้านค้าซึ่งเป็นภรรยาของเจ้าหน้าที่ในนั้นเอง.

2 . เรื่อง  การให้ความหมายต่ออาหารเพื่อสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคตามเงื่อนไขทางสังคมและเศรษฐกิจของผู้บริโภคอาหารอินทรีย์ในชีวิตประจำวันบประเด็นได้ว่า...การรับผิดชอบต่อสุขภาพเป็นเรื่องเฉพาะของบุคคล  การรับประทานอาหารอินทรีย์เพื่อหลีกเลี่ยงการรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายมากที่สุด  ด้วยการบริโภคอาหารอินทรีย์เพื่อสุขภาพของบุคคล  อาจไม่สามารถปฏิบัติตามการนิยามความหมายได้ทั้งหมด

3 . เรื่อง  ครอบครัวและสุขภาพใจ: การศึกษาเชิงสำรวจกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดกาญจนบุรี

  ผู้นำเสนอคือ  ฐิตินันทน์  ผิวนิล  จับประเด็นได้ว่า...ภาพรวมนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดกาญจนบุรีมีสุขภาพใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ  ( คะแนนเฉลี่ย  46.2 )  ด้านครอบครัว  กว่าร้อยละ 71  มีบิดามารดาอยู่ด้วยกัน

  ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุเชิงซ้อนพบว่า  ด้านครอบครัวมีผลต่อสุขภาพใจของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.05

  ผลการศึกษาครั้งนี้จึงสนับสนุนให้มีการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น

4 . เรื่อง  ความสัมพันธ์ระหว่างอายุมารดากับน้ำหนักทารกแรกคลอด: การวิเคราะห์ข้อมูลจากสูติบัตรในประเทศไทย  พ.ศ. 2543-2553

  ผู้นำเสนอคือ  น้ำฝน  บัวพันลือ  จับประเด็นได้ว่า...การเกิดมีชีวิตประมาณปีละ 7-8 แสนคน ในประเทศไทย  ทารกเพศชายมีค่าเฉลี่ยน้ำหนักแรกคลอดสูงกว่าทารกเพศหญิง  เมื่อศึกษาอายุมารดามีแนวโน้มต่ำลงคืออายุ 15-21 ปีและอายุสูงขึ้นไปโดยเฉลี่ย อายุ  29-35 ปี

5 . เรื่อง  ความแตกต่างของภาวะเจริญพันธุ์ของสตรีไทยพุทธและมุสลิมในภาคใต้ของประเทศไทย

  ผู้นำเสนอคือ  พึงพิศ  ชัยภักดี  จับประเด็นได้ว่า...สตรีในภาคใต้มีอายุแรกสมรสเฉลี่ย  21.8 ปี  สตรีไทยมุสลิมมีอายุแรกสมรสน้อยกว่าสตรีไทยพุทธคือ  20.8 ปี และ 22.2 ปีตามลำดับสตรีไทยมุสลิมมีอัตราการคุมกำเนิดน้อยกว่าสตรีไทยพุทธ  คือ  สตรีไทยพุทธคุมกำเนิดร้อยละ  78.5  ขณะสตรีไทยมุสลิมคุมกำเนิดร้อยละ  55.6

..................................................................................

  ช่วงบ่ายมีการเสวนาเรื่อง..ชวนคิดชวนคุย เส้นทางนักสังคมวิทยา-มานุษยวิทยาไทยเราจะไปทางไหน...ริบหรี่หรือรุ่งเรือง..?

  ผู้ร่วมเสวนา : ศ. เกียรติคุณ  ดร.  อานันท์  กาญจนพันธุ์

  ผศ.  ดร. นิติ  ภวัครพันธุ์

  อ. ดร. เลิศชาย  ศิริชัย

  นพ. ดร.  โกมาตร  จึงเสถียรทรัพย์

ผู้ดำเนินรายการ :   ผศ. ดร. พิมลพรรณ  อิศรภักดี

  จากการเข้าฟังได้มุมคิดว่า..คนยุคใหม่จะไปทางไหนขึ้นอยู่กับจิตใจที่ว่าเราจะสามารถหลุดออกมาจากกับดักของคู่ตรงข้ามได้อย่างไร..?  เราจะก้าวข้ามกับดักนี้ได้อย่างไร  ถ้ายังไม่สามารถก้าวข้ามได้เราก็ยังเป็นทาสของกับดัก  ด้วยกับดักในสังคมไทยเป็นกับดักที่รุนแรงที่สุด  มี 2 ขั้วตรงข้ามคือ

1 . เน้นเทคนิคกันมหาศาลเป็นหลักสูตรสะท้อนออกมาเลย

2 . เน้นวิชาการที่เป็นทฤษฎีกันอย่างบ้าระห่ำ

  ปัญหาปัจจุบันนี้มันเกิดที่โครงสร้าง  ต้องเข้าใจว่ามนุษย์กับโครงสร้างมีความเกี่ยวโยงกันอย่างไร  เรื่องวิชาการต้องเป็นเรื่องสาธารณะ  การวิพากย์คือ  ความสามารถในการตั้งคำถามที่เป็นประเด็นทางสาธารณะให้ผู้คนได้ตั้งคำถามคือ

1 . ต้องตั้งคำถามเพื่อให้คนในสังคมต่ำมีทางเดินไปได้

2 . สิ่งที่เป็นกับดักพบทุกวงการ

  นักสังคมวิทยา-มานุษยวิทยาต้องเห็นอะไรที่มันอยู่ใต้ปรากฏการณ์ให้ได้เขาจึงสมควรเป็นนักสังคมวิทยา 

  ในด้าน 1 ติดอยู่ในมายาคติสำคัญที่สุดการมีความเชื่อที่อันตรายคือการเชื่อในระบบเสรีนิยมใหม่ถือว่า  ตลาดเป็นกลไกให้ตลาดจัดการแล้วทุกอย่างดีที่สุด  แต่ความจริงระบบตลาดแม้จะดีอย่างไรก็มีจุดล่มสลายได้

  ในด้านที่ 2 ติดอยู่ในอุดมคติ ( ของดี )  มันก็ไม่ใช่ดีเสมอไป  ทุกอย่างมันมีบริบท  เราเชื่อความดีแบบไร้บริบท ถึงแม้จะกล่าวว่าชุมชนเป็นคำตอบ  คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน  เราก็ยังค้นพบว่า  ในหมู่บ้านเองก็ยังมีปัญหา

  ด้วยในวงวิชาการก็ติดอยู่ในมายาคติและอุดมคติ  เราต้องมองสิ่งต่าง ๆ อย่างมีบริบท  จำได้ว่าทุกอย่างไม่มีคำตอบอย่างสำเร็จรูป  การวิจารณ์นั้น  ต้องถามเพิ่มเติมไม่ใช่ยอมรับต้องสะท้อนย้อนคิด  ด้วยคนเราต้องรู้จักวิพากย์ตนเองบ้าง

  วิพากย์วิธีคือการมองให้ทะลุทุกระดับ  เพราะสังคมไทยปัจจุบัน  อยู่ในโลกไร้พรมแดน  บางทีเราต้องหันไปอ่านงานเก่า ๆ เพื่อมาตรวจสอบแนวคิดตัวเรา  เพื่อเป็นสติให้กับสังคม

ปัจจุบันนี้มีวิธีคิดแบบตลาดเข้มแข็งอาจน่ากลัวก็ได้  เพราะมนุษย์มาติดกับดักที่ว่าอะไรคุ้มไม่คุ้ม

คนควรสนใจในสิ่งที่เขาสนใจ  เราจะอยู่ข้างไหน..? ไม่ใช่เราจะอยู่ข้างใคร  ซึ่งเป็นความถูกต้องทั้งนั้น  แต่ของใคร..?

  แต่ระบบ Ethic  นั้นถูกต้องเสมอ  ในบางมุมมองว่า  ปัจจุบันเราอยู่ในกรอบเล็ก ๆ นักวิจัยไม่ได้นำความรู้ไปสร้างความเจริญ  วิธีคิดใหม่ในปัจจุบันเรากับทิ้งปัญหาเยอะเลย  ปล่อยให้มันทับถมสังคมเช่น  ปัญหายาเสพติด  ทั้งหมู่บ้าน  คนในพื้นที่เขากลัวมากคือยาเสพติด

  ในมหาวิทยาลัยบางแห่งพบว่า  นักศึกษาชายในช่วงใกล้สอบใช้ยาบ้า  80 %  และโครงการที่เกิดขึ้นใหม่ล้วนเป็นวาทกรรมและมายาคติอย่างในสามจังหวัดภาคใต้ตอนล่างชาวบ้านรู้ว่าการต่อสู้ด้วยกำลังไม่ได้แล้ว  ถ้าจะถามผมเอง  ผมก็ไม่มีคำตอบ  ผมมีแต่คำถาม

  ลองคิดดูในชีวิตนี้เป็นเสี้ยวส่วน  เวลานิสิตเรียนหนังสือก็ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันมีเล่นเกมส์ , ดูไอโฟน, ดูแทบเล็ต  เป็นต้น  ถ้าถามผู้คนในสามจังหวัดภาคใต้ตอนล่างกลุ่มที่เคยต่อสู้กับรัฐ  โดยถามว่า  เขาจะปกครองตนเองไหม  เขาก็ไม่เอา  ทหารก็คิดว่าต้องใช้ พรก. ฉุกเฉิน  เอกตำรวจไปแทนทหารเรื่องมันก็จบ  แม้บางพวกว่าเรื่องนี้เป็นอคติทางชาติพันธุ์ต้องแก้ด้วยสันติวิธี  ด้วยปัญหาถูกสร้างมาอย่างสลับซับซ้อนไม่ใช่เรื่องฝ่ายไหนไปทำฝ่ายไหนอย่างเดียวแล้ว 

  สำหรับนักสังคมวิทยา – มานุษยวิทยาสนใจคนที่มีผลกระทบจะช่วยเขาอย่างไร  เรื่องนี้ถ้ายังเป็นโจทย์ของเรา  นักวิจัยทั้งหลายต้องทำให้มันเป็นโจทย์วิจัยเดียว  เรื่องนี้มีนักวิชาการอยู่ไม่น้อยที่ทำให้สถานการณ์มันซับซ้อนขึ้นด้วย

..............................................................................

</span>